
ผู้ชายนะยะ
ปลายสัปดาห์ก่อนผมลงจากเครื่องบินหลังจากไปทำงานที่ต่างประเทศมา หลานสาวที่ท้องแก่ใกล้คลอดแถมตัวใหญ่ยังกับตึกเคลื่อนที่ ชวนให้ไปดูละครเวทีเรื่อง ผู้ชายนะยะ เป็นเพื่อนกันหน่อย ด้วยความที่เป็นคนรักหลาน ไม่เคยขัดใจหลาน
บวกกับชอบในความกล้าเปิดเผยตัวตนของ อาจารย์เสรี วงษ์มณฑา และชอบลีลาการแสดงของ ชลิต เฟื่องอารมย์ ผมจึงเออออห่อหมกแต่งตัวไปกับหลานด้วย
นั่งดูละครด้วยความเพลิดเพลินและชอบในบทบาทการแสดงของตัวละครที่เล่นเป็น “ไอ้บอย” กับ “นังแดง” แล้วก็ย้อนกลับมาคิดตามประสา “ดูหนังดูละครแล้วย้อนกลับมาดูตัวเอง” ทำให้ผมคิดถึงบุคคลที่อยู่ในกลุ่มประชาชนชาว “นะยะ” ว่า ปัจจุบันนี้มีจำนวนมากขึ้นและเปิดเผยตัวตนกันมากขึ้น จนจำนวนประชากรชาวนะยะในประเทศไทยน่าจะอยู่ถึงระดับหลายแสนคนเสียก็ไม่รู้
และเป็นประชากรที่มีกำลังซื้อมากเอาการ มีรสนิยมการเสพสินค้าที่ไม่สนใจเรื่องราคา แต่ให้ความสำคัญกับความอินและความเอาท์ของวงการมากกว่าความคุ้มค่า จึงน่าจะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่สินค้าหลายตัวจับตามองด้วยสายตาอันกระหายหื่นในเงินของชาวนะยะ แต่ที่ยังคงจดๆ จ้องๆ ไม่มีกล้ากระโดดเข้ามาทำการค้าอย่างเปิดเผย
ก็น่าจะติดด้วยความกลัวภาพลักษณ์ของสินค้าตนเองจะต่ำต้อยลงไป ทั้งที่มีประชากรชาวนะยะจำนวนมาก ซึ่งหากจัดระดับกันด้วยกำลังทรัพย์ กำลังการศึกษา หรือแม้แต่ฐานะทางชาติตระกูล ก็สามารถกล่าวอ้างเบียดเสียดกับประชากรกลุ่มที่ถูกขนานนามว่าไฮโซได้ทีเดียว
ภาพลักษณ์ของชนชาวนะยะทั้งหลายนั้น ถูกจารจารึกไว้ในความรู้สึกของคนทั่วไป จากการสื่อสารความหมายผ่านสาระบันเทิงเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านหน้าจอทีวีช่วงละครหลังข่าว ที่เรียกกล่าวติดปากกันว่าละครน้ำเน่านั่นเอง ซึ่งผู้กำหนดบทบาทภาพลักษณ์ของชาวนะยะให้โลกได้รู้จักผ่านละครก็คือชาวนะยะด้วยกันเองเป็นส่วนใหญ่
แต่เป็นที่น่าเสียดายยิ่งที่บทบาทที่ปรากฏต่อสาธารณชนของชาวนะยะในละครคือ ภาพของการวี้ดว้ายกระต่ายแหกแตกตื่น จีบปากจีบคอนินทาว่าร้ายด่าทอ ส้องสุมจ้องแต่จะเสพในกามรสกันเป็นส่วนใหญ่ จะหาบทของชนชั้นนะยะผู้สูงศักดิ์เริดเชิดหยิ่ง ไว้เนื้อไว้ตัวในศักดิ์ศรีเยี่ยงคนทั่วไปสักบทสักตอนก็หาไม่ได้ ภาพประทับในใจที่คนทั่วไปมีให้กับชาวนะยะ จึงเป็นภาพในแง่มุมลบ จนทำให้สินค้าและหรือผู้คนที่จะเข้ามาสมาคมด้วยเกิดความกริ่งกลัวว่าสังคมจะดูตัวเป็นเช่นชาวนะยะในละครตามไปด้วย
ถ้าชนชาวนะยะชั้นผู้นำทางความคิดในสังคมของตนเอง ได้หาทางปรับลุคหรือปรับลักษณ์ของบางกลุ่มในชุมชนได้บ้าง ก็เชื่อว่าจะทำให้สายตาของคนทั่วไปที่มองชาวนะยะ เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ธุรกิจบริการและสินค้ามากหลายก็กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนในรุ่นสำหรับชาวนะยะมากขึ้น
แม้ผมจะเป็นที่ขีดเส้นใต้ในเพศของตนเองไว้ชัดแจ้ง แต่ด้วยรักและเห็นใจในทุกเพศร่วมสังคม อีกทั้งยังมีเพื่อนนะยะในระดับที่ปาดเฉือนแต่งเติมครบสูตร สนิทชิดเชื้อพอที่จะเดินกอดเอวเกี่ยวแขนกันได้อย่างเชิดหน้าในที่สาธารณะ จึงอยากให้สังคมของชนชาวนะยะได้รับการยอมรับในสถานที่ดีขึ้นจากคนทั่วไป ซึ่งไม่มีใครมาช่วยทำได้นอกจากชาวนะยะด้วยกันเท่านั้นครับ



