ข่าว

ส.ส.พรรคร่วมฯยื่นญัตติแก้ไขรธน.แล้ว

ส.ส.พรรคร่วมฯยื่นญัตติแก้ไขรธน.แล้ว

03 ก.พ. 2553

ส.ส.พรรคร่วมฯเข้าชื่อ 102 คน เสนอญัตติแก้รธน. 2 ประเด็น ยอ“ลุงชัย”แก้ได้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง บอกรธน.50 สร้าง 2 มาตรฐาน-สร้างความแตกแยกในสังคม

(3ก.พ.) เวลา 11.30 น. ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล นำโดย นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายไชยยศ จิรเมธากร เลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน นายชยุต ภูมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคกิจสังคม ได้ยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 ใน 2 ประเด็นคือมาตรา 94 เกี่ยวกับที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มาจากการเลือกตั้งเขตละคนและมาตรา 190 เกี่ยวกับหนังสือสัญญาที่ต้องขอความเห็นชอบของรัฐสภา แก่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

 โดยนายบุญจง กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ได้ประกาศใช้มาแล้วเป็นเวลา 2 ปีเศษ ตลอดระยะเวลาที่ใช้รัฐธรรมนูญนี้ ได้ก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความแตกแยกในสังคม องค์กรอิสระทำงานตามอำเภอใจ มีข้อครหาว่าสองมาตรฐาน ตลอดระยะเวลา 2 ปีเศษรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกกล่าวหาว่ามีเจตนาพิเศษ มิได้มุ่งหวังต่อยอดพัฒนาประชาธิปไตยให้เดินไปข้างหน้า ตรงกันข้ามกลับฉุดให้การพัฒนาประชาธิปไตยต้องย่ำอยู่กับที่ถอยหลังไปสู่วังวนการเมืองแห่งอดีต รัฐบาลไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ บ่อยครั้งงานต้องล่าช้าเสียศักดิ์ศรีและเสียผลประโยชน์ในเวทีระหว่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ

 นายบุญจง กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังมีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกจำนวนมากที่สร้างความไม่เสมอภาคและไม่เป็นธรรมเอื้อประโยชน์ให้แก่คนบางกลุ่มบางพวก ซึ่งมีทั้งผู้มีส่วนร่วมในการยกร่างและเห็นชอบโดยเฉพาะไม่มีการแยกคนดีคนไม่ดี ไม่มีการแยกน้ำแยกปลาออกจากกัน คนทำผิดไม่แยกออกจากคนไม่ได้ทำผิด ส่งผลให้สังคมต้องประสบความวุ่นวาย แตกแยก ยากจะเยียวยาได้จนถึงทุกวันนี้

 นายบุญจง กล่าวว่า ส.ส.ดังที่มีรายนามแนบท้าย มีความห่วงใยในสถานการณ์แตกแยก สองมาตรฐานและความไม่เป็นธรรมและเสมอภาคที่กำลังเป็นปัญหาของสังคมอยู่ขณะนี้ จึงเห็นพ้องต้องการว่าข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประธานรัฐสภาแต่งตั้งสามารถเยียวยาและแก้ไขวิกฤตสังคมและรัฐธรรมนูญได้ไม่มากก็น้อยสมควรได้รับการต่อยอดให้เป็นรูปธรรม ประกอบกับรัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดให้เป็นหน้าที่ของส.ส.ต้องเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเมื่อเห็นว่าไม่ถูกต้องและเหมาะสมแก่สภาวการณ์ปัจจุบัน ถ้าไม่ทำอาจถูกกล่าวหาว่าละเลยไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญได้

 นายบุญจง กล่าวว่า ดังนั้นส.ส.ดังมีรายนามแนบท้าย จึงขอต่อยอดข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯให้เป็นรูปธรรม โดยอาศัยสิทธิตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 โดยในเบื้องต้นแก้ไขรวม 2 ประเด็น ใน 6 ประเด็น คือมาตรา 94 เกี่ยวกับที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มาจากการเลือกตั้งเขตละคนและมาตรา 190 เกี่ยวกับหนังสือสัญญาที่ต้องขอความเห็นชอบของรัฐสภา ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้ หากประสบผลสำเร็จ นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ผลงานชิ้นโบว์แดงของลูกผู้ชายชื่อ ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น นายชุมพลและพล.ต.สนั่นได้มอบญัตติดังกล่าวพร้อมลายเซ็นส.ส. 102 คนที่สนับสนุนญัตติดังกล่าวแก่ประธานรัฐสภา ด้านนายชัย กล่าวว่า การยื่นญัตติดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำในนามส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ไม่ใช่ในนามครม. การดำเนินการต่อไปจะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่สภา ไม่ใช่นายชัย ทั้งนี้ ตนจะส่งเจ้าหน้าที่กองการประชุมตรวจสอบรายละเอียดและลายเซ็นสมาชิกว่าครบตามเกณฑ์ 1 ใน 5 หรือไม่ และจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทันที ถ้าทำเสร็จวันนี้ก็สามารถบรรจุในระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้เลย

 เมื่อถามว่า จะบรรจุเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ในญัตติที่เสนอมา ไม่ได้บันทึกเป็นเรื่องด่วน เมื่อถามย้ำว่า จะต้องบรรจุต่อท้ายวาระอื่นหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า อยู่ที่ดุลพินิจของสมาชิกและข้อบังคับการประชุมซึ่งตนจะปฏิบัติโดยเคร่งครัด
เมื่อถามว่า จะนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาได้เมื่อใด นายชัย กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบญัตติเสร็จเรียบร้อยตามกระบวน เพราะมีขั้นตอนอยู่

 เมื่อถามว่าประธานวุฒิสภาระบุว่า อาจพิจารณาไม่ทันเดือนกุมภาพันธ์เพราะมีวาระค้างอยู่มากและนัดประชุมเพิ่มวันอังคารเพื่อเริ่มกระบวนการถอดถอนนายสมชาย วงศ์สัวสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายชัย กล่าวว่า ก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของประธานวุฒิสภา แต่ถ้าประธานรัฐสภาซึ่งก็คือตน ต้องบรรจุเข้าสู่วาระ เพราะหลักเกณฑ์ถูกต้อง ตนก็เก็บญัตติเอาไว้ไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า เมื่อตรวจสอบญัตติเสร็จภายใน 7 วัน จะนัดประชุมได้ทันทีหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า อยู่ที่เจ้าของญัตติต้องการด่วนหรือไม่ ตนไม่ทราบ

 ด้านพล.ต.สนั่นกล่าวว่า เมื่อยื่นแล้วก็ต้องการให้เร็วสุด ขณะที่นายชัยกล่าวต่อว่า ตนจะปฏิบัติตามระเบียบไม่ทำให้ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญก็แล้วกัน ก็ดูเอาแล้วกันว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ นายชัยกล่าวว่าแล้วสื่อเห็นว่าเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ อยากให้เป็นรถด่วนหรือรถไฟ แต่ถ้าอยากเป็นรถไฟก็ช้า ฉึกฉักฉึกฉัก
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะนัดประชุมได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์หรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ปัญหาคือ ตนต้องหารือกับประธานวุฒิสภาก่อน เพราะเป็นการประชุมร่วมกัน ตนคนเดียวก็ไม่ไหว ต้องมีประธานทำหน้าที่สลับกันสองคน แต่ละคนก็แก่แล้ว

 เมื่อถามว่า จะพิจารณาไปพร้อมญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของประชาชนกลุ่มคป.พร.หรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ญัตติดังกล่าวค้างอยู่ในสภาเป็นวาระด่วนอยู่ ก็ต้องถามที่ประชุมว่า จะเอาอย่างไร จะให้รวมหรือแยกพิจารณา อยู่ที่มติของที่ประชุม เมื่อถามว่า อาจจะมีปัญหาการชุมนุมคัดค้านของกลุ่มต่างๆ นายชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง แต่สำหรับสภา ก็ต้องทำหน้าที่ต่อไปเพราะเป็นการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ