ข่าว

สั่งด่วน 3 สน.หาตัวผู้ครอบครองปืนหลวง โผล่ตลาด"ปืนเถื่อนออนไลน์"

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งด่วน บก.น.7-บก.น.9 ตรวจข้อเท็จจริงปืนของกลาง ใครเป็นผู้ครอบครอง-รับผิดชอบ หลังกองปราบฯพบอาวุธปืน 11 กระบอกเกี่ยวข้อง 3 สน.โผล่ตลาดค้าปืนเถื่อนออนไลน์ ย้ำหากพบตร.คนไหนนำปืนไปขาย-จำนำโดยเจตนา ต้องเอาผิด พร้อมสั่งกำชับทุกสน.ตรวจปืน

จากกรณีข่าวสื่อออนไลน์ปรากฏภาพข่าว “พบปืนหลวงเกี่ยวข้องการค้าปืนเถื่อนออนไลน์” ล่าสุดทางด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์  พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ชี้แจงว่า หลังจากเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางตำรวจกองปราบปรามได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 6/6  และบ้านเลขที่ 6/5 และบ้านเลขที่ 21/23 รวมถึงห้องพัก 142/592 บางแคคอนโดมิเนียม ถ.พุทธมณฑลสาย 2  และพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุน จำนวนหลายรายการ 

ต่อมาทางพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้นำอาวุธปืนซึ่งเป็นของหน่วยงานราชการ ที่ตรวจค้นพบได้ในครั้งนี้ส่งตรวจสอบที่กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สพ.) พบว่า มีอาวุธปืนของกลางที่ สพ. ได้จ่ายให้กับ บช.น. จำนวน 11กระบอก โดยเป็นอาวุธปืนขนาด .38 นิ้ว จำนวน 1กระบอก ขนาด 9 มม. จำนวน 10กระบอก

ล่าสุดวันที่ 15 มิถุนายน หลังจากได้รับรายงานจาก บก.ป. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทำการตรวจสอบ ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของหน่วยงานใด และอยู่ระหว่างการครอบครองดูแลรักษาของผู้ใด ผลการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า อาวุธปืนของกลางดังกล่าว อยู่ในความดูแลของ สน.บางเสาธง จำนวน 1กระบอก, สน.ธรรมศาลา จำนวน 5กระบอก และ สน.หลักสอง จำนวน 5กระบอก รวมจำนวนทั้งสิ้น 11กระบอก จึงได้สั่งการให้ บก.น.7 และ  บก.น. 9 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า อาวุธปืนดังกล่าวอยู่ในคลัง สน. หรือ ได้มีการแจกจ่ายให้ข้าราชการตำรวจรายใดเป็นอาวุธประจำกาย หรือไม่ เมื่อได้ข้อเท็จจริงเรื่องตัวผู้รับผิดชอบแล้ว จะได้ดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยหากพบว่าข้าราชการตำรวจรายใด ได้นำอาวุธปืนไปจำหน่ายหรือจำนำโดยเจตนา ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วย

นอกจากนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลยังได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด กำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุม และการตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนของทางราชการ โดยให้ทุกหัวหน้าหน่วยระดับ สน. ตรวจสอบการจ่ายอาวุธปืนของหลวงทุกชนิดและการปฏิบัติเกี่ยวกับอาวุธปืน เพื่อเป็นการป้องกัน มิให้เกิดการสูญหาย หรือเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง โดยกำหนดวงรอบการตรวจสอบเป็นประจำทุก 6 เดือน (มิ.ย. และ ธ.ค.) รวมทั้งให้จัดทำคำสั่งมอบหมายผู้รับผิดชอบระดับ รอง ผกก. มีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลให้มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดวงรอบการปฏิบัติทุกเดือน แล้วรายงานให้ บช.น. ทราบตามวงรอบต่อไป

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ