ข่าว

"พล.อ.ประวิตร" กดปุ่มคลองสะพานส่งสัญญาณเดินหน้า"โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก"

"พล.อ.ประวิตร" กดปุ่มคลองสะพานส่งสัญญาณเดินหน้า"โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก"

16 มิ.ย. 2564

"โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก"  เริ่มมองเห็นรูปร่างชัดเจนขึ้น และในอนาคตหากโครงการที่วางไว้แล้วเสร็จจะเป็นภูมิภาคที่มีระบบเชื่อมโยงและแบ่งปันน้ำ สร้างประโยชน์ร่วมกันทุกภาคส่วนทั้งการเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว หนุนเศรษฐกิจในพื้นที่

พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เป็นประธานเปิดสถานีสูบน้ำคลองสะพาน จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2564 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของโครงข่ายน้ำภาคตะวันออก  ที่จะสามารถเพิ่มน้ำให้อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยองได้กว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร( ลบ.ม.)ต่อปี เพื่อให้อ่างฯประแสร์ เป็นอ่างศูนย์กลางหรือฮับ ในการกระจายน้ำไปยังอ่างบริวารใน จ.ระยองและชลบุรี เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้นในทุกด้านทั้งการเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นและรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)ของรัฐบาลในพื้นที่  3 จังหวัด คือฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยองนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น เพื่อที่จะส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศทั้งการเป็นศูนย์กลางผลไม้ การท่องเที่ยวและการอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC ) ซึ่งในปี 2564  มีความต้องการใช้น้ำประมาณ 1,054  ล้านลบ.ม. และคาดการณ์ว่าในปี  2574  หรือ  10 ปีข้างหน้าจะมีความต้องการน้ำใช้เพิ่มอีกประมาณ 358 ล้านลบ.ม.  โดยพื้นที่จังหวัดชลบุรี จะมีความต้องการน้ำเพิ่มขึ้นมากที่สุด จำเป็นที่จะต้องหาน้ำต้นทุนเพิ่มเพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว

 

"พล.อ.ประวิตร" กดปุ่มคลองสะพานส่งสัญญาณเดินหน้า"โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก"

                             พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

     

   "พล.อ.ประวิตร" กดปุ่มคลองสะพานส่งสัญญาณเดินหน้า"โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก"

                                 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรมชลประทานได้มีนโยบายบริหารจัดการน้ำอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมและเปิดรับฟังความเห็นทุกภาคส่วนทำให้ไม่มีปัญหาการจัดสรรน้ำ

 "กรมชลประทานจึงได้มีการวางโครงการเพื่อจัดหาปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มทั้งการพัฒนาศักยภาพอ่างเก็บน้ำเดิม  การสร้างระบบสูบกลับ การผันน้ำระหว่างอ่างเก็บน้ำกรณีอ่างเก็บน้ำใดมีปริมาณน้ำส่วนเกินหรือไม่เพียงพอจะได้สูบกลับเพื่อช่วยเหลือระหว่างกัน และการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่ โดยโครงข่ายน้ำภาคตะวันออกจะมี อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรีและอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง  เป็นศูนย์กลางในการกระจายน้ำที่สำคัญของพื้นที่ ส่งต่อผ่านโครงข่ายไปยังอ่างลูกข่ายทั้งภูมิภาค ปัจจุบันบางโครงการแล้วเสร็จเช่นโครงการสูบผันน้ำคลองสะพาน-อ่างเก็บน้ำประแสร์ และบางโครงการอยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินการ การแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคตต้องเริ่มทันทีเพราะแต่ละโครงการต้องใช้เวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  “

      "พล.อ.ประวิตร" กดปุ่มคลองสะพานส่งสัญญาณเดินหน้า"โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก"

สำหรับแนวทางดำเนินการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของภาคตะวันออกและป้องกันการขาดแคลนน้ำในเขต EEC ได้มีการวางโครงการไว้ 4 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยนำความเห็นและข้อเสนอของทุกภาคส่วนมาร่วมกันปรับแก้ทั้งปริมาณความจุของอ่าง การลดพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบเพื่อเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2. โครงการผันน้ำคลองวังโตนด - อ่างเก็บน้ำประแสร์ เส้นที่ 2 หากแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้อ่างฯประแสร์ได้กว่า 70 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี 3. โครงการระบบสูบผันน้ำคลองสะพาน-อ่างเก็บน้ำประแสร์ เส้นที่ 2  ปัจจุบันมีความพร้อมดำเนินการ หากแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของอ่างฯประแสร์ได้กว่า 50 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี 4. โครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระ จ.ชลบุรีปัจจุบันมีความพร้อมที่จะดำเนินการ หากแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำบางพระได้กว่า 80 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี   

"พล.อ.ประวิตร" กดปุ่มคลองสะพานส่งสัญญาณเดินหน้า"โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก"

 “ในอนาคตหากโครงการผันน้ำประแสร์ -หนองค้อ -บางพระ แล้วเสร็จ จะทำให้อ่างบางพระมีศักยภาพเพิ่มขึ้น สามารถช่วยเหลือเติมน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของทุกภาคส่วนในจังหวัดชลบุรีเพิ่มขึ้นด้วย  ดังนั้นหากระบบโครงข่ายน้ำภาคตะวันออกสามารถเดินหน้าโครงการได้และแล้วเสร็จสมบูรณ์ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของประเทศทั้งด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆรวมทั้งการท่องเที่ยวของชุมชนท้องถิ่นรอบพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ดังนั้นจะเห็นว่าน้ำคือปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตด้านเศรษฐกิจของภาคตะวันออก “

"พล.อ.ประวิตร" กดปุ่มคลองสะพานส่งสัญญาณเดินหน้า"โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก"

อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญของกรมชลประทานในการเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ชลประทานก็คือการสร้างความร่วมมือของภาคประชาชนที่มาจากการสร้างความเข้าใจ การรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน  และจับมือพัฒนาไปพร้อมๆกัน เพราะต่างก็ต้องการน้ำเพื่อพัฒนาคุณภาพความเป็นอยู่

"พล.อ.ประวิตร" กดปุ่มคลองสะพานส่งสัญญาณเดินหน้า"โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก"