
จากโตโยต้าสู่จีที 200
บริษัทโตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งสามารถแซงหน้าบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ของสหรัฐ ขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในโลกเมื่อปี 2551 กำลังเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่สุด
เมื่อถูกลูกค้าในทวีปอเมริกาเหนือรวมตัวกันยื่นฟ้องกรณีคันเร่งบกพร่อง รวมไปถึงความบกพร่องในการออกแบบและการขาดระบบป้องกันภัย จนทำให้คนขับไม่สามารถควบคุมรถได้ เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย
ทันทีที่เกิดวิกฤติ แม้จะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อภาพลักษณ์ของบริษัท แต่ผู้บริหารของโตโยต้ากลับไม่คิดปิดข่าวและไม่โต้แย้งแบบเอาสีข้างเข้าถูให้มากเรื่อง ตรงกันข้ามกลับรีบสั่งการด้วยความกล้าหาญยิ่ง ให้ระงับการผลิตและขายรถ 8 รุ่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นำไปสู่การเรียกคืนรถเกือบ 8 ล้านคันทั่วโลก ทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรปและจีน ต่อเนื่องไปจนถึงตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริกา
ผลพวงที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ยอดขายรถโตโยต้าในสหรัฐอเมริกาประจำเดือนมกราคม ลดลงถึง 16 เปอร์เซ็นต์ ต่ำสุดในรอบ 26 ปี ตรงข้ามกับค่ายรถอื่นๆ ที่ได้รับอานิสงส์จากปัญหาของโตโยต้าจนมียอดขายเพิ่มขึ้น ขณะที่ดอยช์แบงก์ประเมินต้นทุนการเรียกคืนรถและฟื้นความมั่นใจลูกค้าว่า อาจสูงถึง 3.6 หมื่นล้านบาท
เห็นได้ชัดว่า โตโยต้าไม่กล้าสุ่มเสี่ยงเอาชื่อเสียงของบริษัทมาเดิมพันยามเมื่อต้องเผชิญกับประเด็นเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร กลับตาลปัตรกับปัญหาการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ซึ่งแทนที่จะมุ่งพิสูจน์ประสิทธิภาพของเครื่องว่าใช้งานได้จริงสมราคาคุยหรือไม่ และคุ้มค่าหรือไม่ที่จะเอาชีวิตของประชาชนมาเป็นเครื่องเดิมพัน กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกองทัพ นักวิชาการ และนักวิทยาศาสตร์ กลับมุ่งจะเอาชนะคะคานด้วยอารมณ์และคมวาทะมากกว่าจะใช้เหตุผลและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มายันกัน จนท้ายที่สุดเหมือนกับการเกทับกันไปมาว่า เครื่องมือนี้ถ้าไม่เป็นอุปกรณ์สุดไฮเทคตามหลักฟิสิกส์ควอนตัมว่าด้วยพลังจิตกับการเคลื่อนย้ายของวัตถุ ก็กลายเป็นอุปกรณ์ลวงโลก มีค่าแค่ไม้ล้างป่าช้าเท่านั้น
นับเป็นเรื่องอันตรายยิ่งหากบุคคลที่เกี่ยวข้องยังใช้อารมณ์กันเช่นนี้ เพราะจะยิ่งทำให้ประชาชนยิ่งขาดความเชื่อมั่นในเครื่องมือชิ้นนี้ว่าจะช่วยรักษาความปลอดภัยได้จริงตามที่กล่าวอ้าง หนำซ้ำ เรื่องราวอาจบานปลายออกไป เนื่องจากยังมีอุปกรณ์สำคัญอีกหลายอย่างที่ส่งกลิ่นไม่ค่อยดีนัก ไม่ว่าจะเป็นเรือเหาะและเสื้อเกราะ ซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวเนื่องกับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งสิ้น



