ข่าว

ขอนแก่นบรรจุสิ่งแวดล้อมศึกษาลงหลักสูตรท้องถิ่น

ขอนแก่นบรรจุสิ่งแวดล้อมศึกษาลงหลักสูตรท้องถิ่น

03 ก.พ. 2553

ขอนแก่นเป็นเจ้าภาพจัดเวทีเสวนาสิ่งแวดล้อมศึกษาระดับประเทศครั้งที่ 3 เพื่อตระหนักถึงสภาวะวิกฤติเรื่องสิ่งแวดล้อม พร้อมกับชี้ให้เห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่สร้างปัญหาให้กับสังคมสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างหนัก ในขณะเดียวกันต่างชาติชี้ให้บรรจุหลักส

นายธนวัฒน์  พลอยโสภณ  รอง ผวจ.ขอนแก่น  ได้เดินทางมาเปิดงานพร้อมกับมากล่าวต้อนรับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมจากต่างประเทศ  ที่มาร่วมประชุมเสวนาสิ่งแวดล้อมศึกษาระดับประเทศครั้งที่ 3   ณ ห้องแกรนด์ออคิด  บอลรูม  โรงแรมพูลแมน  ราชาออคิด  จ.ขอนแก่น  เพื่อเป็นแนวทางในการแลกเปลี่ยนและนำเสนอกรณีตัวอย่างจากการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาในมิติต่างๆ ทั้งในโรงเรียน  ชุมชน  ภาคธุรกิจ  ที่เหมาะสมในระดับต่างๆ  เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจัดการเรียนรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

 Assoc.Professor  Soren  Breiting  ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาจากประเทศเดนมาร์ก  กล่าวว่า  ในเรื่องของการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนควรจะบูรณาการเข้ากับหลักสูตรการศึกษา  ซึ่งปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าประเทศต่างๆมีการจัดการแนวทางพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้อย่างเป็นระบบเกิดขึ้นน้อยมาก   จึงควรจะปลูกฝังให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้อย่างจริงจัง  จึงจะรู้ซึ้งถึงปัญหาอย่างแท้จริง  ไม่ใช่ปลูกฝังแค่เพียงการบอกเล่าปากต่อปาก  วิธีนั้นจะทำให้เยาวชนไม่เห็นรูปธรรมของปัญหา  ตนเชื่อว่าเยาวชนจะเป็นกำลังสำคัญที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนที่ดีในการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 ด้าน Mr.Burghard  Rauschelbach  ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและการจัดการทรัพยากรจาก GTZ  แสดงความคิดเห็นว่า  ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าตามยุคสมัยจะย่อธรรมชาติไปไว้ในจอคอมพิวเตอร์  ทำให้เยาวชนเรียนรู้ธรรมชาติที่รังสรรค์ขึ้นมาจากเทคโนโลยีแต่ไม่ใช่ธรรมชาติอย่างแท้จริง  จึงไม่ทราบถึงความงามและปัญหาที่เกิดกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนี้จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ  เพราะเยาวชนไม่ได้เข้าถึงปัญหาอย่างแท้จริง

 ดร.เสรี  พงศ์พิศ  ประธานมูลนิธิหมู่บ้านและผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน  แสดงความคิดเห็นว่า  อุปสรรคปัญหาสำคัญของสิ่งแวดล้อมศึกษาใน จ.ขอนแก่นคือการขาดความเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้และวิถีชีวิตของนักเรียนในสถานศึกษากับนอกสถานศึกษา  ซึ่งควรสอดคล้องและเกื้อหนุนกันอย่างมาก 

 พร้อมกับกล่าวต่อว่า  ความแตกต่างของสิ่งที่เรียนรู้และการปฏิบัติในโรงเรียนกับนอกรั้วโรงเรียนเป็นข้อกีดขวางสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมศึกษาและการนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง  อันจะนำไปสู่การเกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างแท้จริง  ดังนั้นเราจึงควรนำแนวทางสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาบูรณาการให้เข้ากับการศึกษา  ปลูกฝังให้เยาวชนหวงแหนสิ่งแวดล้อมด้วยจากใต้จิตสำนึกอย่างแท้จริง