
'หมอเหรียญทอง' ยันไม่ขออนุญาตเขตหลักสี่ ตั้ง รพ.สนาม
'หมอเหรียญทอง ย้ำ ไม่ไปขออนุญาตเขตหลักสี่ ตั้ง รพ.สนามพลังแผ่นดิน ชี้ ให้ดูบริบทสถานการณ์ฉุกเฉินมากกว่าการนำกฎหมายสถานการณ์ปกติมาบังคับใช้ ยืนยันจะรับรักษาผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง-แดง ไปจนกว่า สถานการณ์โควิดจะเบาบาง ที่ผ่านมารักษากลับบ้านไปแล้วกว่า50%
พลตรีนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ในฐานะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดินกล่าวถึงกรณีที่สำนักงานเขตหลักสี่ มีคำสั่งมาก่อนหน้านี้ ให้ระงับการก่อสร้างอาคาร ห้ามเข้า ห้ามใช้อาคาร และให้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายใน 30วัน พร้อมนำป้ายมาติดประกาศ ว่า สำนักงานเขตได้นำคำสั่งมาติดที่ รพ.สนามแผ่นดิน แล้วถามว่า รพ.นี้มีการก่อสร้างตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเราบอกว่าไม่ได้ขออนุญาต และมองว่ากำลังใช้กฎหมายควบคุมอาคาร หรือ พ.ร.บ.อาคารว่าด้วยการขออนุญาตก่อสร้าง มาใช้ ซึ่งหากมองสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นสถานการณ์โรคระบาด สาธารณภัย เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน และ รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ดังนั้นส่วนราชการทุกส่วน เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจรัฐในการบังคับใช้กฎหมาย จะต้องเข้าใจดีว่า บริบทของสถานการณ์ที่เกิดสาธารณภัย เกิดการเจ็บป่วยจากโรคระบาด ภัยธรรมชาติ บริบทเหล่านี้เป็นบริบทของสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายตามสถานการณ์ปกติ เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะนี่เป็นการแก้ปัญหาสาธารณภัยของประชาชน ดังนั้นตนเองคงไม่ขออนุญาต เพราะหากขออนุญาต ก็ต้องเขียนแบบแปลนอีก และอาคารที่ตั้งก็เป็นเต๊นท์สนาม เหมือนจัดงานเลี้ยงธรรมดา สามารถรื้อถอนได้อย่างง่ายๆ
แต่สำนักงานเขตหลักสี่ก็ยังเอากฎหมายมาบอกว่าถึงเป็นเต๊นท์สนามชั่วคราว ถ้าตั้งใช้งานเกิน10วันก็ต้องเขียนแบบแปลนขออนุญาตสำนักโยธา จึงมองว่า หากในอนาคตเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ และหากมีจิตอาสาจะไปตั้งเต๊นท์สนาม ก็ต้องไปเขียนแบบทุกครั้งไปหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางสังคมในสถาการณ์ฉุกเฉินที่เป็นอันตรายต่อสาธารณภัยอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้จึงไม่สมควรเกิดขึ้น และบนสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ควรใช้กฎหมายที่ใช้ในสถานการณ์ปกติ
เมื่อถามว่า หากสุดท้ายแล้ว ทางเขตมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายนั้น พลตรีนายแพทย์เหรียญทอง บอกว่า ก็อาจจะมาสั่งรื้อ ก็จะรอดู เพราะจะได้เป็นบรรทัดฐานทางสังคมเมื่อเกิดสถานการณ์สาธารณภัย สถานการณ์ฉุกเฉินของชาติ การตั้งหน่วยเพื่อบรรเทาสาธารณภัยของเอกชน จะต้องเขียนแบบแปลนดำเนินการล่วงหน้า จะได้รู้ว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงการเผชิญสาธารณภัยอย่างไร ซึ่งตนเองก็คงไม่ไปขอ ถ้าตนทำอย่างนี้ต่อไปในอนาคตก็ต้องทำกันหมด บนสถานการณ์สาธารณภัย ไม่ใช่เวลาเวลาที่จะต้องมานั่งขออนุญาต
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ก็มองว่า จะเป็นบทเรียนให้หัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจรัฐในการบังคับใช้กฎหมาย จะต้องรู้บริบทของตนเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน สถานการณ์สาธารณภัยของชาติว่าการอันใดที่ควรต้องทำ การอันใดที่ควรยืนหยุ่นผ่อนปรนเพื่อบรรเทาสาธารณภัย การอันนั้นก็จะต้องทำในบริบทในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ใช่เอาสิ่งที่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินไปปฏิบัติเยี่ยงสถานการณ์ปกติแล้วจะเกิดความเสียหายต่อการบรรเทาสาธารณภัย ต่อภัยพิบัติที่มีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก ต่อภัยพิบัติที่มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก วันนี้ ผู้อำนวยการเขตหลักสี่กำลังไปสร้างบรรทัดฐาน และบริบทที่ผิด ต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน และภัยพิบัติหมู่
พลตรีนายแพทย์เหรียญทอง ยังบอกถึงการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน ด้วยว่า ขณะนี้หายกลับไปเยอะแล้ว ได้ช่วยชีวิตคนอย่างมาก ตั้งแต่เปิดวันที่ 18 พ.ค.-31 พ.ค. ผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีแดงเข้ามารับการรักษา108คน ออกจาก ผู้ป่วยไอซียู มาเป็นผู้ป่วยอาการปานกลางได้ 54คน มีเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวบ้างซึ่งถือเป็นเหตุสุดวิสัย และก็ยังรักษาอยู่
ส่วนผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองที่มีอาการปานกลางค่อนไปทางหนัก สามารถรักษาหายได้จำนวนมาก และกลับบ้านไปแล้วกว่า50% โดยทุกวันนี้ก็ยังรับผู้ป่วยเข้ามารับการรักษา ซึ่งเป็นกลุ่มที่เริ่มมีอาการหนักจากโรงพยาบาลสนามต่างๆของรัฐ และโรงพยาบาลทั่วไปของรัฐและเอกชน โดยจะเข้ามาวันละกว่า10ราย
ทั้งนี้แม้จะโดนปิดไม่ให้เข้าใช้สถานพยาบาล เราก็ดึงป้ายออกและรับคนไข้ทุกวัน เพราะเราเอาชีวิตคนเป็นที่ตั้งและจะเปิดไปจนกว่าสถานการณ์โรคระบาดจะเบาบางก็จะยุติการทำโรงพยาบาลสนาม เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงด้วย
ส่วนพื้นที่โรงเรือนที่ตั้งอยู่ข้างนอกชั่วคราวตั้งมานานกว่า30ปี มองว่า ยังไม่เห็นรื้อดำเนินการ และพื้นที่ดังกล่าวก็เสี่ยงต่อโรคระบาดด้วยเช่นกัน ก็อยากให้สำนักงานเขตเข้ามาดำเนินการที่รุกล้ำด้วย ไม่อยากให้เลือกปฏิบัติเช่นกัน



