
"เทือกชี้ป็อกไปสหรัฐไม่ใช่เปิดช่องปฏิวัติ
"สุเทพ ระบุ อนุพงษ์ บินไปอเมริกา ไม่ใช่เปิดช่องสีเขียวปฏิวัติ
(2ก.พ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.มีกำหนดเดินทางไปสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 5-14 ก.พ.ในสถานการณ์อย่างนี้เหมาะสมที่จะเดินทางไปหรือไม่ เพราะมีการมองว่า เปิดช่องให้มีการก่อเหตุให้มีการปฏิวัติรัฐประหารว่า ตน คิดว่าไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา และผบ.ทบ.ได้บอกกับตนไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ท่านมีภารกิจที่จะต้องไปสหรัฐอเมริกาตามคำเชิญของกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา มีเรื่องที่เป็นประโยชน์ที่จะต้องไปปฏิบัติเกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านการทหาร ซึ่งได้วางโครงการกันไว้นานแล้ว ส่วนสถานการณ์ที่ประเทศไทยตนไม่คิดว่าจะมีอะไรที่เป็นปัญหารุนแรง จนกระทั่งผบ.ทบ.ไม่สามารถที่จะเดินทางออกไปนอกประเทศได้ ไม่ถึงขนาดนั้น ทั้งนี้รองผบ.ทบ.และท่านอื่น ๆ สามารถดูแลกองทัพไปตามหน้าที่ และตนเชื่อมั่นท่านเหล่านั้น รวมทั้งเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชนคนไทยที่เป็นเจ้าของประเทศส่วนใหญ่ว่าจะ ไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรนที่เสียหายกับบ้านเมือง
เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.ใกล้เกษียณแล้วทำไมต้องเดินทางไปดูงาน ทำไมไม่เปิดโอกาสให้คตนที่จะทำงานต่อเป็นคนไป นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ใช่เรื่องการไปดูงาน และไม่ใช่การไปทัศนาจรก่อนเกษียณ และยืนยันได้ว่าไม่ใช่เป็นการเปิดทางเพื่อให้เกิดอะไรขึ้นในประเทศ อย่าได้เข้าใจออะไรไปในทางที่ผิดเป็นอันขาด ท่านไม่ได้เปิดทางให้ใครทำอะไรทั้งสิ้น ท่านยืนยันแน่นอนและตนก็ยืนยันด้วย เพราะผบ.ทบ.ได้เล่าให้ตนฟังมานานแล้วว่ามีเรื่องที่จะต้องไปปรึกษาหารือกับ ผู้นำทางทหารของสหรัฐอเมริกา
ต่อข้อถามว่า ได้สอบถาม ผบ.ทบ.หรือไม่ว่า ปรากฎการณ์ที่ให้ทหารออกมาตบเท้า เคลื่อนไหวในขณะนี้เกิดขึ้นจากอะไร นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ต้องสอบถาม ตนก็เห็นเหมือนประชาชนทั้งหลายที่เห็นอยู่กับตาว่า พอมีทหารนอกแถว พอมีอะไรเกะกะ ทำให้คนกังวลใจว่ากองทัพไม่มีระเบียบวินัยแล้วหรืออย่างไร เขาก็ต้องออกมาแสดงพลังให้เห็นว่ากองทัพมีวินัย ซึ่งไม่ใช่เป็นการแสดงทำให้เห็นว่ากองทัพเกิดความแตกแยก แต่ในทางกลับกันเป็นการแสดงให้เห็นว่ากองทัพเป็นปึกแผ่น มั่นคง มีที่หลุดออกไป เป็นเพียงคน ๆ เดียว
เมื่อถามว่า ถ้ายังยึดตัวบุคคลเป็นหลักไม่ยึดสถาบันกองทัพจะอยู่ได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ถูกต้อง กองทัพเขาก็ยึดสถาบันและหลักการของเขาถึงไม่ยอมให้คนเกเรคนเดียวมาทำให้ภาพ ลักษณ์ของกองทัพเสียหาย



