
วิปรัฐบาลเปลี่ยนเวลาประชุมไร้ผลสภาฯล่มจนได้
(3ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่าหลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติปรับเวลาการประชุมจาก 13.30น.มาเป็นเวลา 9.00 น.ในวันแรกนั้น ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลา 9.30น.ก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดประชุมได้เนื่องจากมีผู้มาลงชื่อเข้าประชุมเพียงแค่171 คน
ยังไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์กล่าวตำหนิซึ่งกันและกันว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ยังไม่สามารถเปิดประชุมได้ จนกระทั่งนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมต้องสั่งพักการประชุมออกไปก่อนเป็นเวลา 10นาที
ในที่สุดจึงสามารถเปิดประชุมได้ในเวลา 10.10 น.และได้ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวในวาระ 3 จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการฯ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระสอง ซึ่งที่ประชุมได้แสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางทั้งในส่วนที่ 1 ว่าด้วยอุดมคติของการเป็นสมาชิกและกรรมาธิการ ที่กรรมาธิการฯได้แก้ไขเพิ่มเติมข้อ 7/1ให้สมาชิกและกรรมาธิการจัดต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรู้รักสามัคคี และข้อ 8/1สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการเสริมสร้างสถาบันครอบครัว
ทั้งนี้นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการฯยอมรับว่ากรณีความประพฤติที่ไม่เหมาะสมทางเพศของสมาชิก ไม่สามารถที่จะบังคับใช้ได้หากทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจซึ่งกันและกัน จึงอยู่ที่มโนสำนึกของแต่ละบุคคล
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ถกเถียงกันในข้อ 14/1ที่กรรมาธิการฯเพิ่มขึ้นมาใหม่ว่า สมาชิกและกรรมาธิการจักตั้งไม่วางตนอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเงิน ผลประโยชน์หรือกฏเกณฑ์ใดๆเพื่อบุคคลหรือองค์กรอื่นใด ซึ่งอาจมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการฯ โดยส.ส.หลายคนแสดงไม่เห็นด้วยที่กรรมาธิการฯมุ่งเป้าหมายไปที่อิทธิพลทางการเงิน โดยเห็นว่าเป็นร่างที่อคติกับบางฝ่ายเท่านั้น ขณะที่หลายฝ่ายยังเห็นว่าอิทธิพลด้านต่างๆทั้งการทหาร ตำรวจ ก็เข้ามาเกี่ยวข้องได้เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมใช้เวลาถกเถียงกันนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดกรรมาธิการฯยอมแก้ไขมาเป็น “สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องไม่วางตนอยู่ใต้อิทธิพลทางการเงิน ผลประโยชน์หรือข้อต่อรองใดๆ เพื่อบุคคลหรือองค์กรอื่นใด ซึ่งอาจมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการฯ” แต่นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ส.ส.มุกดาหาร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ต้องการให้ตัดข้อความที่เพิ่มขึ้นใหม่ออกทั้งหมด ทำให้ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมขอให้มีการนับองค์ประชุมก่อน ผลปรากฏว่ามีองค์ประชุมอยู่เพียง 232 เสียง ทำให้ พ.อ.อภิวันท์ต้องสั่งปิดการประชุมทันทีเมื่อเวลา 15.50 น. ถือว่าองค์ประชุมล่มครั้งแรกหลังจากที่เปิดประชุมมาได้เพียงแค่สองสัปดาห์
แฉประชุมสภาล่ม เพราะ“ปู่ชัย”เป็นเหตุ
นายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม กล่าวถึงกรณีเหตุสภาฯล่มทั้งที่ขาดเสียงไปเพียงแค่ 6 เสียงว่า รัฐบาลเองอยากให้มีการประชุมกรรมาธิการในวันพุธและวันพฤหัสด้วยซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการประชุมสภาผู้แทนฯ ดังนั้นจึงเป็นการยากในการนับองค์ประชุม ซึ่งทำให้สภาล่มซ้ำซากทำให้ภาพรวมของสภาต้องเสื่อมเสีย ดังนั้นวิธีแก้ไขคือเปลี่ยนตัวประธานวิปรัฐบาลใหม่ เลือกคนที่ได้ใจของส.ส.และรู้จักวิธีการทำงานในสภาว่าเป็นอย่างไรมาทำหน้าที่แทนจะดีกว่า
แหล่งข่าวจากพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า ปัญหาประชุมสภาล่ม ยอมรับว่าเกิดจากนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ มีส่วนด้วย เนื่องจากเป็นผู้ออกมาตรการเองว่าไม่ให้ ส.ส.เดินทางไปต่างประเทศในช่วงปิดสมัยการประชุม แต่กลับอนุญาตให้ไปต่างจังหวัด หรืองานนอกรัฐสภาในสมัยประชุมสภาได้ ดังนั้นจึงทำให้การนับองค์ประชุมมีปัญหา
นอกจากนี้ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลเองก็ประมาท เนื่องจากไปประชุมคณะกรรมาธิการคณะเดียวกันหลายคน เมื่อมีการเรียกนับองค์ประชุมจึงเป็นเหตุให้เดินทางเข้ามาแสดงตนเพื่อนับองค์ประชุมไม่ทัน รวมทั้งต้องตรวจสอบเครื่องแสดงตนด้วยเนื่องจากเกิดปัญหาบ่อยครั้ง ที่แม้บางครั้งกดแสดงตนว่ามาประชุมแต่ในรายชื่อกลับไม่ปรากฎว่าเข้าร่วมประชุม



