
"โอบามา"ท้าทายจีนยืนยันจะพบกับองค์ทะไล ลามะ
ผู้นำสหรัฐยืนยันจะพบปะกับองค์ทะไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญานของทิเบต โดยไม่สนใจต่อเสียงประท้วงของรัฐบาลจีน ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศตึงเครียดยิ่งขึ้นไปอีก
(3ก.พ.) โฆษกทำเนียบขาว บิล เบอร์ตัน แถลงเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้แจ้งกับบรรดาผู้นำจีนระหว่างการเยือนเมื่อปลายปีที่แล้วว่า เขาจะพบปะกับองค์ทะไล ลามะ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำศาสนาและวัฒนธรรมที่ได้รับความเคารพนับถือจากนานาชาติ และจนถึงตอนนี้ก็ยังยืนความตั้งใจเดิม แต่ยังไม่ได้ระบุวันเวลาที่จะมีการพบกัน โดยองค์ทะไลลามะมีกำหนดจะเดินทางไปสหรัฐในปลายเดือนนี้เพื่อเทศน์ให้กับพุทธศาสนิกชนในรัฐแคลิฟอร์เนียและฟลอริด้า ซึ่งโฆษกทำเนียบขาวบอกว่าจะแถลงกำหนดการอีกครั้งในช่วงใกล้ๆ วัน
นายเบอร์ตันย้ำจุดยืนของสหรัฐที่ถือว่าทิเบตเป็นส่วนหนึ่งของจีนแต่ก็แสดงความวิตกในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวทิเบต พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลจีนปกป้องประเพณี วัฒนธรรม และศาสนาของทิเบตด้วย สหรัฐคาดด้วยว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศแข็งแกร่งมากพอที่จะทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่เป็นประเด็นที่วิตกกังวล อย่างเรื่องโลกร้อน เศรษฐกิจโลก การไม่แพร่กระจายอาวุธ และจะหารือในประเด็นที่เห็นไม่ตรงกันอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา
ทางด้านจีนได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ของสหรัฐทันที โดยเตือนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนจะถูกทำลายหากประธานาธิบดีโอบามาพบกับองค์ทะไลลามะ โดยนายหม่า เจ้าซู โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนแถลงวันนี้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโอบามายกเลิกแผนการพบปะกับองค์ทะไลลามะ เพราะจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่ตึงเครียดอยู่แล้วจากความขัดแย้งหลายเรื่อง เสื่อมทรามยิ่งขึ้น
นายเจ้าซู ยังคัดค้านการเดินทางไปเยือนสหรัฐขององค์ทะไลลามะ และคัดค้านอย่างแข็งขันไม่ให้ผู้นำสหรัฐติดต่อกับองค์ทะไลลามะไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง และบอกด้วยว่าสหรัฐไม่ควรยอมให้ดินแดนของตนถูกใช้โดยกองกำลังแบ่งแยกดินแดนทิเบต พร้อมกับขอให้ตระหนักถึงความอ่อนไหวในประเด็นนี้เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอีกในอนาคต
ความขัดแย้งระหว่างสองชาติมหาอำนาจล่าสุดมีขึ้น หลังจีนเพิ่งออกมาแสดงความเดือดดาลกรณีรัฐบาลสหรัฐอนุมัติขายอาวุธล็อตใหญ่มูลค่ากว่า 6 หมื่น 4 พันล้านดอลลาร์ให้กับไต้หวัน และเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้สหรัฐก็เพิ่งแสดงความไม่พอใจกรณีที่บริษัทกูเกิล ถูกโจมตีจากแฮคเกอร์ที่อยู่ในจีน



