ข่าว

กองปราบรวบ..มิจฉาชีพสาว ตุ๋นเหยื่อนับร้อยหลอกขายประกัน

กองปราบรวบ..มิจฉาชีพสาว ตุ๋นเหยื่อนับร้อยหลอกขายประกัน

17 มิ.ย. 2564

กองปราบรวบมิจฉาชีพสาว อดีตตัวแทนประกันชีวิต ขายประกัน รับเงินจากลูกค้าแล้วกลับนำไปใช้ส่วนตัว อ้างหมุนเงินไม่ทัน สร้างความเสียหายนับ 100 ราย

วันที่ 17 มิถุนายน 2564 กองบังคับการปราบปราม พ.ต.ต.ณัฐดนัย สีแข่ไตร สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ, ร.ต.อ.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ รอง สว.กก.3 บก.ป., ด.ต.หัสดี ชิลนาค, ส.ต.ท.สุพจน์ ยางขัน ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป. พร้อมชุดปฏิบัติการ 1 กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุม น.ส.พรทิพย์ปภา หรืออ่อนแก้ว (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ได้ที่คอนโดมิเนียม ย่านซอยคลองหนองใหญ่ สุขาภิบาล 1 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงดุสิต 2 หมาย ศาลจังหวัดยะลา 1 หมาย และศาลแขวงพระนครใต้ อีก 1 หมายในข้อหาฉ้อโกง 

 

กองปราบรวบ..มิจฉาชีพสาว ตุ๋นเหยื่อนับร้อยหลอกขายประกัน

พฤติการณ์ ช่วงก่อนปี 2559 น.ส.พรทิพย์ปภาฯ (ผู้ต้องหา) ซึ่งเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตของบริษัทแห่งหนึ่ง ได้เสนอขายประกันชีวิตให้กับกลุ่มลูกค้ากลุ่มข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทั่วไป ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยขายเบี้ยประกันแบบรายปี เก็บเบี้ยประกันเป็นเงินสด รายละตั้งแต่ 30,000 –50,000 บาท/คน

ต่อมาช่วงประมาณปี 2559 ผู้ต้องหาประสบปัญหาทางด้านการเงิน หมุนเงินไม่ทัน จึงได้เสนอขายประกันชีวิตให้กับกลุ่มข้าราชการครูในพื้นที่ จ.ยะลา โดยมีการเปิดคอร์สในลักษณะการอบรมให้ความรู้สำหรับการทำประกันชีวิต โดยมีเหยื่อหลงเชื่อทำประกันชีวิตประมาณ 30 คน แต่ภายหลังจากที่ได้เงินจากผู้เสียหายไปแล้ว ผู้ต้องหากลับนำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายส่วนตัว ไม่นำส่งเข้าบริษัทประกันฯ เมื่อกลุ่มผู้เสียหายทราบเรื่อง จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย

โดยภายหลังจากที่ผู้ต้องหาถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ผู้ต้องหายังคงมีพฤติกรรมหลอกขายประกันชีวิตให้กับเหยื่อในอีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้เสียหายนับ 100 ราย เข้าเเจ้งความดำเนินคดี

 

กองปราบรวบ..มิจฉาชีพสาว ตุ๋นเหยื่อนับร้อยหลอกขายประกัน

 

ต่อมาเมื่อปี 2560 บริษัทประกันฯ ที่ผู้ต้องหาทำงานอยู่ ได้ยกเลิกการเป็นตัวแทนขายประกันของผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหายังตระเวนขายประกันชีวิตเรื่อยมา โดยยังคงแสดงบัตรตัวแทนประกันที่หมดอายุเเล้วให้กับกลุ่มลูกค้าดู

นอกจากนี้ในระหว่างที่ผู้ต้องหาหลบหนี ผู้ต้องหายังได้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนให้เข้าจองห้องพักกับทางคอนโดแห่งหนึ่ง โดยมีการเรียกเก็บค่าส่วนต่างจากการจองห้องพักกับผู้เสียหายรายละประมาณ 10,000 บาท แต่ภายหลังกลับไม่มีการจองห้องพักดังกล่าวให้ และมีบางกรณีที่ผู้เสียหายถูกนิติบุคคลของทางคอนโดฟ้องร้องเรียกค่าส่วนกลางพร้อมกับดอกเบี้ยย้อนหลัง อันมีสาเหตุมาจากการกระทำของผู้ต้องหา

กระทั่งวันที่ 16 มิ.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ได้รับคำสั่งให้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า และผู้ต้องหาในคดีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ โดยสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ คอนโดย่านซอยคลองหนองใหญ่ สุขาภิบาล 1 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหาอยู่บริเวณหน้าพัก ในคอนโดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป