ข่าว

ใจกว้าง !

ใจกว้าง !

02 ก.พ. 2553

แล้วตัวจริงก็โผล่ออกมาจากค่าย ชาติไทยพัฒนาเมื่อ บรรหาร ศิลปอาชา ให้สัมภาษณ์รายการข่าวข้นคนเช้า ช่อง 9 อสมท เมื่อเช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์

 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ วัชระ กรรณิการ์ ที่ออกมา "ใส่" พรรคประชาธิปัตย์ และ เทพไท เสนพงศ์ ชนิดที่เรียกว่า ไม่ต้องไว้หน้าไว้ตากันอีกต่อไป แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเป็นรองโฆษกรัฐบาลก็ตามที

 อาการกินแหนงแคลงใจระหว่างพรรคชาติไทยพัฒนา กับพรรคประชาธิปัตย์เริ่มขึ้นตั้งแต่มีกระแสข่าวว่า แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาเดินหมากแก้รัฐธรรมนูญ โดยที่ไม่สนใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมหัวจมท้ายด้วยหรือไม่ ซ้ำยังแบะท่าว่าพร้อมให้เพื่อไทยเสียบ

 คนที่ "เดินแรง" และเปิดตัวที่ โรงแรมสยามซิตี จนสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องไปให้เห็นกับตาตัวเอง ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน บรรหาร ศิลปอาชา พร้อมลูกชาย และ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นคนที่ศาลสั่งห้ามข้องแวะการเมือง 5 ปีทั้งนั้น แถมมี เนวิน ชิดชอบ พ่วงไปอีก 1 หน่อ

 ทั้งที่ความจริงแล้วพรรคร่วมรัฐบาลตกลงกันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็อยากให้พรรคฝ่ายค้านมาร่วมด้วย จึงได้ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ขึ้นมา เพื่อให้ไปรวบรวมประเด็นที่สมควรแก้ไข แล้วให้ทุกพรรคร่วมพิจารณา

 แม้พรรคเพื่อไทยจะถอนตัวในเวลาต่อมา แต่คณะกรรมการสมานฉันท์ก็ยังอุตส่าห์สรุปประเด็นมาให้ได้ 6 ประเด็น

 ทั้ง 6 ประเด็นนั้นไม่มีเรื่องใดที่เกี่ยวกับการมุ่งมั่นที่จะแก้รัฐธรรมนูญของพรรคชาติไทยพัฒนาก็คือ มาตรา 94 เกี่ยวกับเรื่องกำหนดเขตเลือกตั้ง ที่ชาติไทยพัฒนาเห็นว่า เขตเล็กแบบเมื่อก่อนนั้นเป็นอะไรที่สุดยอดแล้วทั้ง ส.ส. และชาวบ้าน แต่เสียงวิจารณ์กลับระบุว่า เขตเล็กนั้นทำให้โอกาสที่จะชนะเลือกตั้งของพรรคขนาดเล็กและกลางอย่างชาติไทยพัฒนาอยู่รอดได้สูง

 ไม่รู้ว่าตรงนี้หรือไม่ที่ทำให้ชาติไทยพัฒนาไม่ใช้บริการของคณะกรรมการสมานฉันท์ เดินหน้ายื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญภายใต้แนวทางของตนเอง แล้วก็บอกกับสาธารณะว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา

 และคงไม่ทันคิดว่า คำว่า "การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา" จะกลับมาย้อนเข้าตัวเมื่อ พรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่ร่วมลงชื่อแก้รัฐธรรมนูญด้วย โดยระบุว่าเป็นเรื่องของรัฐสภา

 สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ถึงกับเขียนจดหมายตัดพ้อถึงนายกฯ ...ทวงถามคำสัญญาที่ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ

 คำตอบที่ได้รับก็คือ เรื่องของรัฐสภาและการยึดแนวทางที่กรรมการสมานฉันท์สรุปมาให้ก่อนที่จะไปพิจารณาในที่ประชุม 

 เรื่องราวก็น่าจะจบเพียงเท่านั้น

 แต่ในวันนี้ บรรหาร มาเรียกร้องให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ "ใจกว้าง" นั้นหมายถึงอะไร สำหรับอะไร เพราะเรื่องแก้รัฐธรรมนูญนั้น แม้แต่พรรคเพื่อแผ่นดิน ก็มองเห็นอนาคตแล้วว่า มืดมน

 หรือนี่เป็นเพียงแค่สัญญาณอย่างหนึ่ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของชาติไทยพัฒนา

 เพราะแท้จริงแล้วมันเกี่ยวกับการเตรียมปรับ ครม.ครั้งใหญ่ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 ก็ต้องถาม นายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า ใจกว้างไหม ถ้าใช่ แล้วกว้างพอที่จะแลกกระทรวงได้หรือเปล่า

ศรุติ ศรุตา