
อภิสิทธิ์ชี้ตรวจจีที200ไม่ต้องให้บ.เข้าชี้แจง
กัลยา รับลูก ครม. ตั้ง กก.สอบจีที 200 3 ก.พ. รู้ผลขั้นตอนตรวจสอบ มั่นใจสัปดาห์หน้าฟันธงได้ และสังคมจะเชื่อถือผลการตรวจสอบ เปิดทาง อ.จุฬาฯ ร่วมนั่ง กก. เผย ทหาร พร้อมมอบเครื่องให้ตรวจ นักวิชาการใต้หนุนรัฐสอบวัดใจฝ่ายความมั่นคงรับผิดชอบสังคม
(2ก.พ.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติให้กระทรวงวิทย์ฯตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเครื่องจีที 200 ว่า กระทรวงวิทย์ฯจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ซึ่งมีตนเป็นประธานฯและมีเนคเทคเป็นเลขานุการฯ โดยจะเชิญ 2 กลุ่มใหญ่คือ 1. กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร และ 2. กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องทุกฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่จาก ปปส.มาร่วมเป็นกรรมการ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องนี้จะไปทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน แต่ก่อนที่จะออกไปทดสอบประสิทธิภาพจะต้องมีการร่างกระบวนการที่จะทดสอบว่ามีขั้นตอนอย่างไร โดยจะเชิญนักสถิติจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการเสื่อสาร(ไอซีที)เข้ามาร่วมร่างกระบวนการด้วย เพื่อให้ทราบว่าทดสอบกี่ครั้ง ผลออกมาจึงจะน่าเชื่อถือ สำหรับกรอบขั้นตอนต่างๆคาดว่าวันที่ 3 ก.พ.จะเรียบร้อย โดยกรรมการที่เกี่ยวข้องและผู้ใช้เครื่องดังกล่าวเห็นชอบ จึงจะไปทดสอบภาคสนาม
รมว.วิทยาศาสตร์ กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการทดสอบคู่ขนาน โดยมีนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ วิศวกร ทหาร ตำรวจที่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องดังกล่าวว่า เครื่องทำงานอย่างไร ประกอบด้วยอะไร ขบวนการตรวจสอบได้เพราะอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะแกะเครื่องออกมาพิสูจน์กี่รุ่นเพราะแต่ละเครื่องมีราคาสูง ตั้งแต่ 300,000-1,200,000 บาท คุณหญิงกัลยา ตอบว่า ซื้อในช่วงเวลาแตกต่างกันระหว่างปี 2547-2548 ซื้อมาเรื่อยๆและยังมีเครื่องอัลฟ่า 6 ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ก็จะถือโอกาสตรวจสอบไปพร้อมๆกันว่าเครื่องภายในประกอบด้วยอะไร แต่คงไม่ถึงกับผ่าออก แค่แกะแล้วประกอบเข้าไปใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าทั้ง 2 ส่วนที่ทำคู่ขนานกันนี้น่าจะได้ผลสรุปภายในสัปดาห์นี้พร้อมๆกันใช่หรือไม่ รมว.วิทยาศาสตร์ กล่าวว่า น่าจะภายในสัปดาห์หน้า แต่ในสัปดาห์นี้จะรู้เบื้องต้น อย่างน้อยวันที่ 3 ก.พ.ก็คงจะพอทราบว่าขั้นตอนการตรวจสอบภาคสนามที่ทุกคนเห็นชอบจะเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำอย่างไรให้ผลการพิสูจน์ครั้งนี้ที่กระทรวงวิทย์ฯเป็นเจ้าภาพได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า เราเชิญกรรมการจากทุกฝ่ายมาเป็น ดังนั้นจะทำอะไรก็ตามต้องให้ทุกฝ่ายเห็นชอบ โดยจะทำตามขั้นตอนที่เห็นว่าเชื่อถือได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องเชิญอาจารย์จากจุฬาฯที่เคยออกมาท้วงติงว่าเครื่องจีที 200 ไม่มีประสิทธิภาพและซื้อในราคาเกินจริงมาด้วยหรือไม่ รมว.วิทยาศาสตร์ กล่าวว่า แล้วแต่ท่าน เพราะท่านอาจจะอยู่ในเชิงนักวิทยาศาสตร์หรือจะไปทดลองภาคสนาม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุม ครม.มีหน่วยงานที่ใช้เครื่องดังกล่าวอยู่ ได้แสดงความจำนงค์ว่าพร้อมจะมอบเครื่องให้พิสูจน์หรือไม่ คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ได้เชิญทหารมาชี้แจง ซึ่งเขาก็ยินดีที่จะมอบเครื่องให้ตรวจสอบ และมั่นใจว่าสังคมจะเชื่อถือผลการตรวจสอบที่จะเกิดขึ้น
อภิสิทธิ์ระบุตรวจจีที 200ไม่ต้องให้บริษัทเข้าชี้แจง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตรวจสอบเครื่องจีที 200 ของคณะกรรมการตรวจสอบฯ ที่มีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิชย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เป็นประธาน ว่า ไม่จำเป็นต้องให้บริษัทผู้ขายเครื่องเข้าชี้แจง เพราะประเด็นสำคัญที่ต้องพิสูจน์ในวันนี้คือต้องพิสูจน์ประสิทธิภาพของเครื่องว่าใช้งานได้จริงหรือไม่ และน่าจะพิสูจน์ได้เร็วตามที่คุณหญิงกัลยา ระบุ
“ปณิธาน”อ้างนักวิทย์ฯสงสัยเพราะไม่เคยใช้
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า ในวันนี้ (2 ก.พ.) ที่ประชุมได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด จีที 200 ทั้งกระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร มาสอบถามถึงประสิทธิภาพการใช้งาน เพื่อเปรียบเทียบการใช้งานกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งตัวแทนทุกหน่วยงานยืนยันว่า พอใจการใช้เครื่องจีที 200 โดยปัญหาที่พบส่วนใหญ่ มาจากตัวบุคคลผู้ใช้งาน
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้เล่าถึงความไม่สบายใจของสังคม จึงอยากให้ตัวแทนซึ่งเป็นหน่วยงานกลางเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เสนอตัว โดยคุณหญิงกัลยา โสภณพณิช รมว.วิทยาศาสตร์ฯจะไปพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานรัฐ เพื่อหาแนวทางตรวจสอบที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และไม่เกิดการโต้เถียงกันอีกในอนาคต
นายปณิธาน กล่าวว่า สำหรับเครื่องจีที 200 จัดซื้อมาในปี 2549 ส่วนใหญ่ใช้ในราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขณะนี้มีอีกกว่า 10 ประเทศใช้เครื่องดังกล่าวด้วย เช่น อัฟกานิสถาน อิรัก ประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย และบางประเทศในทวีปยุโรป ซึ่งแตกต่างจากประเทศพัฒนาแล้ว ที่ส่วนใหญ่ใช้เครื่องที่ราคาแพงกว่าเครื่องจีที 200 เกือบ 10 เท่า ที่มีความแม่นยำมากกว่า แต่สาเหตุที่ประเทศไทยใช้จีที 200 เพราะมีความคล่องตัวมากกว่า เนื่องจากมีขนาดเล็ก โดยมีข้อสังเกตว่าหลังใช้เครื่องจีที 200 สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับการใช้สุนัขดมกลิ่น เนื่องจากการใช้สุนัขจะเกิดปัญหายามเข้าไปตรวจค้นในที่ศาสนสถาน
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องจีที 200 จะต้องเปรียบเทียบกับ ระหว่างมีหรือไม่ ใช้จีที 200 กับใช้สุนัข อะไรได้ผลดีกว่ากัน โดยอาจใช้วิธีจำลองสถานการณ์ในห้องแล็บ
“ฝ่ายนักวิทยาศาสตร์ ไม่ได้เป็นคนใช้จึงเกิดความสงสัยว่าเครื่องจะใช้ได้ผลหรือไม่ แต่คนที่ใช้เขามั่นใจว่าทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นหลังจากนี้ต้องนำผู้ใช้ และนักวิทยาศาสตร์ มาสร้างความเข้าใจร่วมกัน”นายปณิธาน กล่าว
นักวิชาการใต้หนุนรัฐสอบวัดใจฝ่ายความมั่นคงรับผิดชอบสังคม
ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี นักวิชาการชายแดนใต้ และผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ เปิดเผยว่า เห็นด้วยและสนับสนุนให้ตัวแทนรัฐบาลต้องออกมาเป็นตัวกลางในการตรวจสอบคุณภาพเครื่องจีที 200ให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากเป็นประเด็นถกเถียงของสังคม ที่สำคัญถือว่ามีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรงหากปล่อยให้ล่าช้าออกไปจะยิ่งส่งผลกระทบระยะยาวต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้กระบวนการตรวจสอบคุณภาพของอุปกรณ์ชนิดดังกล่าวจะต้องเปิดโอกาสให้ตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมให้ข้อมูล รวมถึงตรวจสอบและเป็นสักขีพยานในครั้งเดียวกันด้วย เพื่อให้เกิดข้อคำถามและความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่อาจมีมุมมองที่มีความหลากหลายในมิติต่างๆเพื่อจะได้นำเอามาเป็นข้อมูลวิเคราะห์ถึงประสิทธิภาพของเครื่องจีที 200เพื่อให้ได้คำตอบที่ไร้ข้อกังขาและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายด้วย
ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าวอีกว่า หากสามารถทำให้การตรวจสอบเครื่องมือจีที 200 เกิดขึ้นได้จะเป็นการทำงานที่เกิดมิติใหม่ในมุมของการตรวจสอบกลไกการทำงานของรัฐและเป็นการสร้างปรากฎการณ์ใหม่ที่เป็นบรรทัดฐานให้สังคมได้รับรู้กรณีการจัดซื้อเครื่องมือต่างๆที่มีความสำคัญจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบด้าน หากพบว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะยอมรับได้ก็ควรยกเลิก
ในทางตรงกันข้ามหากข้อเท็จจริงระหว่างการปฎิบัติหน้าที่พบว่าเครื่องมือชนิดนี้ให้ผลดีต่อการทำงาน ซึ่งอาจขัดแย้งในแง่ของวิทยาศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นความคาดเคลื่อนเพียง 20% จะเป็นเรื่องใหญ่ที่ยอมรับได้ยากก็ตาม แต่ทั้งหมดก็จะได้ข้อยุติที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับเหตุผลซึ่งกันและกัน โดยไม่ต้องเสียเวลาถกเถียงให้เกิดเป็นประเด็นปัญหาที่บานปลายออกไปอีก
"การตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องจีที 200 หากสามารถทำได้จริงจะกลายเป็นบรรทัดฐานการตรวจสอบการจัดซื้ออุปกรณ์ชนิดพิเศษได้เป็นอย่างดีและที่สำคัญจะเป็นอีก1 ก้าวของความสำเร็จที่จะแสดงถึงความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐและฝ่ายความมั่นคงที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างไร้ข้อกังขาแต่สิ่งหนึ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องยอมรับร่วมกัน คือ ผลข้อเท็จจริงที่ออกมาทุกฝ่ายต้องยอมรับให้ได้" ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าว
ยมท.ชี้ปชช.จับตางบดับไฟใต้ส่อไม่โปร่งใส
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ไปตรวจสอบเครื่อง GT-200 เห็นว่าเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะหากยิ่งปล่อยให้ประเด็นเรื่องประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ยังอยู่ในความสงสัยของประชาชนจะยิ่งไม่เป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้
นอกจากนี้การพิสูจน์จะได้ทราบข้อเท็จจริงและการปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อป้องกันอันตรายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแล้ว รัฐบาลจะต้องเร่งแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการจัดซื้ออุปกรณ์ชนิดนี้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นถึงความโปร่งใส เพราะวันนี้คุณสมบัติของเครื่องกับราคาทำให้ประชาชนสงสัยว่างบประมาณจำนวนไม่น้อยที่ถูกนำไปใช้จัดซื้อเครื่องจีที200มีความคุ้มค่ากันหรือไม่
“ผมเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้พิสูจน์เครื่องจีที200 เพราะยิ่งปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไปนั้นจะกระทบเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อเจ้าหน้าที่รัฐจะลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเด็นการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ที่อาจมีคนบางกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์กับเรื่องนี้จริงหรือไม่อย่างไร ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่”นายนิมะนาเซ กล่าว
กรรมการ ยมท. กล่าวต่อว่า กรณีเครื่องจีที 200 ทำให้ประชาชนในพื้นที่เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมเกี่ยวกับการใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการนำไปใช้จัดซื้ออุปกรณ์เพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจยุติความรุนแรงในส่วนอื่นๆด้วยว่ามีความเหมาะสม และถูกใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าจริงหรือไม่ โดยปัจจุบันนี้ปฎิเสธไม่ได้ว่า กรณีจีที200 เป็นแรงกระตุ้นให้ภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เกาะติดความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับงบประมาณที่นำมาใช้ดับไฟใต้มากขึ้นด้วย
ปปช.รอคนร้อง" จีที 200 "
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ปปช. กล่าวถึงกรณีจีที 200 ที่หลายหน่วยงานของไทยได้ซื้อมาใช้งานและมีราคาสูงเกินจริง ว่า ปกติทางเจ้าหน้าที่ ปปช. ก็จะทำการรวบรวมข่าวสารจากสื่อต่างๆอยู่แล้ว รวมทั้งจากหนังสือพิมพ์และเมื่อพบว่ามีเหตุอันควรสงสัยในเรื่องใด ปปช. ก็จะเข้าไปดู
" สำหรับเรื่องจีที 200 ผมทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่า จะมีคนมาร้องกับ ปปช. อยู่แล้ว ดังนั้นถ้ามีคนมาร้องให้ ปปช. ตรวจสอบเรื่องนี้ ก็จะเข้าสู่กระบวนการของ ปปช. โดยเจ้าหน้าที่จะสรุปเรื่องขึ้นมาว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ปปช.หรือไม่ พยานหลักฐานมีอะไรบ้างและเพียงพอที่จะให้กรรมการ ปปช.วินิจฉัยได้หรือไม่ ซึ่งหากพยานหลักฐานเพียงพอก็จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนหรือให้เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวน แต่หากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ กรรมการ ปปช. ก็จะให้เจ้าหน้าที่ไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม "



