
ครม.ผ่านร่างพรบ.ปราบโกงตามฟันขรก.5ปีหลังพ้น
ครม.เห็นชอบร่างพรบ.ปราบทุจริต ตามฟันขรก.โกง แม้พ้นตำแหน่งแล้ว 5 ปี พร้อมเห็นชอบร่างพรบ.เข้าชื่อแก้รธน. ใช้ 5 หมื่นชื่อ ประธานสภาเป็นเจ้าภาพตรวจสอบ-คืนเรื่อง
(2ก.พ.) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..)พ.ศ.... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบแล้วและส่งให้คณะกรรมการประสานงานด้านนิติบัญญัติพิจารณาก่อนที่จะนำเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.นี้ คือ 1.เป็นการกำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) มีอำนาจรับหรือพิจารณาเรื่องที่มีผู้กล่าวหาในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไปแล้วไม่เกิน 5 ปี เว้นแต่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ แต่ต้องเริ่มดำเนินการภายใน 10 ปีนับตั้งแต่วันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและการมีมติของคณะกรรมการป.ป.ท.ต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามระเบียบที่คณะกรรมการป.ป.ท.กำหนด และ 3.ให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.มีอำนาจดำเนินการต่อไปได้แม้ภายหลังเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไปแล้ว
คลอดพรบ.เข้าชื่อแก้รธน.ใช้5หมื่นชื่อ
นายศุภชัย แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อ เสนอกฎหมายพ.ศ....ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ โดยสาระสำคัญของร่างคือ มีการบัญญัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการและขั้นตอนการเข้าเสนอชื่อร่างพ.ร.บ.และให้นำไปใช้กับการเข้าชื่อเสนอญัตติ ขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม มีรายละเอียดอาทิ ในหัวข้อเกี่ยวกับวิธีการเข้าชื่อ,การรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง, การตรวจสอบชื่อของผู้มีสิทธิเข้าชื่อ เสนอร่างพ.ร.บ.หรือญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ,การตรวจสอบหลักฐาน และเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ที่จะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาได้ มีบทกำหนดโทษและผู้รักษาการตามพ.ร.บ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีสาระสำคัญโดยบัญญัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการและขั้นตอนการเข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.แล้วนำไปใช้กับการเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม ดังนี้
วิธีการเข้าชื่อ 1.กำหนด ให้ผู้มิสิทธิ์เข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.หรือญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ในวันที่ยื่นคำร้องขอต่อประธานรัฐสภา กรณีการเข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ต้องมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อรวมกันไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคน และกรณีการเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องมีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อรวมกันไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน 2.การเข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.หรือญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา ต้องมีผู้ริเริ่มซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 คน โดยแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบเป็นหนังสือพร้อมด้วยร่างพ.ร.บ.และบันทึกประกอบร่างพ.ร.บ.หรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมและบันทึกประกอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับ แก้ไขเพิ่มเติม และรายชื่อของผู้ริเริ่มพร้อมด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ หรือบัตรหรือหลักฐาน อื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้ และมีบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น
เมื่อได้แจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบเกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.หรือญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแล้ว หากผู้ริเริ่มประสงค์ที่จะแก้ไขร่างพ.ร.บ.หรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับ แก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว ก็สามารถกระทำได้จนกระทั่งก่อนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงลายมือชื่อเข้าร่วมเสนอร่างพ.ร.บ.หรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ผู้ริเริ่มต้องจัดส่งร่างพ.ร.บ.หรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่ม เติมและบันทึกประกอบที่แก้ไขใหม่นั้นแก่ประธานรัฐสภาพร้อมหนังสือแจ้งด้วย
อนึ่ง ในกรณีที่ผู้ริเริ่มประสงค์ที่จะเสนอร่างพ.ร.บ.ในเรื่องใดหรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม แต่ยังไม่อาจจัดทำร่างหรือเห็นว่าร่างที่เสนอนั้นยังไม่เป็นไปตามหลักการ หรือสาระสำคัญที่ต้องการเสนอ ผู้ริเริ่มจะให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะหน่วยงานที่ดูแล เกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ต่างๆรัฐธรรมนูญทีต้องนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ช่วยเหลือในการยกร่างหรือปรับปรุงพ.ร.บ.หรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข เพิ่มเติมให้ก่อนที่จะแจ้งประธานรัฐสภาก็ได้
ในส่วนของการรวบรวมรายชื่อผู้มิสิทธิเลือกตั้ง นั้น 1. ผู้ริเริ่มสามารถดำเนินการชักชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อเข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.หรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวได้ และเอกสารการลงลายมือชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกแผ่นต้องปรากฎข้อความให้ผู้ ลงลายมือชื่อได้ทราบว่าการลงลายมือชื่อเพื่อเสนอร่างพ.ร.บ.หรือญัตติร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในเรื่องใด พร้อม ทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ลงลายมือชื่อ ได้แก่ ชื่อตัวและสกุลและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รวมทั้งต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ หรือบัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย สามารถแสดงตนได้ และมีหมายเลขประจำตัวประชาชนของผุ้นั้น 2.ใน กรณีที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ได้จำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนหรือกรณีเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวนไม่น้อย กว่า 5 หมื่นคน ให้ผู้ริเริ่มยื่นคำร้องขอต่อประธานรัฐสภา พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด
สำหรับขั้นตอนในการตรวจสอบรายชื่อของผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.หรือญัตติร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 1. เมื่อ ประธานรัฐสภาตรวจสอบเอกสารแล้วปรากฏว่ามีลายมือชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ถึง 1 หมื่นคน หรือไม่ถึง 5 หมื่นคน แล้วแต่กรณีหรือมีเอกสารไม่ถูกต้อง ให้ประธานรัฐสภามีอำนาจแจ้งเป็นหนังสือเพื่อคืนเรื่องไปยังผู้ริเริ่มเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน หากประธานรัฐสภาเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วต้องจัดให้มีการประกาศรายชื่อผู้ เข้าชื่อชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.หรือญัตติร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร(เว็บไซต์) และจัดเอกสารไว้ให้ประชาชนตรวจสอบด้วย 2. ในกรณีผู้มีชื่อเป็นผู้เข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.หรือญัตติร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เห็นว่าตนมิได้เข้าร่วมลงชื่อด้วย ให้มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านเพื่อให้ขีดฆ่าชื่อของตนออกต่อประธานรัฐสภาแต่ง ตั้งภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศรายชื่อดังกล่าว แต่หากพ้นระยะเวลาคัดค้านแล้วให้ถือว่ารายชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.หรือญัตติร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายชื่อที่ถูกต้อง และหากปรากฏว่ามีลายชื่อไม่ถึง 1 หมื่นคนหรือไม่ถึง 5 หมื่นคน แล้วแต่กรณีให้ประธานรัฐสภาแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ริเริ่มทราบเพื่อจัดให้มีการเข้าชื่อเพิ่มเติมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และหากผู้ริเริ่มไม่ดำเนินการหรือไม่อาจจัดให้มีการเข้าชื่อเพิ่มเติมจนครบ จำนวนภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้ประธานรัฐสภาแจ้งเป็นหนังสือเพื่อจำหน่ายเรื่องต่อไป
ในส่วนของการตรวจสอบหลักการและเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ที่จะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาได้ ต้องเป็นร่างพ.ร.บ.ที่มีหลักเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนชาวไทยหรือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย สำหรับญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องมิใช่กรณีที่มีผลเป็นการเปลี่ยน แปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ
ส่วนบทกำหนดโทษกำหนดความผิดและอัตราโทษสำหรับความผิดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้บุคคลดังกล่าวริเริ่มเข้าชื่อหรือร่วมลงชื่อเสนอกฎหมาย และความผิดฐานหลอกหลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคามเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมลงชื่อในการเข้าชื่อ เสนอกฎหมาย เพื่อเป็นบทลงโทษกรณีที่มีการกระทำในลักษณะที่ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้า ชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.หรือญัตติร่าง รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยมิได้เป็นไปโดยชื่อปลอมนั้น เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายที่แท้ จริง
และผู้รักษาการตามพ.ร.บ.กำหนดให้ประธานรัฐสภารักษาการตามพ.ร.บ.นี้ เนื่องจากการเข้าชื่อเสนร่างพ.ร.บ.หรือญัตติร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การตรวจสอบการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นกระบวนการทางนิติบัญญัติ



