ข่าว

 “อภิสิทธิ์”สั่งเชือดโรงนมไม่มีใบอนุญาต

“อภิสิทธิ์”สั่งเชือดโรงนมไม่มีใบอนุญาต

11 มี.ค. 2552

มติ ครม.ล้มโซนนิ่งนมร.ร. อัดงบเพิ่มให้กินถึง ป.6 ฟรี 260 วัน รวมกว่าหมื่นล้าน “อภิสิทธิ์”สั่งเชือดโรงนมไม่มีใบอนุญาต ขีดเส้น อปท.ซื้อนมถุงรัศมีไม่เกิน 100 กม. แก้นมบูด เล็งเพิ่มโควตานมยูเอชที ดีเอสไอสอบ 68 บริษัทแฉบางรายหัวหมอเอาหางนมผสมน้ำฟันกำไรถุงละ 4

 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติยกเลิกการซื้อนมโรงเรียนในระบบโซนนิ่ง ตามที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ หลังจากได้รับฟังแนวทางแก้ไขปัญหานมโรงเรียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ครม.ยังได้อนุมัติงบประมาณในโครงการนมโรงเรียนเพิ่มเติมจากเดิม 8,400 ล้านบาท เพื่อขยายให้ไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 อีก 1.8 ล้านคน วงเงินงบประมาณ 1,975 ล้านบาท จากงบประมาณกลางปี 2552
 นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการทั้งหมดในงบประมาณที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ไปดำเนินการให้เกิดความโปร่งใส นอกจากนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบแนวทางขยายการดื่มนมฟรีจากเดิม 230 วันต่อปี เป็น 260 วันต่อปี รวมถึงช่วงปิดภาคเรียนด้วย โดยตั้งงบประมาณไว้ที่ 2,579 ล้านบาท โดยที่ประชุม ครม.ได้มอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์ ในฐานะดูแลสำนักงบประมาณไปพิจารณาว่า จะหางบประมาณก่อนดังกล่าวได้จากส่วนใดบ้าง เพื่อมาดำเนินนโยบายนมโรงเรียน
สั่งเชือดโรงนมไม่มีใบอนุญาต
 รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม.ให้ความสนใจเรื่องปัญหานมโรงเรียนมากเป็นพิเศษ โดยนายกอร์ปศักดิ์รายงานผลการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหานมโรงเรียนและปัญหาน้ำนมดิบให้ ครม.ได้รับทราบ ขณะเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานผลการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานของโรงงานกว่า 68 โรงงาน จากองค์การอาหารและยา (อย.) โดยพบว่าโรงงานอย่างน้อย 3 แห่งคุณภาพการผลิตไม่ได้มาตรฐาน นอกจากในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้รายงานการตรวจสอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่าโรงงานผลิตนมส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตในการประกอบการ
 รายงานข่าวว่าแจ้งด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ อย. และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เร่งดำเนินการโรงงานผลิตนมที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีอนุญาตในการประกอบกิจการ ซึ่งพร้อมจะดำเนินการทันทีหากไม่ได้มาตรฐานและไม่มีใบอนุญาต โดยกำชับให้ อย.ลงตรวจโรงงานผลิตนมให้เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะ 68 โรงงาน หรือหากมีความเป็นไปได้ให้เจ้าหน้าที่ของ อย.เข้าไปตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้นมที่มีมาตรฐานที่สุด
 "นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หาแนวทางการผลิตนมกล่อง หรือ นมยูเอชที เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลพร้อมที่จะอัดงบประมาณได้อย่างเต็มที่เพื่อแก้ปัญหานมถุงเน่า" รายงานข่าวระบุ
 รายงานข่าวระบุด้วยว่า ในการประชุมครั้งนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงโครงการนมโรงเรียน และกำชับในที่ประชุมว่า แม้ว่าจะมีการยกเลิกระบบโซนนิ่งเพื่อแก้ปัญหาการฮั้วการผลิตและประมูลโครงการนมโรงเรียน สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญคือคุณภาพมาตรฐานของนมโรงเรียน และกำชับให้ อย.และกรมโรงงานอุตสาหกรรมคุมเข้มกระบวนการผลิตและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการผลิตนมยูเอชทีเพิ่มขึ้น
 ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหานมดิบล้นตลาดเพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกรนั้น นายกรัฐมนตรีได้กำชับในที่ประชุมว่าหากในอนาคตจำเป็นต้องสร้างโรงงานผลิตนมผงก็จำเป็นต้องทำ
 มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ครม.ยังได้กำชับให้ทยอยเปลี่ยนนมถุงเป็นนมกล่องมากขึ้น โดยคำนึงถึงความสามารถในการผลิต ที่สำคัญมีการกำหนดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การจัดซื้อนมพาสเจอไรซ์ หรือนมถุง อยู่ในรัศมีจากโรงเรียนถึงโรงงานไม่เกิน 100 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหานมเน่าเสียระหว่างการขนส่ง เพราะที่ผ่านมานมถุงจะมีการปัญหาเรื่องระยะทางและการเก็บในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม
กันงบ500ล.ซื้อนมกล่องอ.ส.ค.
 ด้าน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการยกเลิกโซนนิ่งการจัดซื้อนมโรงเรียนว่า เพื่อเปิดให้ผู้ผลิตนมที่มีมาตรฐานทุกแห่ง สามารถประมูลแข่งขันขายนมโรงเรียนให้แก่ อปท. ทั่วประเทศได้อย่างเสรี และเพิ่มทางเลือก อปท.ซื้อนมโรงเรียนมากขึ้น และยังช่วยให้เกษตรกรขายน้ำนมดิบได้ตามกำลังการผลิตด้วย
 “โซนนิ่งที่รัฐบาลชุดก่อนทำไว้ ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการแข่งขัน โซนนิ่งทำให้ไม่มีผู้แข่งขันมากรายพอ บางเขตไม่มีผู้ผลิตนมที่มีคุณภาพเข้าแข่งขันเลย แต่ อปท.ก็ไม่มีทางเลือก ต้องพยายามเลือกรายที่มีคุณภาพมากสุดในบรรดาผู้ผลิตที่ไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นการเลิกโซนนิ่งจะไปปลดล็อกตรงนี้ ทำให้ตลาดนมโรงเรียนแข่งขันโดยเสรี ผู้เข้าแข่งขันจะได้พยายามผลิตนมที่มีคุณภาพ“ นายจุรินทร์กล่าวและว่า จะสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำชับให้สถานศึกษาเข้มงวดการตรวจสอบคุณภาพของนมโรงเรียนด้วย
 ส่วนที่ ครม.อนุมัติกวงเงิน 2,000 กว่าล้านบาท เพื่อจัดซื้อนมโรงเรียนมาให้นักเรียนชั้น ป.5-6 ดื่มตั้งแต่เปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษา 2552 โดยให้ อปท.ใช้เงินของตัวเองจัดซื้อไปก่อน แล้วค่อยมาเบิกคืนจากรัฐบาลนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ในวงเงิน 2,000 กว่าล้านบาทนี้ จะกั้นไว้ 550 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดซื้อนมกล่องจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) มาแจกจ่ายให้นักเรียนแทน เพื่อช่วยระบายนมกล่องที่ อ.ส.ค.ผลิตไว้ อ.ส.ค.จะได้สามารถจัดซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรมาผลิตนมกล่องได้ ซึ่งหากจัดซื้อนมกล่องจาก อ.ส.ค.มาแจกตามโครงการนมโรงเรียนแล้ว จะสามารถเหมานมกล่องที่มีอยู่จาก อ.ส.ค.ได้ทั้งหมด
"ดีเอสไอ"สอบ68โรงนม
 ความคืบหน้ากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ติดตามตรวจสอบข้อมูลการฮั้วประมูลการจัดซื้อนมโรงเรียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวนปูพรมตรวจสอบร่องรอยการเงินและผลประโยชน์ของ 68 บริษัท ที่ได้รับสิทธิจำหน่ายนมให้โรงเรียนในสังกัดของ อปท.ทั่วประเทศ ในเบื้องต้นหากกรณีฮั้วประมูลเพื่อแบ่งผลประโยชน์ระหว่าง 68 บริษัท อาจไม่ส่งผลเสียหายต่อทางราชการ เนื่องจากการผลิตนมถุง หรือนมพาสเจอไรซ์ ด้วยน้ำนมดิบที่รับซื้อจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศ จะมีกำไรเพียงถุงละ 75 สตางค์
 "แต่ปัญหาที่ตรวจสอบพบคือ มีการทุจริตผลิตนมด้อยคุณภาพ โดยนำหางนมมาผสมน้ำและเติมไขมันปาล์ม เพื่อจัดจำหน่ายให้โรงเรียน จะทำให้บริษัทนมมีกำไรเฉลี่ยถุงละ 4 บาท แต่นมที่ผลิตด้วยกรรมวิธีดังกล่าวจะได้น้ำนมคุณภาพต่ำ ขาดไขมันนมทำให้ผู้ผลิตต้องเติมไขมันปาล์มเข้าไปแทนไขมันนม เพื่อให้ผลการตรวจสอบพบว่า นมโรงเรียนมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด" พ.ต.อ.สุชาติกล่าว
 รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ดีเอสไอจะเข้าไปตรวจสอบเอกสารการซื้อน้ำนมดิบของ 68 บริษัทผู้ผลิตนมโรงเรียน ว่าแต่ละบริษัทซื้อน้ำนมดิบจากแหล่งผลิตใด นอกจากนี้จะประสานให้กรมสรรพากรเข้าตรวจสอบรายการเสียภาษีการซื้อน้ำนมดิบ เพื่อตรวจสอบว่ามีการตกแต่งตัวเลขการรับซื้อน้ำนมดิบหรือไม่ เนื่องจากหางนมที่นำมาผลิตเป็นนมโรงเรียน จะเป็นหางนมผงที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ เพื่อลดต้นทุนการผลิต
 รายงานข่าวระบุว่า จากการตรวจสอบจากกรมศุลกากร พบว่ามีการนำเข้านมผงพร่องมันเนย สำหรับผลิตอาหารสัตว์จำนวนมาก โดยเฉพาะตลอดปี 2551 โดยนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย คิดเป็นเงินกว่า 554.5 ล้านบาท จากประเทศจีนกว่า 122 ล้านบาท สาธารณรัฐเช็กกว่า 28.29 ล้านบาท และในปี 2552 พบว่าเฉพาะช่วงเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียวมีการนำเข้านมผงพร่องมันเนยจากต่างประเทศรวมเป็นวงเงินกว่า 131.2 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่นำเข้าจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน
 ส่วนผู้ผลิตนมที่เป็นสหกรณ์และสถาบันการศึกษาซึ่งไม่อยู่ในข่ายที่ต้องยื่นแสดงรายการชำระภาษีต่อกรมสรรพากรนั้น พ.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า จะประสานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยตรวจสอบตัวเลขการจัดซื้อน้ำนมดิบ นอกจากนี้จะประสานให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบธุรกรรมการเงินของ 68 บริษัทผู้ผลิตนมโรงเรียน รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระบวนการจัดซื้อและประมูลนมโรงเรียนทั่วประเทศ
สั่งปรับ3โรงนมผลิตตกมาตรฐาน
 วันเดียวกัน นายวิทยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังจาก อย. ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ตรวจประเมินสถานที่ผลิตนมพร้อมดื่มในโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนตามหลักเกณฑ์จีเอ็มพี พบว่า ผลการตรวจสถานที่ผลิตนมโรงเรียนจำนวน 62 แห่งจากทั้งสิ้น 70 แห่ง ผ่านตามเกณฑ์จำนวน 59 แห่ง และไม่ผ่านเกณฑ์ 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานนำศรีชลเครื่องดื่ม จ.ชุมพร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น จ.ขอนแก่น และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จ.สระบุรี ในเบื้องต้น อย.ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ รวมถึงให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงแก้ไข และจะตรวจประเมินซ้ำต่อไป
 นายวิทยากล่าวอีกว่า ในส่วนของผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานตัวอย่างนมโรงเรียนที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 43 ตัวอย่าง จากที่เก็บตัวอย่างทั้งสิ้น 68 ตัวอย่าง พบว่า ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมาตรฐานผ่านตามเกณฑ์จำนวน 35 ตัวอย่าง ไม่ผ่านตามเกณฑ์ 8 ตัวอย่าง ซึ่งตัวอย่างที่ไม่ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน อย. ได้เปรียบเทียบปรับ แต่หากพบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค จะดำเนินการสั่งให้หยุดการผลิตทันที เพื่อตรวจสอบกรรมวิธีการผลิต
 นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.มีมติให้ อย.ตรวจสอบคุณภาพนมโรงเรียนเป็นระยะทั้งก่อนการผลิต และหลังการผลิต หากพบว่าไม่ได้มาตรฐานจีเอ็มพีให้ อย.สั่งยุติการผลิตทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กนักเรียนดื่มนมที่ไม่มีคุณภาพ นอกจากนี้ ยังได้รายงานให้ ครม.รับทราบด้วยว่า อย.ตรวจได้เพียงคุณภาพนมแต่ไม่สามารถตรวจได้ว่านมเป็นนมผงผสมน้ำหรือนมโคแท้ จึงเสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตรวจสอบปริมาณนมโคที่จะนำไปผลิตเป็นนมโรงเรียน
 "สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง คือ การนำเข้านมผงที่อาจมีการสำแดงเท็จเป็นอาหารสัตว์ซึ่งไม่ต้องเสียภาษี ทั้งที่แท้จริงนำเข้ามาเพื่อเป็นอาหารคน และอาจมีการลักลอบนำมาผสมน้ำผลิตเป็นนมโรงเรียน จนทำให้เป็นนมไม่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ ต้องเป็นผู้ตรวจสอบ โดยก่อนหน้านี้ อย.ได้เสนอให้ย้อมสีนมผงที่นำเข้าเพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ และ รมว.เกษตรฯ รับที่จะหารือกับกรมปศุสัตว์” นายวิทยากล่าว
 ด้าน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการ อย. กล่าวว่า โรงงานนำศรีชลเครื่องดื่ม จ.ชุมพร ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากถังรองพักบรรจุนมเปิดได้ง่าย ทำให้เชื้อปนเปื้อนง่าย และตรวจพบเชื้ออีโคไลภายในโรงงาน ส่วนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น ไม่มีใบรับรองตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ และเครื่องพาสเจอไรซ์ไม่ได้มาตรฐาน ขณะที่ อ.ส.ค.โครงสร้างอาคารไม่ได้มาตรฐาน ทำให้มีน้ำขัง ไม่สะอาด ซึ่ง อย.ได้สั่งปรับโรงงานละ 1 หมื่นบาท และให้ปิดปรับปรุงโรงงาน จากนั้น อย.จะตรวจซ้ำอีกครั้ง
 เลขาธิการ อย.กล่าวด้วยว่า นมที่ไม่ผ่านตามเกณฑ์คุณภาพ 8 ตัวอย่างนั้น 2 ตัวอย่าง คือ นมที่ผลิตจากโรงงานนำศรีชลเครื่องดื่ม ซึ่งมีไขมันน้อยกว่ามาตรฐาน และนมที่ผลิตจากโรงงานแปรรูปนมสดมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก มีปริมาณเนื้อนมน้อยกว่ามาตรฐาน ซึ่งทั้ง 2 แห่งจะถูกเปรียบเทียบปรับ 1 หมื่นบาท โดยโรงงานนำศรีชลฯ เจ้าของโรงงานได้แจ้งว่าจะปิดโรงงานถาวร และจะย้ายไปก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ทันสมัยกว่าเดิม
นมร.ร.ฉาวอีกเด็กดื่มท้องเสีย
 วันเดียวกัน นางจารุวรรณ คัณชารัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนราษฎร์อุทิศ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ต.บางประมุง อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ ได้นำตัวอย่างนมโรงเรียนลอตหมดอายุวันที่ 4, 8 และ 9 เดือนกรกฎาคม 2552 ด้วยการเทใส่แก้วต่อหน้าสื่อมวลชนและตัวแทนบริษัท พบว่านมมีกลิ่นเหม็น รสขม เปรี้ยว และสีน้ำตาล ไม่สามารถดื่มได้
 นางจารุวรรณกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้แจกนมให้เด็กกลับบ้านไปดื่มในช่วงปิดเทอม ต่อมาผู้ปกครองร้องเรียนว่า มีเด็กหลายคนท้องเสียจากการดื่มนม กระทั่งไม่กล้าให้เด็กดื่มอีกต่อไป ทั้งนี้ได้ประกาศให้เด็กชั้นอนุบาลถึง ป.4 ที่ได้รับนมลอตดังกล่าว นำกลับมาคืนโรงเรียนทั้งหมด
 ด้านตัวแทนบริษัทนมกล่าวว่า นมสีน้ำตาล ไม่ใช่นมเสีย แต่เป็นนมที่กระบวนการผลิตไหม้ แต่คุณภาพนมเท่าเทียมกับนมสีขาวปกติ