
นาทีชีวิต.."แม่"ตายแทนลูก
ความรักที่แม่มีต่อลูกนั้นยิ่งใหญ่มหาศาลสุดจะเปรียบเปรย บางคนอาจไม่รู้ซึ้ง แต่สำหรับครอบครัว "เครือบุญ" แล้วต่างก็ตระหนักดี ด้วย "สุพัตรา" ผู้เป็นแม่ของเด็กๆ 4 คน พิสูจน์ความรักของคำว่า "แม่" ด้วยชีวิต ไม่เฉพาะกับครอบครัวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงแม่คนอื่นๆ
6 โมงครึ่ง วันที่ 29 มกราคม "สมศักดิ์ เครือบุญ" วัย 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/5 หมู่ 2 ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ขับรถกระบะนิสสัน สีดำ ทะเบียน 6ห 3530 กรุงเทพมหานคร พา "สุพัตรา" ภรรยากับลูกๆ อีก 4 คน ได้แก่ ด.ช.ชาญชัย วัย 10 ขวบ ด.ญ.สุภาพร วัย 10 ขวบ ด.ญ.รัตนาพร วัย 5 ขวบ และ ด.ช.จิรพงษ์ วัย 2 ขวบ 6 เดือน ไปงานศพยายที่ จ.อุตรดิตถ์ ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถตกแม่น้ำแควน้อย ถนนสายพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ต.วัดโบสถ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
สมศักดิ์กับลูกๆ 4 คนได้รับการช่วยเหลือจากสุพัตราจนรอดปลอดภัย ส่วนตัวเธอเองจมหายไปกับสายน้ำแควน้อย...2 วันต่อมาจึงพบศพห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร "คม ชัด ลึก" มีโอกาสได้พูดคุยกับ "สมศักดิ์" และลูกๆ ถึงวีรกรรมอันน่ายกย่องของหัวอกของคนเป็นแม่ที่มีต่อลูกๆ โดยมิได้มุ่งหวังตอกย้ำถึงความสูญเสียและโศกเศร้า ตรงกันข้ามอยากให้ลูกๆ ทุกคนเข้าใจในความรักของแม่ และรักแม่อย่างที่แม่รักพวกเรา เหมือนกับที่ "สุพัตรา" ได้เสียสละเพื่อพิสูจน์ให้เห็นธาตุแท้ของความเป็นแม่
ก่อนเกิดเหตุรถกระบะมรณะมีสมศักดิ์เป็นคนขับ ส่วนสุพัตรากับลูกๆ นั่งกันอยู่ท้ายกระบะ มีหลังคาแครี่บอย ชาญชัยลูกชายคนโตวัย 10 ขวบ บอกว่าขณะเกิดเหตุนั้นทุกคนนอนหลับกันหมด มารู้สึกตัวตื่นอีกทีตอนที่รถเสียหลักตกน้ำ
"ตอนนั้นเห็นแม่ปีนออกทางกระจกข้างแครี่บอย แล้วมาดันผมออกพาไปเกาะที่ตอไม้ แล้วว่ายกลับไปช่วยน้องอีก 2 คน ที่ว่ายน้ำไม่ค่อยเป็น ยกเว้นน้องผู้หญิงคนโตที่พอจะว่ายน้ำได้ แล้วก็พาน้องเข้าฝั่ง หลังจากนั้นก็ว่ายกลับไปอีก คิดว่าจะไปช่วยเหลือพ่อ ตั้งแต่นั้นก็ไม่เห็นแม่อีกเลย จนกระทั่งมีป้ามาบอกว่าแม่ไปสวรรค์แล้ว" ด.ช.ชาญชัยเล่า
ป้าคนที่เด็กเอ่ยถึง คือ "อุ่นเรือน เกิดพันธ์" วัย 50 ปี เล่าว่าขณะเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์กลับจากขายขนมที่ตลาดวัดโบสถ์ วิ่งมาตามถนนพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ เห็นรถกระบะคันหนึ่งขับผ่านไปได้ 100 เมตรก็เริ่มตะแคงข้างเอียงลงไหล่ทาง เธอบอกว่า รู้สึกตกใจจึงรีบขี่รถจักรยานยนต์ตามไปดู เห็นเด็ก 4 คนลอยคออยู่กลางกระแสน้ำ ทั้งหมดร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเสียงดัง บ้างตะโกนเรียกหาแม่ แล้วเธอก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนพยุงตัวโซเซอยู่ริมตลิ่ง จึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน เนื่องจากกระแสน้ำกำลังพัดเด็กออกห่างฝั่งไปเรื่อยๆ
"ฉันวิ่งตามเด็กที่ลอยห่างออกไป แล้วตะโกนสุดเสียงบอกไอ้หนูพยายามจับหลักไว้ มันเป็นหลักผูกอวนหาปลา ตะโกนบอกอยู่หลายครั้งจนเด็กบางคนจับเอาไว้ได้ แต่บางคนก็จับไม่ได้เริ่มลอยออกไปไกล พอดีมีผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งมาเลยบอกเขาให้ไปช่วยเด็กคนนั้น เขาก็ไปหาไม้ไผ่ยื่นให้เด็กจับได้จนสำเร็จ พอเด็กขึ้นมาจากน้ำทั้งหมดตกใจ ชาวบ้านช่วยกันถามจับความได้ว่า เด็กผู้ชายคนโตบอกว่าแม่ช่วยหนูออกมาจากท้ายกระบะ แต่ไม่รู้แม่อยู่ไหน" อุ่นเรือนกล่าว
พร้อมกันนี้ "คม ชัด ลึก" เดินทางไปเยี่ยมสมศักดิ์ ที่นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ตึกศัลยกรรม ห้องศัลยกรรมอุบัติเหตุ รพ.พุทธชินราช โดยพยาบาลบอกว่าเขาเพิ่งพ้นจากอาการโคม่า แพทย์เพิ่งถอดเครื่องช่วยหายใจออกเมื่อเช้าวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา แต่ยังมีอาการเหนื่อยหอบ พูดไม่ค่อยได้ แต่สมศักดิ์ก็พยายามสื่อสารบอกให้รู้ว่า ในเช้าวันเกิดเหตุนั้น เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว ?!!
สมศักดิ์และครอบครัวเครือบุญออกจากบ้านในเมืองกรุงเก่า ตอน 2 ทุ่ม วันที่ 28 มกราคม ด้วยรถกระบะตอนเดียวมีหลังคาแครี่บอย โดยมีลูกน้องผู้ชายเป็นคนขับรถ มีตัวเขานั่งหน้าคู่คนขับ กระทั่งมาถึง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ส่งลูกน้องลงแล้วสมศักดิ์ก็มาทำหน้าที่ขับรถต่อ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรู้สึกเหมือนมีอะไรมาตัดหน้ารถ เขาตกใจทำให้รถกระบะเสียหลักตกลงไปในแม่น้ำแควน้อย แล้วจึงพยายามช่วยลูกกับภรรยา เขายอมรับว่าช่วงนั้นวุ่นวายไปหมด จนกระทั่งมีชาวบ้านมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล
สำหรับอาการของเด็กๆ ทั้ง 4 คนนั้น แพทย์ รพ.วัดโบสถ์ อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว โดยให้ยาป้องกันปอดติดเชื้อไปรับประทาน และถึงแม้จะสูญเสียแม่แต่เด็กๆ ทั้งสี่ก็มีจิตใจเข้มแข็งในสายตาของพยาบาลที่ให้การดูแลรักษา เหมือนกับแม่ไม่ผิดเพี้ยน !?!
"น้องๆ ทุกคนตอนนี้อาการดีขึ้นมาก พูดคุยตามประสาเด็ก ตอนนี้ญาติมารับตัวกลับไปแล้ว ช่วงที่อยู่ในความดูแลรักษาก็พูดคุยดี รู้เรื่องดี ตอนนี้คงทราบแล้วว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร โดยเฉพาะน้องผู้หญิงอายุ 5 ขวบ น่ารัก พูดเก่ง น้องบอกว่าแม่ช่วยหนูออกมา แล้วก็เห็นแม่ว่ายน้ำออกไป" พยาบาลที่ให้การดูแลเล่าให้ "คม ชัด ลึก" ฟัง



