
อังคณาชี้พิสูจน์จีที200เบิกทางสอบเรือเหาะต่อ
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าวอนทุกฝ่ายยุติให้ข้อมูลจีที200 หวั่นฉุดภาพลักษณ์ความมั่นคงดิ่งเหว-บั่นทอนกำลังใจทหารใต้เสี่ยงชีวิต พร้อมมั่นใจผลพิสูจน์ฉลุย ผอ.สถาบันสันติฯชี้พิสูจน์จีที200หวังรัฐลบภาพแสวงประโยชน์สนามไฟใต้
(3ก.พ.) พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า กระแสข้อมูลเครื่องจีที 200ที่ขัดแย้งกันอยู่นั้นยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ที่ปฎิบัติหน้าที่อย่างมาก จึงอยากให้ทุกฝ่ายยุติการให้ข้อมูลเพื่อรอผลการตรวจสอบประสิทธิภาพอย่างเป็นทางการ หลังจากที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาาสตร์เข้ามาร่วมตรวจสอบเครื่องจีที200เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง
โดยในช่วงระหว่างที่รอผลการตรวจสอบนี้อยากให้ทุกฝ่ายเตรียมข้อมูลเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบมากกว่าการออกมาเปิดประเด็นความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ เนื่องจากหน่วยงานความมั่นคงเองพร้อมที่จะเข้าร่วมกระบวนการตรวจสอบเพื่อไขข้อข้องใจยุติปัญหาที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะประเด็นการออกมาล้อเลียนการใช้เครื่องจีที 200ในทางลบ เนื่องจากปัจจุบันจีที 200 ยังเป็นเครื่องมือที่เจ้าหน้าที่ซึ่งปฎิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เชื่อว่ามีประสิทธิภาพและยังคงใช้งานในพื้นที่ปกติจนกว่าจะได้รับการพิสูจน์ เนื่องจากทุกวัน และทุกสถานการณ์ในพื้นที่ไม่ได้หยุดนิ่งและเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฎิบัติหน้าที่ภายใต้การเสี่ยงอันตรายจึงไม่อยากให้มีการนำความเสี่ยงนี้มาล้อเลียนเป็นเรื่องล้อเล่น
"กระบวนการตรวจสอบนั้นกระทรวงวิทยาศาสตร์ จะต้องวางกรอบการพิสูจน์ที่ชัดเจน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในการพิสูจน์ตามวิถีและแนวทางของหน่วยงานที่ผิดชอบ เนื่องจากกระบวนการพิสูจน์นั้นต้องอาศัยทั้งหลักการทางทฤษฏีและการปฎิบัติควบคู่กัน รวมถึงทุกฝ่ายต้องยอมรับผลการพิสูจน์ด้วยเพื่อให้ปัญหาได้ข้อยุติที่แท้จริง" พ.อ.บรรพต กล่าว
ชี้พิสูจน์จีที200หวังรัฐลบภาพแสวงประโยชน์สนามไฟใต้
รศ.ผดุงยศ ดวงมาลา ผอ.สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) เปิดเผยถึงกรณีเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด หรือจีที200 โดยนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ เป็นเจ้าภาพในการเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนทดลองเพื่อการพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย ว่าบทสรุปทางวิทยาศาสตร์จะเป็นคำตอบที่ค่อนข้างชัดเจนที่สุดในการชี้หรือตอกย้ำ ว่าอุปกรณ์ชนิดนี้เหมาะสมที่จะใช้ปฏิบัติภารกิจในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนต่อไปหรือไม่
สำหรับกระบวนการทดสอบเพื่อพิสูจน์หาประสิทธิภาพที่แท้จริงของอุปกรณ์จีที200 จำเป็นจะต้องมีการจำลองสถานการณ์ที่เสมือนจริง และทำโดยยืนอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลานี้กระแสสังคมพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอย่างมาก ดังนั้นหากผลสรุปออกมาว่าสามารถใช้งานได้จริงก็จะต้องให้เครดิตกับเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นกัน
“ต้องยอมรับว่าวันนี้ไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนถึงประสิทธิภาพของจีที200มีแต่ฝ่ายนักวิชาการกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ต่างยืนยันกันไปคนละทาง ดังนั้นกระบวนการพิสูจน์จะต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายโดยไม่ว่าผลสรุปออกมาอย่างไรอีกฝ่ายจะต้องยุติและให้การยอมรับเพื่อไม่ให้เกิดกระแสสับสนใจสังคมต่อไป”รศ.ผดุงยศ กล่าว
ผอ.สถาบันสันติศึกษา มอ.กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่เกิดกระแสคลางแคลงใจในประสิทธิภาพของอุปกรณ์จีที 200 ปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนในพื้นที่เริ่มมีความคิดและความโน้มเอียงไปในทิศทางเดียวกันด้วยการมองว่าพื้นที่ชายแดนภาคใต้ กำลังจะกลายเป็นดินแดนในการแสวงหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มหรือไม่
“เสียงสะท้อนจากชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเริ่มทำให้ได้ยินหนาหูขึ้นเรื่อยๆว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีคนบางกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่บริเวณนี้ เพราะงบประมาณจำนวนไม่น้อยที่แลกกับอุปกรณ์ตรวจหาวัตถุระเบิดที่ว่ากันว่ามีประสิทธิภาพสวนทางกับราคาทำให้เกิดคำถามและความสงสัยปรากฎขึ้นมากมาย ดังนั้นนอกจากการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์จีที200แล้ว รัฐจะต้องคลายปมในความรู้สึกเรื่องนี้ด้วย”ผอ.สถาบันสันติศึกษา มอ.กล่าว
เขา กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะหากผลพิสูจน์สรุปว่าใช้ไม่ได้นั้น รัฐบาลจะต้องขยายผลกลับไปถึงขั้นตอนการจัดซื้อเครื่องมือชนิดนี้ว่ามีขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพ หรือประสิทธิภาพหรือไม่อย่างไร เพื่อคลายความสงสัยในการนำงบประมาณจากภาษีของประชาชนไปใช้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส
“อังคณา”ชี้พิสูจน์จีที200แค่นำร่องเล็งสอบ“เรือเหาะ”ต่อ
นางอังคณา นีละไพจิตร นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนทางภาคใต้ เปิดเผยว่า กระแสกดดันให้มีการพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องมือจีที200นั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าจากนี้ไปจะมีกระแสสังคมออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ชนิดอื่นๆที่ถูกนำมาใช้ปฏิบัติงานในสนามจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกหลายรายการแน่นอน
เนื่องจากประเด็นจีที200 เหมือนเป็นการจุดประกายให้คนในสังคมหันมามองการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างใกล้ชิดมากชึ้น โดยเฉพาะการนำงบประมาณไปจัดซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่มีราคาสูง ว่ามีความเหมาะสมคุ้มค่า และสามารถใช้งานได้ตรงตามเป้าวัตถุประสงค์มากน้อยเพียงใด
“จีที200 เหมือนเป็นการกระตุกให้คนในสังคมหันมาเกาะติดการใช้งบประมาณในการซื้อเครื่องมือเพื่อสกัดความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มากขึ้น ซึ่งจากนี้ไปหลังจากทดสอบและพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดแล้ว คาดว่าสังคมจะมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบอุปกรณ์ชนิดอื่นด้วย เช่น บอลลูน หรือเรือเหาะตรวจการณ์ที่นำมาใช้ในพื้นที่นี้เช่นกัน”นางอังคณา กล่าว
นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนทางภาคใต้ กล่าวต่อว่า เนื่องจากเรือเหาะตรวจการณ์ซึ่งมีการทดลองในพื้นที่ก่อนหน้านี้มีมูลค่าสูงหลายล้านบาท ซึ่งมีการอนุมติงบจัดซื้อเพื่อนำมาใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้นจะมีความคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับงบประมาณที่ใช้ไปหรือไม่
“หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรู้ว่าประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจีที200อยู่ในระดับที่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสกัดกั้นวัตถุระเบิดได้100เปอร์เซ็นต์หรือไม่ เหตุใดจึงไม่นำงบประมาณไปจัดซื้อเครื่องมือที่มีผลการทำงานที่สามารถไว้วางใจได้ดีกว่า ขณะเดียวกันกลับนำงบประมาณไม่น้อยไปซื้อบอลลูนหรือเรือเหาะตรวจการณ์มาใช้ซึ่งประสิทธิภาพอาจออกมาลักษณะใกล้เคียงกัน ดังนั้นจากนี้ไปจะมีเสียงจากสังคมถามถึงความเหมาะสมและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ต่อ ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์รายการต่อไปต่อจากเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดที่เป็นกระแสครึกโครมในเวลานี้”นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนทางภาคใต้ กล่าว
ก.วิทย์ฯตรวจจีที200ชี้2สัปดาห์รู้ผล
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนยี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา รวมถึงทางกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด จีที 200 และเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เชิญบุคลกรกว่า 20 คน จากหลายฝ่ายมาเข้าร่วมเป็นคณะทำงาน อาทิ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆเข้าร่วมตรวจสอบ ทั้งนี้ ยืนยันว่านายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมอยู่ในคณะทำงานตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย
คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า ในวันที่ 4 ก.พ. ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะมีการประชุมในเรื่อดังกล่าว เวลา 15.30 น. โดยให้นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ไปกำหนดกรอบในการตรวจสอบประสิทธิภาพ รวมถึงวิธีการและขั้นตอน ซึ่งเบื้องต้นจะมีการตรวจสอบทั้งในภาคสนามและห้องทดลอง หากที่ประชุมกำหนดกรอบได้ตรงกัน ก็น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อหาข้อยุติ และระหว่างการตรวจสอบจะมีการรายงานให้ครม.ทราบเป็นระยะๆ



