
ปลูกรักสีเขียว เที่ยวไร่ออร์แกนิก
ในสภาวะที่ป่าไม้เริ่มถูกแทนที่ด้วยป่าปูนซีเมนต์ ความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติก็ลดลงเรื่อยๆ นิตยสาร วูแมน แอนด์ โฮม (Women&Home) เฉยไม่ได้ ลุกขึ้นมาจัดกิจกรรมดีๆ ต้อนรับปีใหม่ ให้บรรดาสมาชิกและผู้ที่สนใจได้เข้าร่วมสัมผัสและเรียนรู้วิถีเกษตรกรรม ที่ไร
กิจกรรมในไร่มีตั้งแต่การเรียนรู้และสร้างความเข้าใจในเกษตรอินทรีย์ สำรวจแมลง “จับ ดู รู้ ปล่อย” สนุกกับงานศิลปะจากธรรมชาติ ทำน้ำสลัดสมุนไพรออร์แกนิกง่ายๆ รับประทานอาหารกลางวันด้วยวัตถุดิบออร์แกนิกเคล้าดนตรีโฟล์กซองเบาๆ เยี่ยมชมเก็บไข่เป็ดออร์แกนิกสดๆ จากเล้า จิบชายามบ่ายผลผลิตจากไร่ เวิร์กช็อปทำไข่เค็มสูตรเด็ดนำกลับบ้าน ตลอดจนลงมือเพาะกล้าสลัด พร้อมบอกเทคนิควิธีดูแลง่ายๆ เพื่อนำกลับไปฟูมฟักต่อที่บ้าน
กิจกรรมสร้างสรรค์แบบนี้มีไม่บ่อยนัก “ยิ้ว” อารีย์ พีรพรวิพุธ หัวหน้าโครงการของวูแมน แอนด์ โฮม บอกว่าอยากเห็นทุกครอบครัวได้มีโอกาสสัมผัสธรรมชาติและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งในปีก่อนๆ เคยจัดกิจกรรมในลักษณะนี้และได้รับการตอบรับที่ดี อาทิ คอร์สสอนทำอาหาร ปั้นตุ๊กตาดิน เรียนรู้วัฒนธรรมทิเบตโบราณ ที่ต้องการให้คนหันมาสนใจความผูกพันระหว่างครอบครัวมากขึ้น
“เปลี่ยนจากสูดอากาศในห้องแอร์มาสัมผัสวิถีชีวิตธรรมชาติที่ไม่น่าเบื่อ และให้ธรรมชาติเป็นตัวช่วยบำบัดจิตใจ ทั้งยังเป็นการช่วยปลูกฝังให้เด็กๆ รักและผูกพันในธรรมชาติ ที่สำคัญถ้าเราอยากมีสุขภาพที่ดี ก็ต้องเริ่มต้นจากการกิน และเพื่อให้ได้อาหารที่ดี ก็ต้องเริ่มเรียนรู้จากการปลูกและด้วยคุณภาพที่เป็นต้นแบบแห่งวิถีเกษตรอินทรีย์ในประเทศ จึงทำให้เรามั่นใจในคุณภาพ และเชื่อมั่นว่า ใครก็ตามที่ได้มาที่นี่นอกจากจะได้มาเที่ยวพักผ่อนสบายๆ แล้ว ยังได้ความรู้กลับไปอีกด้วย” หัวหน้าโครงการกล่าว
ด้าน “แคท” ชาร์แมน แจนแซค คุณแม่ยังสาวที่พา “น้องยูจีน” ลูกชายวัย 7 ขวบ มาร่วมกิจกรรม ยอมรับว่าวันนี้รู้สึกสนุกมาก และเชื่อว่าลูกก็ชอบ เช่นกัน อยากเห็นลูกรักธรรมชาติและสิ่งที่อยู่รอบตัว เป็นอยู่อย่างเรียบง่าย และรู้จักเคารพกฎของสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือต้นไม้ ส่วนตัวเองก็ได้มาเรียนรู้วิธีทำน้ำสลัดและไข่เค็มด้วย
และสำหรับผู้มีส่วนปลุกปั้นวิถีเกษตรอินทรีย์ “เอ” อโณทัย ก้องวัฒนา ก็มีมุมมองเกี่ยวกับเรื่องการอยู่กับธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจว่า ตอนแรกตั้งใจจะเปิดร้านอาหารมังสวิรัติ ซึ่งมี "ผัก" เป็นองค์ประกอบสำคัญ จึงพยายามหาวัตถุดิบที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงมาปรุง แต่ก็หาที่ถูกใจยาก เนื่องจากผักปลอดสารพิษ ผักไฮโดรโพนิกส์ หรือผักอนามัย ล้วนผ่านกรรมวิธีที่ใช้สารสังเคราะห์ทั้งสิ้น สังเกตง่ายๆ ผักปลอดสารพิษแม้จะหยุดใช้ยาฆ่าแมลง 7 วันก่อนเก็บ แต่ตลอดระยะเวลา 30 วันก่อนหน้านั้นต้องใส่ปุ๋ย ใส่ยาฆ่าแมลงตลอด สุดท้ายจึงตัดสินใจปลูกผักกินเองเพื่อความมั่นใจ
“ที่นี่จะปลูกผักตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ก็มีผักบางตัวที่ปลูกได้ทั้งปี โดยในฤดูหนาวจะปลูกมะเขือเทศ มะเขือเชอรี่ ฤดูร้อนปลูกผักกวางตุ้ง ฮ่องเต้ และในฤดูฝนปลูกแตงกวา บวบ มะระ นอกจากนั้นก็ปลูกฝรั่ง กระเจี๊ยบ เลี้ยงปลาและเป็ดไข่อินทรีย์ ซึ่งกระบวนการทำค่อนข้างยาก เพราะขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะปีนี้ฤดูหนาวสั้น การเพาะกล้ามะเขือเทศก็น้อยลง และต้องวางแผนไปปลูกผักชนิดอื่นแทน ที่สำคัญ ลูกค้ามักจะคาดหวังให้ได้ผักที่ปลอดภัยและสวยซึ่งเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็กลับไปกินผักสวยๆ ใบใหญ่ๆ เหมือนเดิม ดังนั้นเราจึงต้องสร้างกลุ่มลูกค้าที่มีความเข้าใจและใส่ใจในสุขภาพมากๆ พร้อมจะสละความเคยชินที่เคยกินไป” เจ้าของไร่กล่าวทิ้งท้าย
เรื่อง... "ประณีต วรรณวิภูษิต"
ภาพ... "ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์"



