ข่าว

5พรรคร่วมรัฐบาลตบโต๊ะยื่นญัตติแก้รธน.พรุ่งนี้

5พรรคร่วมรัฐบาลตบโต๊ะยื่นญัตติแก้รธน.พรุ่งนี้

02 ก.พ. 2553

5 พรรคร่วมรัฐบาลตบโต๊ะยื่นญัตติแก้ รธน.พรุ่งนี้ ‘ชุมพล’ อ้างความชอบธรรมจากสวนดุสิตโพล

 เมื่อเวลา 14.10 น.วันที่ 2 ที่โรงแรมสยามซิตี้  หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรค นำโดย นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคกิจสังคม นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกุล รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทยในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.อุดรธานี เลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้มาร่วมแถลงข่าวร่วมกันเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใน 2 ประเด็น

 นายชุมพล กล่าวว่า พรรคการเมืองทั้ง 5 พรรคได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม พรรคเพื่อแผ่นดิน และ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอประกาศเจตนาร่วมกันที่จะเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมมาตรา 94 เกี่ยวกับที่มาของส.ส.ให้มาจากการเลือกตั้งแบบเขตเดียวคนเดียว และ มาตรา 190 เกี่ยวกับการหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฎิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา

 นายชุมพล กล่าวว่า ในประเด็นของการเลือกตั้งแบบเขตเดียวคนเดียวเป็นไปตามหลักสาสกลเพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ได้ 1 คนเท่ากันทั่วประเทศ สามารถตรวจสอบการซื้อเสียงได้ง่ายเพราะเป็นพื้นที่เขตเล็กเป็นผลให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเกรงกลัวต่อการตรวจสอบและยังเป็นผลให้ส.ส.สามารถรับผิดชอบประชาชนได้มากขึ้นจากการกำหนดให้เขตเลือกตั้งมีขนาดเล็กลง ที่สำคัญยังเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลเข้ามาเป็นส.ส.มากขึ้นด้วย

 นายชุมพล กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรา 190 ปัจจุบันการบริหารงานของฝ่ายบริหารมีปัญหาและอุปสรรคมากเนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่า หนังสือสัญญาใดที่จะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ทำให้ประเทศชาติต้องเสียผลประโยชน์และศักดิ์ศรีในเวทีระหว่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศตลอดเวลา การแก้ไขมาตรานี้จึงเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถนำไปปฎิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ทั้งนี้จะได้นำญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 เสนอต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาในวันพุธที่ 3 ก.พ. เวลา 10.00น.ต่อไป

 “จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนของสวนดุสิตโพลพบว่ามีประชาชน 54.55% เห็นด้วยกับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของเราใน 2 ประเด็น จึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนเห็นด้วยกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาที่สามารถดำเนินการได้” นายชุมพล กล่าว

 เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลได้มีการหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เพราะเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำให้เสียงสนับสนุนไม่พอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชุมพล กล่าวว่า ตอนนี้เป็นเพียงขั้นตอนการยื่นญัตติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐสภาเป็นเวทีถกเพียงกันว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และขณะนี้มีเสียงสมาชิกร่วมลงญัตติเกิน 1 ใน 5 คือ 95 คนขึ้นไปแล้ว ก็ต้องไปว่ากันตอนลงมติว่าจะผ่านหรือไม่

 ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากยื่นต่อประธานรัฐสภาแล้วประธานรัฐสภาต้องบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระภายในกี่วัน นายชุมพล กล่าวว่า จะบรรจุกี่วันก็แล้วแต่ประธานรัฐสภา แล้วแต่ดุลพินิจ แต่ตามกฎหมายทั่วไปก็ต้องบรรจุภายใน 15 วัน และคงไม่ไปร้องขอ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภา เราคงไปบังคับไม่ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเสนอญัตติเข้าสู่รัฐสภาแล้ว 5 พรรคร่วมฯก็ตกลงกันว่าจะไม่เอาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมาพูดกันนอกสภาแล้ว

 เมื่อถามว่าจะมีการล๊อบบี้ส.ส.พรรคเพื่อไทยและส.ว.หรือไม่เพื่อขอเสียงสนับสนุน นายชุมพล กล่าวว่าขอให้ยื่นญัตติให้เสร็จก่อนแล้วบรรจุให้เสร็จก่อน ถ้าไม่ผ่านก็ไม่เป็นไรเพราะสภาชุดนี้ยังเหลือเวลาอีกปีกว่าๆผ่านก็ผ่านไม่ผ่านก็ไม่ผ่านเรื่องก็จบ ถ้าไม่สำเร็จก็สามารถยื่นได้อีก ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะอายุพวกเรายังเหลือกันอีกหลายปี วันนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภาฯไม่เกี่ยวกับพรรคร่วมรัฐบาลก็หวังว่าเมื่อเข้าสภาไปแล้วคนที่ไม่เห็นด้วยเขาอาจกลับมาเห็นด้วย และขอพูดซ้ำว่า โลกมันกลมมวันนี้อาจเห็นโลกด้านมืด แต่เมื่อโลกหมุนไปเรื่อยอาจจุเห็นโลกด้านสว่าง โลกมันหมุนไปไม่มีอะไรแน่นอน ตอนนี้ต้องเอาญัตติเข้าสู่รัฐสภาก่อน เพื่อสยบปัญหาความขัดแย้งต่างๆภายนอก เพราะเวทีรัฐสภาเป็นเวทีที่มีความชอบธรรม เป็นเวทีของประชาธิปไตย ส่วนขั้นตอนสองสามค่อยว่ากัน

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาในฐานะที่เคยเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์และเคยมีบารมีในพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน รู้สึกอย่างไรที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.ต.สนั่นทำสีหน้าเจื่อนๆและพูดเพียงสั้นๆว่าตนไม่ขอตอบ ทำให้นายชุมพลได้ตัดบททันทีและกล่าวว่า ขอบคุณที่มาทำข่าวและเจอกันในการยื่นญัตติ

 จากนั้นนายชุมพล ให้สัมภาษณ์โดยยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ถือว่าเป็นสัญญาประชาคมที่พูดก่อนจะมีการลงประชามติก่อนรับรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่าให้รับไปก่อนแล้วค่อยมาแก้ไขที่หลังถ้าเห็นว่ามาตราไหนไม่ดี ซึ่งจากการได้ใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 มามากพอสมควรก็เห็นข้อบกพร่องเยอะ อีกทั้งสภาฯชุดนี้ก็เหลือเวลาแค่ปีกว่าก็เห็นควรต้องแก้ไข

 “ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปบูชารัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งเป็นของคณะปฏิวัติซึ่งเป็นการถอยหลังกลับไป 30-40 ปี ทำให้เราถอยหลังและย่ำอยู่กับที่ วันนี้ต้องเอารัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมาใช้ เพราะปี 2540 บางมาตราถือว่าดีและมีประชาธิปไตยมากกว่า”นายชุมพล กล่าว