ข่าว

สัจจะบรรหารไม่พลิกขั้ว"มาร์ค"ใจกว้างเป็นนายกฯนาน 4-8 ปี

สัจจะบรรหารไม่พลิกขั้ว"มาร์ค"ใจกว้างเป็นนายกฯนาน 4-8 ปี

02 ก.พ. 2553

นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผ่านรายการเช้าข่าวข้น คนข่าวเช้า ที่ จ.สุพรรณบุรี โดยวิพากษ์วิจารณ์หลายเรื่อง เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การร่วมรัฐบาล รวมทั้งวิสัยทัศน์ของนายอภิส

@ ตอนนี้บทบาทคุณบรรหารกลับมาอีกครั้ง จนหลายคนไม่แน่ใจว่าคุณบรรหารเป็นผู้นำในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่

 เรื่องนี้จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นความทุกข์ใจอย่างหนึ่งที่จริงผมอยู่เฉยๆ เลย เพราะเขา(ศาลรัฐธรรมนูญ)ให้เว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ไม่ให้ทำอะไร จะเล่าให้ฟัง เรื่องเดิมเป็นอย่างนี้พรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคเพื่อแผ่นดิน ทั้ง 3 พรรค มาหาผม มาขอคำแนะนำ เพราะแต่ละคนหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคเคยอยู่กับผมมาก่อน ทำงานด้วยกันมาสมัยที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะผมส่วนตัวเห็นว่าท่านอาวุโสหรือเป็นส.ว.ด้วยกันรู้จักส.ว.มั้ย สูงวัย (หัวเราะ)

 บอกว่าขณะนี้มาขอคำแนะนำหน่อยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อสมัยที่ร่วมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็มาคุยกัน เห็นด้วยในการแก้ไข แต่อย่างว่าแหละ มันก็เล่นคำกันไม่ได้ระบุว่าแก้ตรงไหน มาเล่นคำกันตรงนี้ มาเล่นคำกันตรงนี้ (ย้ำเสียงหนักแน่น) ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เดิมรับปาก จึงมาหารือกันว่าจะทำอย่างไรกันดี เดิมรับปากว่าจะแก้ ไปบ้านท่านนิพนธ์ (พร้อมพันธุ์) ก็บอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ และเห็นด้วย โดยจะแก้มาตรา 237 ด้วย แต่ก็เงียบหายไป

@ มีการพูดถึงขั้นจะแก้มาตรา 237 ด้วย

 ใช่ (เสียงหนักแน่น) บอกว่าเห็นด้วย และจะแก้ไขด้วย แต่ใครพูดผมไม่ขอบอก ผมได้ยินกับหู เสร็จเรียบร้อยแล้วบอกว่าเอาล่ะให้ตั้งกรรมการสมานฉันท์ มี 6 ประเด็น แล้วก็เงียบหายไปโดยบอกว่าพรรคฝ่ายค้านต้องร่วมด้วย ก็จบ พรรคร่วมรัฐบาลจึงหารือกันอว่าจะทำอย่างไร เพราะเราเดินหน้ามาถึงตรงนี้แล้ว ผมจึงบอกว่าเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าแก้ไข 6 ข้อไม่สำเร็จหรอก ยิ่งมีมาตรา 237 ด้วย ยิ่งไม่สำเร็จ บรรดาเสื้อต่างๆ คงพากันออกมาคัดค้าน เอาแค่เขตเล็ก กับเขตใหญ่ก็พอ

 ผมอยากเรียนว่า การเลือกตั้งมีเขตเล็กกับเขตใหญ่หรือเป็นพวงใหญ่ เขตใหญ่พวงใหญ่คือ 2 คน หรือ 3 คน เขตเล็กคือ คนเดียว พวกเรามองเห็นว่าการจะให้ส.ส.ดูแลราษฎรได้ดีพอสมควร ควรเป็นแบบเขตเล็ก เพราะพื้นที่เพียงแค่ 1 อำเภอ ราษฎรจำนวน 1.5 แสนคน สามารถดูแลได้อย่างชัดเจน ดูได้ครบทุกหมู่บ้าน ทุกครัวเรือน แต่ถ้าเป็นเขตใหญ่ 6 อำเภอ จะดูแลประชาชนได้อย่างไร จะดูแลประชาชนได้ไม่ทั่วถึง ยิ่งถ้ามีส.ส. 3 คน ก็เกี่ยงกัน คนนี้ไปหานาย ก. ไปหา นาย ข ไปหา นายค. แล้วราษฎร จะไปหาใคร

 อีกอย่างเขตใหญ่ใช้เงินมาก เขตเล็กใช้เงินน้อย ใครที่บอกว่าเขตเล็กซื้อเสียงได้ง่ายไม่เป็นความจริง ไม่จริง ผมลงเลือกตั้งมาหลายสมัย ไม่จริง ผมเถียง ผมเถียงแน่นอน ผมจึงแนะนำไปว่าเอาแค่ 2 ข้อก็พอ มาตรา 190 เกี่ยวกับเรื่องสนธิสัญญา กับเรื่องเขตเลือกตั้ง ตรงนี้พรรคประชาธิปัตย์น่าจะโอเค เพราะไม่ได้แก้ มาตรา 237 พรรคประชาธิปัตย์น่าจะโอเคนะ ไม่น่ามีปัญหา ผมแนะเขาไปนะ ผมไม่ได้เป็นหัวโจกนะ บอกว่าเอาแบบนี้เถอะ แต่ก็อย่างว่าแหละเวลาจะพูดกับใครความน่าเชื่อถือสู้เขาไม่ได้ น้ำหนักไม่มี ผมบอกว่าอย่าเอาตัวผมไปเกี่ยวเลย ผมให้คำแนะนำได้

 เมื่อเสร็จเรียบร้อย ผมก็คิดว่าน่าจะออกมาในทางที่ดี ก็บังเอิญในมติพรรคประชาธิปัตย์ออกมาบอกว่า ไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เอาแบบนี้เลย ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้ บางคนผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ ไม่เอ่ยชื่อนะ (ย้ำ) เดี๋ยวต้องทะเลาะกัน บอกว่าเป็นการเสียผลประโยชน์ของนายบรรหารกับคุณเนวิน (ชิดชอบ) ถ้าหากไปแก้เรื่องเขตเลือกตั้ง ผมก็บอกว่าไม่ใช่ ไม่ได้เสียผลประโยชน์ บอกว่าถ้าแก้เป็นเขตเล็กพวกผมได้ผลประโยชน์ แต่ถ้าไม่แก้ผมเสียผลประโยชน์ ให้หวนกลับไปถามอีกที ถ้าอยู่อย่างนี้พรรคไหนได้ประโยชน์ ถูกมั้ย พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ประโยชน์เพราะเป็นเขตใหญ่ ก็ล่อมาเป็นพวงเลย พรรคเล็กก็แย่ ถ้าเราหวนกลับไปถามนะ

@ คุณบรรหารหมายความว่าถ้าไม่แก้อย่างที่พรรคร่วมตกลงกันไว้ แปลว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ประโยชน์เองอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้

 ก็ถูกต้อง ก็มาว่าพวกผมนี่ ถ้าว่าแก้เรื่องเขตเลือกตั้งแล้วได้ประโยชน์ ถ้าไม่แก้แล้วเสียผลประโยชน์

@ เรื่องนี้เป็นข้อตกลงที่จะร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่

 ไม่มี เรื่องนี้ไม่มี เรื่องนี้เป็นข้อหนึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง และยังมีอีกหลายข้อ คือเราพูดกันว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้พูดว่าจะแก้ไขข้อไหน แต่เราเห็นว่า 2 ข้อ เบาที่สุด

@ ตอนที่คุยกันจะร่วมรัฐบาลด้วยกันได้บอกกันชัดเจนเลยหรือไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องไหนบ้าง

 ตอนนั้นยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่มาตรา 237 มีการพูดคุยกันที่บ้านคุณนิพนธ์ พูดว่า มาตรา 237 ควรแก้ไข

@ ตอนนั้นคนของพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมประชุมกันหลายคนหรือไม่

 ไม่ทราบ ผมไม่ขอตอบ ไปถามเจ้าตัวเขาเอง ผมไม่ขอบอก เป็นใครผมไม่ตอบ   

@ อย่างที่ คุณสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ออกมาแสดงความเห็นค่อนข้างหัวเสียพอสมควร มีการรับปากกันจริงหรือไม่

 ก็คุณสมศักดิ์อยู่ในเหตุการณ์ ผมคุยกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มาหลายรอบแล้ว ก็น่าเห็นใจท่าน ผมอยากแนะที่จริงถ้าเป็นผมพรรคประชาธิปัตย์เพื่อรักษาน้ำใจพรรคร่วมรัฐบาล ผมจะออก 2 มติ แบบนี้ มติแรกตอนประชุม หนึ่ง ไม่เห็นด้วยที่จะให้สมาชิกพรรคไปเซ็นชื่อร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ เอาแบบนี้ไปก่อน มติแบบนี้รับได้ ถือว่ารักษาน้ำใจขั้นแรก สอง ฟังการอภิปรายการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาก่อนว่ามีเหตุผลอย่างไร ถึงตรงนี้ตั้งธงไว้ก็ได้อย่างนี้พรรคร่วมก็ไม่น้อยใจว่าพรรคใหญ่เห็นด้วย ถ้าออกมาแบบนี้มันก็ราบรื่น มันก็ดี

 พรรคชาติไทยพัฒนาตั้งแต่ผมได้ดูๆ มาไม่กลัว เรื่องเลือกตั้งเขตใหญ่ก็ไม่กลัว เขตเล็กก็ไม่กลัว เขตใหญ่พรรคเราได้ยกพวงตั้งหลายจังหวัด แต่ที่เราทำอยู่ เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของราษฎรมากกว่า จะได้ดูแลราษฎรทั่วถึง ไม่ใช่มีการใช้จ่ายเงินมากน้อย

@ เวลาพรรคร่วมรัฐบาลคุยกันไม่ชวนพรรคประชาธิปัตย์มาคุยด้วย  

  ก็มีคุณสุเทพ ในฐานะผู้ประสานงาน คุณสุเทพ เหมือน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนใจดีใจกว้าง

@ แล้วคนอื่นในพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร

 ผมไม่ขอตอบ ผมไม่ตอบ (ย้ำ) พล.ต.สนั่น ใจกว้าง คุณสุเทพ ใจกว้าง รับฟังเหตุฟังผล แต่ท่านก็บอกว่า ท่านเป็นผู้ประสานงาน ต้องฟังมติพรรค ต้องเห็นใจพรรคประชาธิปัตย์อย่างหนึ่ง พรรคเขาทำกันเป็นระบบ มีเรื่องอะไรออกมาเป็นมติ น่าเห็นใจตรงนี้ แต่ว่ามติอะไรก็แล้วแต่ สามารถโน้มน้าวได้ แต่บังเอิญผู้ใหญ่ในพรรคออกมาแสดงเอง ผมไม่เห็นด้วย ผมไม่เห็นด้วย มันจึงจบ แล้วลูกพรรคจะทำอย่างไร

@ แต่จริงๆ แล้วมีการโหวตกรรมการกับส.ส.ใช่หรือไม่

 โธ่! รับไม่ได้ ผมอยู่การเมืองมานานแล้ว สมัยเกิดกลุ่ม 10 มกรา ผมล็อบบี้ให้พรรคประชาธิปัตย์เอง โหวตในสภาสมัย คุณวีระ มุสิกพงศ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นกลุ่ม 10 มกรา ตกลงกันไม่ได้ จะไม่ยอมกันผมต้องไปล็อบบี้ให้ แต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับการร่วมรัฐบาลเป็นคนละเรื่องกัน แต่พรรคจะหนักแน่นไม่ย้ายขั้วไปร่วมพรรคเพื่อไทยแน่นอน และผมเป็นคนมีสัจจะ หากจะไปอยู่ร่วมกับพรรคอื่นจะบอก

@ อยากให้วิจารณ์การทำหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นนักการเมืองรุ่นน้องตามมุมมองของคุณบรรหาร

 คุณอภิสิทธิ์เป็นคนเก่ง มีวิสัยทัศน์ และต้องยอมรับเป็นคนต้นทุนต่ำ ผมไม่โกรธคุณอภิสิทธิ์ที่ไม่แก้รัฐธรรมนูญ แต่ขอให้ใจกว้างกว่านี้ อย่าใจแคบ จะเป็นนายกฯ ได้อีกนาน 4-8 ปี

@ แสดงว่าในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์สามารถล็อบบี้ได้

 ผมตอบไม่ได้ เขาคงปฏิเสธ เขาคงไม่ยอมรับ ก็ไรก็แล้วแต่เราพูดได้ แต่จุดยืนเขาเป็นแบบนี้ เขาต้องการพวงใหญ่ ผมไม่คุย การเมืองผมไม่เกี่ยว เพราะ กกต.จ้องผมอยู่ตลอดเวลา ผมอยู่เฉยๆ

@ คุณบรรหารอยู่ในฐานะอะไรเวลาพูดในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นไปร่วมประชุมทุกรอบ

 ผมไปทุกรอบไปสังเกตการณ์ ตอนนี้ผมบังเอิญเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เขาตั้งไว้ เพราะสงสารพี่ชายจึงตั้งไว้เป็นที่ปรึกษา ผมก็ไปสังเกตการณ์ ไม่ได้ขึ้นไปนั่งประชุม แต่หลบอยู่ข้างหลัง กลัว กกต.จะมาจ้อง

@ อยู่ข้างหลังแต่เสียงดังกว่าคนข้างหน้า

 คนคิดไปเอง ไม่รู้จะทำอย่างไร ผมไม่ได้เกี่ยวข้อง คล้ายกับว่าเป็นหลักของพรรค ตอนนี้พรรคเป็นนอมินีหมด เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาแบบนี้ อยากผมเป็นหลักของพรรค คุณเนวิน ก็เป็นหลัก หัวหน้าพรรคก็มาขอคำปรึกษา เวลาไปก็มาเชิญไป

@ คุณบรรหาร สามารถคุยกับคนในพรรคประชาธิปัตย์ได้ทุกคนหรือไม่

 ผมไม่คุย ไม่อยากคุย เรื่องนี้ไม่จำเป็น เรื่องรัฐธรรมนูญไม่ซีเรียส ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล รัฐบาลยังอยู่ต่อไป อาจจะครบเทอมก็ได้ ผมยังช่วยให้อยู่ต่อไปได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภา เพราะนายกรัฐมนตรีพูดแล้วเป็นเรื่องของสภา

@ พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ทิ้งพรรคประชาธิปัตย์

 ต่างคนต่างต้องไม่ทิ้งกัน ตอนนี้ยังไม่มีใครทิ้งใคร ถ้าทิ้งใหม่ก็ต้องบอกกัน เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเราไม่แน่ใจว่าจะผ่านหรือไม่ ต้องอาศัยเสียงวุฒิสภา เสียงพรรคฝ่ายค้าน ไม่ได้กำหนดว่าถ้าไม่ผ่านต้องมีปัญหา เมื่อไม่ผ่านก็ไม่ผ่าน ไม่มีเรื่องเปลี่ยนขั้ว ไม่มีรับรอง คนชื่อนายบรรหาร เป็นคนมีสัจจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

@ ประเมินการเมืองเดือนกุมภาพันธ์เป็นอย่างไร

 การเมืองต้องมีการพูดจากันและต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ต้องมีเดินหน้าถอยหลังบ้าง ไม่ใช่ชนลูกเดียว ใครก็แก้ไม่ได้ พรรคร่วมยังคุยกันได้ ในพรรคประชาธิปัตย์คุยได้ทุกคน ไม่เกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ถ้าไม่ผ่านก็ถือว่าจบ ถือว่าเราได้ทำแล้ว รัฐธรรมนูญปี 2550 เราไม่รับ เพราะข้อบกพร่องหลายอย่าง คนไม่ทำความผิดก็ถูกตัดสินให้ใบแดง และต้องยุบพรรค ผมรักษาพรรคชาติไทยมากว่า 30 ปี แล้วถูกยุบใช้ได้ที่ไหน แต่เราเห็นว่าจะมีการเลือกตั้งรับไปก่อนแล้วค่อยมาแก้ทีหลัง แต่ตอนนี้จะแก้มีม็อบมาแล้วแก้ไม่ได้

@ ฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อนช่วยประเมินการทำงานของนายอภิสิทธิ์ในฐานะนักการเมืองรุ่นน้อง

 ถือว่าเป็นรุ่นหลาน พ่อคุณอภิสิทธิ์เป็นเพื่อนผม คุณอภิสิทธิ์เป็นคนเก่ง ศึกษางานมาก แต่บางอย่างยังด้อยไป คือ ความอดทนไม่มี อยากให้ใจกว้างกว่านี้ อย่าใจแคบ ต้องใจกว้างกว่านี้ ต้องพยายามรู้เขารู้เรา นี่สำคัญ แล้วมาตัดสินวินิจฉัยเอา อย่างอื่นดีหมด ต้องเพิ่มอีกสักอย่าง แล้วจะเป็นนายกฯ ได้ถึง 4-8 ปี แต่พูดกันอย่างตรงไปตรงมา อย่าโกรธ เพราะเป็นหลาน คือท่าน (อภิสิทธิ์) ไม่มีต้นทุน เวลามีการเมืองอะไรมา ก็เป็นหัวหน้าพรรค คนอื่นทำงานให้ทั้งหมด ถึงเวลาคุมไม่อยู่