
สั่งอัยการยื่นศาลเปิดช่องขอก่อสร้างนายกฯคาดภายใน1-2วัน-ห่วง"ดาว-ฟอร์ด"ย้ายฐาน
นายกฯ ห่วงทุนนอกรายใหญ่ "ดาวเคมิคอล-ฟอร์ด" ย้ายฐานลงทุน สั่งอัยการหาช่องให้เซ็นสัญญาแก่นิคมฯ เหมราชด่วน พร้อมยื่นขอผ่อนผันศาลปกครอง พิจารณาเปิดทางก่อสร้าง แต่ยังไม่ดำเนินการกิจการ โดยต้องเอกชนรับความเสี่ยงหากไม่ได้รับอนุญาต
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบให้สำนักงานอัยการสูงสุดยื่นคำร้องขอผ่อนผันต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาว่าโครงการที่กำลังก่อสร้าง แต่ยังไม่ประกอบการจะดำเนินการก่อสร้างต่อได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันต้องหยุดการก่อสร้างไว้ก่อน โดยเอกชนพร้อมจะก่อสร้างและรับความเสี่ยงในเรื่องการจะได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับอนุญาต และพร้อมจะดำเนินการตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ แต่หากเอกชนไม่ยอมรับความเสี่ยงก็ต้องหยุดการก่อสร้างไว้ก่อน
"อัยการสูงสุดได้ยื่นร่างคำร้องแล้ว คาดว่าใน 1-2 วันนี้น่าจะยื่นศาลปกครองได้ ซึ่งนักลงทุนเป็นห่วงปัญหามาบตาพุดมาก เมื่อสัปดาห์ก่อนได้หารือกับผู้บริหารของบริษัท ดาวเคมิคอล จากสหรัฐ บริษัทก็เข้าใจว่ารัฐบาลกำลังหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ แต่นักลงทุนอาจหงุดหงิดว่าการแก้ปัญหาล่าช้า" นายอภิสิทธิ์กล่าว
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า นายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่า เป็นห่วงการลงทุนของบริษัท ดาวเคมิคอล จำกัด และ บริษัท ฟอร์ด เพราะทั้ง 2 โครงการ เป็นการลงทุนจากสหรัฐที่มีมูลค่าสูงในรอบหลายปีที่ผ่านมา จึงเห็นว่าควรเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีปัญหา ขณะที่ฟอร์ดก็มีปัญหาโครงการลงทุนอยู่ในนิคมฯ เหมราช ที่ต้องทำสัญญาใช้พื้นที่วันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งนายกฯ ต้องการให้อัยการสูงสุดหาทางดำเนินการให้ฟอร์ดสามารถเซ็นสัญญากับนิคมฯ เหมราชให้ได้ เพราะหากเซ็นสัญญาไม่ได้ก็อาจจะย้ายการลงทุนไปประเทศอื่น
ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานและขับเคลื่อนการดำเนินการตามมติ ครม. กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.มอบให้สำนักงานอัยการสูงสุดทำหน้าที่แทน 8 หน่วยงาน เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอให้พิจารณาโครงการที่ถูกระงับเฉพาะโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างอย่างเดียว โดยสำนักงานอัยการสูงสุดจะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองพิจารณาให้สามารถก่อสร้างโครงการที่ไม่มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แต่มีเงื่อนไขว่า เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วจะเดินเครื่องไม่ได้จนกว่าจะดำเนินการตามรัฐธรรมมาตรา 67 วรรคสอง เพราะมีหลายโครงการที่ต้องใช้เวลาก่อสร้างมากกว่า 1 ปี
ส่วนการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญจะใช้เวลา 6-8 เดือน ถ้าดำเนินการตามแนวทางนี้จะช่วยแก้ปัญหาแรงงานในพื้นที่ได้ ขณะนี้มีผู้ประกอบการ 17 ราย ติดต่อที่ศูนย์ประสานงานบริการนักลงทุน (โอเอสโอเอส) ให้การลงทุนในมาบตาพุดดำเนินการต่อได้ โดยวานนี้ (1 ก.พ.) มีบริษัทดาวเคมิคอล และกลุ่ม ปตท.เข้าไปหารือเพื่อให้โครงการดำเนินการต่อไปได้



