
สั่งร้องศาลขอ"ก่อสร้าง"มาบตาพุดเอกชนรับเสี่ยงเรื่องเปิดดำเนินการ-อัยการยื่น 1-2 วัน
ครม.ให้อัยการสูงสุดยื่นร้องศาลปกครองเปิดช่อง เดินหน้าก่อสร้างโครงการมาบตาพุด แต่ยังไม่เปิดดำเนินการ ให้เอกชนรับความเสี่ยงในการจัดทำอีไอเอและเอชไอเอเอง คาดยื่นคำร้องใน 1-2 วันนี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้อัยการสูงสุดดำเนินการยื่นร้องต่อศาลปกครองกรณีมีคำสั่งระงับโครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อให้สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ แต่ยังไม่ได้ประกอบกิจการ เพราะขณะนี้ทุกภาคส่วนต้องหยุดชะงักลงทั้งหมด โดยเอกชนต้องพร้อมที่จะรับความเสี่ยงในการก่อสร้าง แม้อาจจะไม่ได้ประกอบกิจการ ซึ่งให้อัยการร่างคำร้องไว้แล้ว และคาดว่าจะยื่นได้ภายใน 1-2 วันนี้
รายงานข่าวระบุว่า ในการยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง จะขอให้สามารถเดินหน้าก่อสร้างโรงงานได้ แต่จะยังไม่เปิดเดินเครื่องจนกว่าจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ทั้งการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) รวมทั้งความเห็นจากองค์การอิสระ ซึ่งในส่วนของ 30 โครงการที่ถูกระงับนั้น มี 6-7 โครงการที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนของศาล แต่สามารถดำเนินการตามมาตรา 67 วรรคสอง ได้เลย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมานายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้นำปัญหาทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุม ครม. ชี้ให้รัฐบาลเห็นว่าปัญหาเกิดจากการไม่เคารพผังเมือง ทำให้แก้ไขยาก นำไปสู่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เช่น เรื่องขยะ น้ำใช้ และปัญหาผลกระทบในเรื่องของสุขภาพ และรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางจำนวน 877 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหา เพื่อดูแลสุขภาพให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
"สารพิษจากภาคอุตสาหกรรม ที่เกิดขึ้นในบางครั้งจากอุบัติเหตุบ้าง เกิดจากการสูดดมของสารพิษจนเกิดผลกระทบบ้าง ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะต้องมีสถานที่ในการดูแลรักษา มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถมีความเชี่ยวชาญด้านสารเคมี มีการตรวจสุขภาพประชาชนที่ทำงานด้านสารพิษโดยตรง" นายกรัฐมนตรี กล่าว
ทั้งนี้หน่วยงานจำเป็นต้องทำงานในเชิงรุกในการแก้ไขปัญหา คือการเข้าไปเฝ้าระวังตรวจสุขภาพประชาชนแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะทำให้ง่ายต่อการแก้ไขและสามารถแก้ไขปัญหาและทำให้ประชาชนไม่ต้องเจ็บป่วยถึงขั้นรุนแรง ทำหน้าที่สำคัญในการสื่อสาร เพื่อนำข้อมูลไปบอกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องดำเนินโครงการตรวจสุขภาพ ทำงานแบบเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ผู้ประกอบการต่างๆ ต้องให้ข้อมูล ทั้งในเรื่องของกระบวนการผลิตสิ่งของที่ใช้อยู่ในโรงงานมีอะไรบ้าง เวลาเกิดปัญหาจะได้แก้ไขปัญหาและรักษาพยาบาลได้ถูกต้อง ถูกจุดอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหารุนแรงขึ้น



