
ผบ.ทร.ชี้โฟนอินทักษิณไร้ผลเชื่อคนไทยมีวิจารณญาณ
ผบ.ทร.ชี้โฟนอินทักษิณไร้ผลเชื่อคนไทยมีวิจารณญาณ-ประสบการณ์รู้อะไรถูกต้อง ลั่นไม่เป็นไรถูก ทักษิณ เปรียบหมาป่าเลี้ยงไม่เชื่อง ป้องคมช.ปฏิวิติหวังหาทางออกให้ประเทศ "อภิสิทธิ์ ยันไม่มีการเจรจาทักษิณให้กลับประเทศ
พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์กรณีสถาบันพระปกเกล้าฯจะเป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปการเมืองว่า ไม่ทราบเรื่องการเมือง แต่มีหน่วยงาน และองค์กรที่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว กองทัพยังไม่ค่อยรู้เรื่องการเมือง ประชาชนว่าอย่างไรกองทัพก็เห็นดีด้วย
ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 ที่ยังไม่หยุดเคลื่อนไหวนั้น ก็ให้ไปถามเจ้าตัวเอง
ผบ.ทร.ชี้โฟนอินทักษิณไร้ผลเชื่อคนไทยมีวิจารณญาณ
พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เชื่อมั่นว่าคนไทยมีคุณวุฒิและวัยวุฒิ และที่สำคัญคือมีประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีของประเทศชาติมาโดยตลอด ด้วยวิจารณญาณ ตนคิดว่าเขาตัดสินได้ถูกเองว่าฟังอันไหนหรือไม่ฟังอันไหน ทั้งนี้รัฐบาลไม่ว่าจะมีนโยบายทางด้านเศรษฐกิจหรืออะไรก็ตาม ตนคิดว่าน่าจะรอให้เขาทำดูก่อน เพราตนเชื่อว่าทุกคนมีเจตนาดีต่อประเทศชาติ ลองทำดูก่อนจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจของพวกเรา
“ การโฟนอินของ พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่มีผล เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับประชาชน ผมเชื่อว่าประชาชนคนไทยฉลาด เรารู้และมีประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีรวมถึงวิจารณญาณ ผมคิดว่าเขาฟังทุกฝ่ายจะดีเพื่อที่จะได้ประกอบการตัดสินใจได้ ซึ่งผมคิดว่าการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีผลอะไร ในส่วนของรัฐบาลเอง ถ้าสมมุติว่าเราร่วมมือกันและเปิดโอกาสให้เขาทำงานเสียก่อนก็ดี ส่วนการที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ถือเป็นการตรวจสอบในระบบรัฐสภา เพราะเสียงสะท้อนสำคัญ ถ้าเรามีจิตใจเป็นประชาธิปไตย เสียงสะท้อนทั้งในและนอกสภาถ้าเรารับฟังมีประโยชน์ทั้งนั้น ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยแสดงได้หลายแบบ ” ผบ.ทร.กล่าว
เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า บ้านเมืองที่เป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้เกิดจากกองทัพทำรัฐประหาร พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า “ คงไม่ใช่หรอกครับ เพราะว่าในระยะ 5-6 เดือนที่ผ่านมา มีระยะหนึ่งที่ประเทศชาติเราวิกฤติมาก คนเดือดร้อนมากทั้งคนไทยและต่างประเทศ ทุก ๆ ฝ่ายพยายามหาทางออกให้ประเทศชาติอย่างดีที่สุดเพื่อให้ประเทศก้าวหน้าต่อไปได้ ทุกคนปรารถนาดี เพียงแต่ว่ามุมมองต่างกันมีทั้งเห็นด้วยไม่เห็นด้วยเป็นเราองปกติไม่เป็นไร ขอให้ร่วมมือกัน
ต่อข้อถามที่ว่า กองทัพเป็นห่วงภาพม็อบเสื้อแดงขับไล่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีระหว่างที่ลงพื้นที่พบปะประชาชน ทั้ง ๆ ที่การเมืองไทยไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนหรือไม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นในทางสร้างสรรค์หรือการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เป็นที่ยอมรับได้ในระบอบประชาธิปไตยแต่ถ้ารุนแรงก็คงไม่ดี ตนคิดว่าไม่มีใครชอบ เมื่อถามว่า การเมืองไทยตกต่ำหรือไม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า อย่าไปว่าทั้งหมด เป็นแค่คนส่วนน้อย คนส่วนใหญ่ดูกันด้วยเหตุด้วยผล ยังไม่ทำให้เกิดความปั่นป่วน
ส่วนการเดินทางลงพื้นที่ของรัฐมนตรีในทุกภาคเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องการทำงานของรัฐบาลจะได้ผลหรือไม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า เขาก็พยายามจะชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจ เป็นวิธีการทำงานอย่างหนึ่ง ซึ่งเราต้องยอมรับ การทำอะไรไปบางครั้งประชาชนยังไม่ทราบ เขาก็อยากให้ประชาชนทราบและอยากฟังเสียงสะท้อนของประชาชนซึ่งถือเป็นเรื่องการทำงานอย่างหนึ่ง เราก็ต้องยอมรับการทำงานของคนมีการแก้ปัญหาได้หลายแบบ แบบใครแบบมัน อย่าไปคิดมาก ตนมองในแง่ดี
เมื่อถามถึงการที่สถาบันพระปกเกล้าฯจะเข้ามาศึกษาเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองใหม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ทุกฝ่ายพยายามหาองค์กรที่ดีมาช่วยกันคิด คิดว่า อะไรที่แก้ปัญหาได้ พูดคุยกันน่าจะแก้ไขปัญหาได้เพราะเป็นคนไทยด้วยกันน่าจะมีทางออก
ต่อข้อถามที่ว่า หลายฝ่ายเกรงว่าสถาบันพระปกเกล้าไม่เป็นกลาง พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า นานาจิตตัง
เมื่อถามว่า นักการเมืองควรใจกว้างยอมรับการเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า อะไรที่ทำให้ดีขึ้น ตนคิดว่ามันก็ดี เรามองส่วนรวมเป็นหลักน่าจะดี
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ผูกใจเจ็บเปรียบทหารเหมือนเป็นหมาป่าที่เลี้ยงไม่เชื่อง พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ไม่เป็นไร เชื่อว่า ทุกคนมีเจตนาดีต่อประเทศชาติ
เมื่อถามว่า การโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณถือเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า คนไทยฉลาด เราฟังแล้วใช้วิจารณญาณได้ แล้วแต่ว่า จะมองมุมใด ถ้ามองในแง่ดีรับฟังไว้ก็ไม่เสียหาย และเราก็มาตัดสินใจเองได้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ตนคิดว่า อย่าไปมองในแง่ร้ายจนเกินไป ควรทำใจให้เป็นกลาง และพยายามรวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์ที่ผ่านจะรู้ว่า อะไรเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
"อภิสิทธิ์” ยันไม่มีการเจรจาทักษิณให้กลับประเทศ
เมื่อเวลา 13.15 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยภายในสิ้นปีนี้ เพราะมีการเจรจากันรวมถึงการพิจารณาออกฎหมายนิรโทษกรรมด้วย โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มีการเจรจา ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันว่ารัฐบาลจะไม่มีการประณีประนอมกับพ.ต.ท.ทักษิณใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายคือข้อบังคับใช้กฎหมายเป็นอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลมีจุดยืนเกี่ยวกับกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้คดีที่พ.ต.ท.ทักษิณถูกตันสินไปแล้วไม่ใช่คดีการเมือง แต่เป็นคดีทุจริตหรือผลประโยชน์ทับซ้อน
“ยืนยันว่ารัฐบาลยังไม่มีนโยบายในเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม ขอให้ทุกอย่างไปอยู่ในกรอบการปฏิรูปการเมือง หากองค์กรปฏิรูปทางการเมืองเห็นว่ากฎหมายบางอย่างมีความไม่เป็นธรรม หรือกระบวนการบางอย่างไม่เป็นธรรมคิดว่าจำเป็นต้องมีการแก้ไขก็ให้เสนอมาโดยคนกลางที่ไม่มีส่วนได้เสีย“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยภายในสิ้นปีนี้มีนัยยะอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณพูดเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เมื่อถามต่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ พยายามที่ให้เกิดความเข้าใจว่าได้มีการเจรจากับรัฐบาลในการที่จะเดินทางกลับประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี



