
เทือก"จี้ผบช.น.ยกระดับรปภ.บุคคลสำคัญ
สุเทพ"จี้ผบช.น.ยกระดับมาตรการดูแลรปภ.บุคคลสำคัญให้เข้มข้น หลังได้รับบทเรียนบ้านนายกฯถูกปาอึ พร้อมชี้แกนนำเสื้อแดงบินพบนายใหญ่ที่ดูไบ ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย อ้างเพราะคนชี้ขาดการเคลื่อนไหวคือ"ทักษิณ"
(2ก.พ.) นายุสเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่คนร้ายลอบปาอุจจาระใส่บ้านนายกรัฐมนตรี ที่ซ.สุขุมวิท 31 ว่า เมื่อทราบเรื่องก็ได้สั่งการไปที่ผบช.น.ลงไปตรวจสอบดูแลว่าทำไมเขาถึงจู่โจมปฏิบัติการได้ รวมทั้งได้สั่งการให้ไปปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่บริเวณนั้นให้เข้มแข็งรัดกุมขึ้น ซึ่งเช้าวันเดียวกันนี้( 2 ก.พ.) ก่อนการประชุมครม.ผบช.น.ก็จะมารายงานรายละเอียดให้ตนทราบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เพราะคนมันจ้องกันอยู่ที่จะสร้างสถานการณ์ เราก็มีหน้าที่ต้องดูแลแก้ไขกัน ตนจะได้ถือโอกาสกำชับการดูแลบ้านบุคคลสำคัญอื่น ๆ ด้วย
เมื่อถามว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายได้มากกว่านี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็คาดการณ์อยู่แล้วว่าเวลาใกล้ ๆ จะถึงวันที่ศาลจะพิพากษาตัดสินคดียึดทรัพย์ คงจะมีการสร้างสถานการณ์ มีการพยายามที่จะกดันฝ่ายต่างๆ ตน ขอกราบเรียนไปถึงพี่น้องประชานว่าในส่วนของรัฐบาลเราไม่ได้เข้าไปแทรกแซงใน กระบวนการยุติธรรมเลยแม้แต่นิดเดียว ขอให้พี่น้องประชาชนได้เคารพในกระบวนการยุติธรรม ในระบบศาล ระบบ ศาลไทยเป็นมาตรฐานโลกยอมรับ ขอให้ประชาชนมั่นใจและรัฐบาลที่มาจากประชานไม่ไปทำอะไรที่เป็นเรื่องเสียหาย ต่อระบบเป็นอันขาด และกระบวนการของศาลเอง ท่านผู้พิพากษาทั้งหลายทุกระดับท่านก็ดำรงตนอยู่เป็นที่เคารพนับถือของผู้คน ในบ้านเมืองมาตลอด แต่มีคนพยายามบิดเบือน ใส่ไคล้ พยายามทำให้เห็นว่าศาลไม่เป็นกลาง ตนยืนยันว่าแป็นกลาง
เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าประเด็นท่านประเมินว่าเหตุการณ์นี้เป็นฝีมือของคนเสื้อแดงที่คาดหวังถึง ผลในคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายสุเทพ กล่าวว่า ตน มีความคิดความเชื่อไปในแนวทางอย่างนั้น เพราะได้ประเมินจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหลายครั้ง และประเมินจากหลายฝ่าย รวมทั้งที่บรรดาแกนนำของเสื้อแดงออกมาแถลงต่อสื่อหรือขึ้นเวทีพูดกับประชาน ตามที่ต่างๆ
เมื่อถามว่า การประเมินเช่นนี้จะไม่เป็นจุดบอดหรือ เพราะอาจมาจากเหตุอื่นเช่นการโยกย้ายตำรวจยกโรงพักแหล่งเงินทองผลประโยชน์ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าจะมาจากเจ้าหน้าที่ กรณีการโยกย้ายแต่งตั้งก็เป็นเรื่องการสับเปลี่ยนกำลังผู้รับผิดชอบในพื้นที่เป็นปกติธรรมดา เมื่อถามว่า แต่พื้นที่บ้านนายกฯ เป็นพื้นที่มีผลประโยชน์ค่อนข้างมาก และตอนลงมือเป็นช่วงที่ตำรวจไม่อยู่พอดี นายสุเทพ กล่าวว่า คงเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า แต่ตนยังไม่สามารถตอบให้ชัดเจนได้ ต้องดูรายงานว่าจริง ๆ เกิดอะไรขึ้นอย่างไร อย่างไรก็ตามตนก็ไม่ได้ไปพูดชัดเจนว่าเป็นฝีมือของคนเสื้อแดง แต่กรณีที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเหตุการณ์เชื่อมโยงกัน แต่ใครเป็นคนทำต้องดูผลการสอบสวน แต่ทั้งหมดเป็นกระบวนการสร้างสถานการณ์กดดันรัฐบาลและฝ่ายต่าง ๆ
เมื่อถามว่า มีความคิดที่จะให้นายกฯย้ายไปอยู่ในเซฟเฮาส์ในช่วงที่สถานการณ์ส่อว่าจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ท่านนายกฯไม่ไป เพราะเป็นผู้นำรัฐบาลอยากจะปฏิบัติตัวตามธรรมดา ที่จริงนายกฯไม่ชอบด้วยที่เราเอาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่นั้น ท่านมาบ่นกับตนหลายครั้งว่าเวลาไปทำอะไรแข็งแรงขึ้น ประชาชนที่สัญจรไปมาจำนวนมากในซอยสุขุมวิท 31 เขาเดือดร้อน ท่านเคยมาเตือนให้ตนระมัดระวังอย่าให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งก็ดูแลยาก แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่ดูแลให้ดี เพราะ ท่านเป็นนายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาล เราก็รู้ว่าคนบางกลุ่มอาจมองเห็นว่าเป็นเป้าหมายที่สามารถทำอะไรที่ยั่วยุ ได้หรือทำให้เห็นว่าเราดูแลไม่ดี ตนก็จะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นบทเรียนมาแก้ไขทำให้ดีขึ้นอีก ครั้งนี้ตนถือว่าเจ้าหน้าที่ไม่รัดกุม ต้องปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้รัดกุมดูแลให้ดีกว่านี้ โดยการดูแลบ้านพักของบุคคลสำคัญท่านอื่น ๆต้องดูแลให้เข้มงวดรัดกุม ตนจะกำชับผู้บังคับบัญชาทั้งหลายที่เป็นมืออาชีพให้ลงไปปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อหาวิธีการรักษาความปลอดภัย เพราะประชาชนเขากังวลใจ
เมื่อถามว่า ถือเป็นการท้าทายหรือไม่ เพราะขนาดบ้านนายกฯยังโดน แล้วบ้านผู้พิพากษา คตส. หรือ ป.ป.ช.ก็อาจจะโดนได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตน ก็บอกแล้วว่า จะเอากรณีการขว้างสิ่งของเข้าไปในบ้านนายกฯมาเป็นบทเรียน ให้เจ้าหน้าที่ตำตรวจไปกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ใน บ้านบุคลสำคัญคนอื่นๆ รวมทั้งผู้พิพากษา โดยต้องเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยแก่บุคคลสำคัญให้เข้มข้นขั้นสูงสุด ต้องดูแลให้ดี เพราะประชาชนกังวลใจด้วย และความปลอดภัยของท่านเหล่านี้ เราต้องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ การดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ผู้พิพากษาจะต้องทำให้ได้ผลด้วย และพอดี ไม่ทำให้ท่านถูกวิพากษ์วิจารณ์ตนระมัดระวังอย่างนั้น โดยต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
เมื่อถามถึงการที่แกนนำคนเสื้อแดง เช่น พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิทบ นายสุพร อัตถาวงศ์ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงนี้ที่ดูไบเป็นการเดินทางไปรับแผนกลับมาเคลื่อนไหวหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ตนก็ติดตามข่าวนี้มาก่อน และเราประเมินล่วงหน้าแล้วว่าเขาจะไปดูไบในช่วงนี้ เพราะในระบอบทักษิณทั้งหมดคนที่สั่งการเด็ดขาด คือ พ.ต.ท.ทักษิณ เขาจึงต้องไปรับคำสั่งว่าจะต้องปปฏิบัติการอย่างไร
เมื่อถามว่า แนวโน้มจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงหรือไม่ เพราะแกนนำที่ไปเป็นพวกสายเหยี่ยวทั้งนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า จะรุนแรงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณ คิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณควรจะได้ทบทวนสถานการณ์ทั้งหมด และคิดถึงว่าตัวเองก็เป็นคนไทย อย่างไรเสียวันหนึ่งก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่กับพี่น้องประชานคนไทย เพราะฉะนั้นถ้าทำอะไรที่เป็นบาดแผลของประเทศ หรือบาดแผลอยู่ในใจประชาชนก็จะเป็นปัญหาสำหรับพ.ต.ท.ทักษิณเอง พ.ต.ท.ทักษิณก็ต้องทบทวนให้ดี
เมื่อถามว่า พล.ต.ขัตติยะ เคยระบุว่านายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจเป็นคนเดียวที่สั่งท่านได้ จะให้นายไตรงค์ไปทำความเข้าใจหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ค่อยเชื่อพล.ต.ขัตติยะ พูดเช่นนั้น แต่ตนไม่เชื่อว่านายไตรรงค์จะสั่งได้ สังเกตุดูพล.ต.ขัตติยะ ไปไกลกว่านายไตรรงค์เยอะ



