
ชายฉกรรจ์ยกพวกฉุดสาว16ญาติเห็นช่วยได้ทัน
ชายฉกรรจ์ขี่แท็กซี่ยกพวกพยายามฉุดสาว 16 ปีเมืองปากน้ำขึ้นรถ แต่สาววิ่งหลบหนีแอบในตู้โทรศัพท์สาธารณะมิหนำซ้ำกลับพยายามทุบกระจก โชคช่วยญาติผ่านมาพบ ช่วยได้ทันก่อนตามล้อมจับชายทั้ง 4 ได้
เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 1 ก.พ.53 พ.ต.ท.ธานินท์ ฉัตรเจริญพร รอง ผกก.ป. สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุชายฉกรรจ์จำนวน 4 คน พยายามฉุดหญิงสาวขึ้นแท็กซี่ ภายในซอยโรงน้ำแข้งไกรวัน หมู่ 20 ถนนเทพารักษ์ หลักกิโลเมตรที่ 12 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุได้พบ น.ส.ส้ม (นามสมมุติ ) อายุ 16 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่กับ นางนง (นามสมมุติ ) อายุ 38 ปี ผู้เป็นแม่ด้วยอาการหวาดผวา หลังตั้งสติได้ น.ส.ส้ม ได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ออกมาซื้อของที่ร้านมินิมาร์ท ที่บริเวณปากซอย
หลังจากที่ตนซื้อของเสร็จกำลังขับรถกลับบ้านซึ่งอยู่ภายในซอยดังกล่าว ได้มีชายจำนวน 4 คนร่วมทั้งคนขับได้ขับรถแท็กซี่ยี่ห้อ โตโยต้า สีชมพู ทะเบียน ทพ-3271 กทม. ขับตามหลังรถตนมาก่อนที่จะแซงขึ้นหน้าและเลี้ยวปาดหน้ารถของตน ทำให้รถตนเสียหลักเกือบล้ม
ในจังหวะนั้นได้มีชายจำนวน 3 คนได้ลงมาจากรถแท็กซี่คันดังกล่าว และพยายามจะเข้ามาฉุดกระชากลากตนเข้าไปในรถแท็กซี่ แต่ตนได้วิ่งหลบหนีเข้าไปอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และปิดขังตัวเองอยู่ในตู้โทรศัพท์ ชายทั้งสามคนพยามขู่ให้ตนออกมาแต่ตนไม่ยอมออก คนร้ายทั้ง 3 จึงได้ใช้ก้อนหินขนาดใหญ่ขว้างใสกระจกตู้โทรศัพท์ที่ตนหลบอยู่ด้านในแต่กระจกไม่แตก
ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่นายต่าย ซึ่งเป็นน้าชายของตนที่ไปรับภรรยาเพิ่งกลับผ่านมาเห็นพอดี จึงได้ตรงเข้าช่วยเหลือ ก่อนที่แม่ของตนและญาติคนอื่น ๆ ที่มีคนวิ่งไปบอกได้ออกมาช่วยตนเอาไว้ได้ ส่วนคนร้ายอีกคนที่นั่งรออยู่ในรถได้วิ่งหลบหนีไปก่อน คนร้ายทั้งสามจึงได้วิ่งขึ้นรถขับหลบหนีไปมุ่งหน้าเข้าเขตพื้นที่ตำบลสำโรงเหนือ ญาติของตนจำนวนหลายคน จึงขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตามไป
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า มีรถแท็กซี่ถูกรุมทำร้ายอยู่กลางถนนเทพารักษ์ หลักกิโลเมตรที่ 7 ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกันระหว่างตำบลบางพลีใหญ่ และตำบลสำโรงเหนือ เจ้าหน้าที่จึงได้รีบเดินทางไปตรวจสอบได้พบชาวบ้านจำนวนหลายสิบคนกำลังใช้ไม้เหล็กแป๊บรุมทุบรถแท็กซี่ยี่ห้อ โตโยต้า สีชมพู ทะเบียน ทพ-3271 กทม. จนพังยับกระจกหน้าหลังและกระจกข้างถูกทุบจนแตกหมดทุกบาน
ซึ่งพบเป็นรถแท็กซี่ของคนร้ายที่ใช้เป็นพาหลบหนีมา โดยที่มีชายฉกรรจ์จำนวน 3 คน นั่งอยู่ในรถ จึงได้เข้าทำการระงับเหตุก่อนควบคุมตัวชายฉกรรจ์ทั้ง 3 ออกมาได้ ตรวจสอบภายในรถได้พบมีดปลายแหลมยาวประมาณ 20 นิ้วตกอยู่ 1 เล่ม และมีดคัดเตอร์สีแดง ที่ตกอยู่หน้ารถอีก 1 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ก่อนควบคุมตัวกลับมาทำการสอบสวนที่โรงพัก ทราบชื่อ นายยุทธศักดิ์ กิจสุวรรณ อายุ 37 ปี คนขับแท็กซี่คันดังกล่าว นายสุรศักดิ์ เกษแก้ว อายุ 17 ปี และนายสุวิทย์ ทาธร อายุ 17 ปี โดยมี น.ส.ส้ม ผู้เสียหายชี้ยืนยันให้จับกุม
จากการสอบสวน นายยุทธศักดิ์ หนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า ตน และ น.ส.ส้ม ผู้เสียหาย เคยรู้จักและเป็นแฟนกันมาก่อน แต่ถูกญาติของผู้เสียหายกีดกันไม่ให้ติดต่อกัน ในวันนี้ตนจึงได้นั่งดื่มเหล้ากับ นายสุรศักดิ์ และ นายสุวิทย์ ย้อมใจก่อนที่จะพากันขับรถแท็กซี่จะเข้าไปหา น.ส.ส้ม เพื่อเคลียร์ปัญหา
แต่มาพบ น.ส.ส้ม ขับรถจักรยานยนต์อยู่ปากซอยจึงพยายามเรียกให้จอด แต่ น.ส.ส้ม ไม่จอดตนจึงขับรถปาดหน้าเพื่อที่จะพูดคุยกัน ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้ฉุดกระชากหรือ ทำร้าย น.ส.ส้มแต่อย่างไร แต่ น.ส.ส้ม ไม่ยอมวิ่งเข้าไปหลบในตู้โทรศัพท์สาธารณ
โดย นายสุศักดิ์ และ นายสุวิทย์ จึงได้ใช้ก้อนหินขว้างตู้โทรศัพท์ เพื่อที่จะให้ น.ส.ส้ม ออกมาพูดคุยกัน แต่พอดีมี ญาติของ น.ส.ส้ม ผ่านมาเห็น ตนและพวกจึงได้ขับรถหนีออกมา แต่ก็ถูกญาติของ น.ส.ส้ม ขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามมาทุบรถแท็กซี่ของตนในขณะที่จอดติดอยู่กลางถนนจนพังยับเยินกระจกแตกกระจายและเข้ามารุมทำร้ายพวกตน
อย่างไรก็ตาม น.ส.ส้ม ได้ยืนยันว่าไม่รู้จักผู้ต้องหาทั้งสามคนแต่อย่างใด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสาม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันพยายามฉุดหญิง โดยใช้ยานพาหนะ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



