ข่าว

อึผสมปลาร้า...มากับเสียงคุกคามเอาชีวิต

อึผสมปลาร้า...มากับเสียงคุกคามเอาชีวิต

03 ก.พ. 2553

คนที่เอาอึผสมปลาร้าขว้างใส่บ้านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องการอะไร 1.จะบอกว่าขู่เอาชีวิตก็คงไม่ใช่ 2.จะบอกว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นแตกต่างจากนายกรัฐมนตรีก็ไม่เชิง

 ต้องสรุปว่านี่เป็นการแสดงออกที่ไร้วัฒนธรรม เพราะว่าเป็นเพียงเรื่องความเหม็นหึ่งเท่านั้น ต้องการสร้างความน่ารำคาญ หรือว่าต้องการที่จะให้เห็นว่า สามารถทำให้บ้านนายกฯ มีความสกปรกมีกลิ่นเหม็นเท่านั้นกระนั้นหรือ

 บวกกับเสียงขู่ของคนบางคนต่อกระบวนการยุติธรรม ต่อผู้พิพากษา ศาล และ ป.ป.ช. รวมไปถึงอดีต คตส. นั่นย่อมแรงกว่า เหม็นกว่าอึผสมปลาร้า

 แต่ทั้งหมดนี้จะถือว่าเป็นกระบวนการเดียวกันก็ย่อมได้ เท่ากับแปลว่าไม่มีความกล้าหาญที่จะออกมาเผชิญหน้าและถกแถลงประเด็นปัญหาของบ้านเมืองเพื่อหาทางออก

 คนที่ขว้างอึผสมปลาร้าไม่ได้คิดว่าถ้าหากเอาดอกไม้ไปให้คนต่างๆ ที่ตัวเองมีความเห็นขัดแย้ง หรือที่คิดว่าเขาเป็นศัตรูจะทำให้เกิดบรรยากาศของการพูดจาแสวงหาทางออกมากกว่า

 ฉะนั้น การแสดงออกเช่นนี้คนไทยทั่วไปคงจะให้อภัยได้ถ้าเป็นเพียงแค่อึผสมปลาร้า เพราะต้องการเอากลิ่นเหม็นไปให้คนอื่น

 แต่ถ้าเป็นการขู่เอาชีวิต นั่นย่อมผิดจากมาตรฐานของการแสดงความไม่พอใจปกติ เป็นการต้องการให้คนอื่นหวั่นเกรงตัวเองเพื่อให้เขาทำในสิ่งที่ผิดมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งแน่นอนสังคมรับไม่ได้

 กลิ่นเหม็นจากปลาร้าและอึนั้นสามารถจะลบและล้างหายไปได้ แต่การข่มขู่คุกคามเอาชีวิตของคนในกระบวนการยุติธรรมนั้น สะท้อนว่านั่นไม่เพียงแต่แสดงความไม่พอใจเท่านั้น แต่ยังต้องการที่จะไม่ให้ผู้อื่นที่อยู่ในกระบวนการสำคัญต่อความยุติธรรมทำหน้าที่ของท่านเหล่านั้นอย่างตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์สุขของสังคม กลิ่นเหม็นกลิ่นเน่าเช่นนี้ลบออกได้ยากยิ่ง

สุทธิชัย หยุ่น