
เล่าสู่กันฟัง-ช่วย เอสเอ็มอี แข็งแรง ช่วยประเทศแข็งแกร่ง
สองสามวันก่อน มีโอกาสไปร่วมงาน Thailand SME Expo 2010 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว.
ว่าไปแล้ว งานนี้ได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน ดูได้จากในวันเปิดที่มีนายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ซึ่งสละเวลามาเป็นประธาน ในขณะที่สถานการณ์การเมืองกำลังตึงเครียด พร้อมทั้งให้แนวคิดและนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อยของรัฐบาลปัจจุบันให้ผู้มาร่วมงานได้ทราบ นอกจากนี้ ก็ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชน และผู้สนใจในกิจกรรมมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก
จากการตระเวนดูรอบๆ งาน ซึ่งจัดขึ้นถึง 4 วัน พบว่าน่าจะแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือการจัดสัมมนาเพิ่มพูนความรู้ เพื่อยกระดับธุรกิจ SME ของไทยให้มีความเป็นสากลมากขึ้น โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศมาบรรยายร่วมกันให้มุมมอง ทั้งคาดการณ์ในอนาคตว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และกรณีศึกษาจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในอดีตในประเทศต่างๆ รวมถึงตัวอย่างของความสำเร็จ เช่น การพัฒนาของ SME ในญี่ปุ่น ตัวอย่างการให้ความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุน SME เป็นต้น ส่วนนี้โดยรวมๆ แล้วน่าจะเรียกได้ว่าเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้กับ SME บ้านเรา
สำหรับส่วนที่สอง น่าจะเรียกว่าเป็นการแสวงหาพันธมิตรทางการค้า เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ SME ของไทย มีโอกาสก้าวไกลไปสู่ตลาดโลก ด้วยการเชิญนักธุรกิจต่างชาติจากเกือบ 20 ประเทศ และผู้ประกอบการไทยหลายร้อยรายมาร่วมงาน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ของไทยได้พบปะพูดคุยเพื่อหาลู่ทางว่าจะสามารถค้าขายอะไรได้บ้าง ทางเรามีอะไรจะขาย และเขาสนใจจะมาซื้ออะไรไปขาย ดูๆ แล้วก็เหมือนกับการมาหาคู่ แต่เป็นคู่ทางการค้า หรือที่เราเรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า business matching
ที่นอกเหนือไปจากสองส่วนที่ว่าแล้ว ยังมีอีกกิจกรรมที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อ SME บ้านเราไม่น้อย คือการจัดโซนเป็นคล้ายๆ คลินิกของแพทย์ที่ยกทีมกันมาให้คำปรึกษาแนะนำแก่คนไข้ SME โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง สสว. เอง และจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารต่างๆ จากหน่วยงานด้านการเพิ่มผลผลิต หน่วยงานด้านการประกันสินเชื่อ ด้านส่งสริมอุตสาหกรรม ด้านการส่งเสริมการลงทุน ด้านการส่งเสริมการส่งออก ฯลฯ มาคอยให้คำแนะนำ ตอบข้อซักถามแก่ผู้ประกอบการ SME ในทุกๆ ด้าน
นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สสว. กับบริษัทเอกชนที่เป็นผู้ซื้อ และกลุ่มผู้ผลิตสินค้าชุมชน เช่น สินค้าหัตถกรรม ฯลฯ คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายกว่า 200 ล้านบาท สินค้าจากชุมชนเหล่านี้ จะถูกส่งไปขายยังประเทศต่างๆ กว่า 10 ประเทศ ได้แก่ จีน สหรัฐฯ แคนนาดา อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ สเปน ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย
และเพื่อเป็นการประเดิมความสำเร็จในเรื่องของความร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำของไทย หลังจากที่นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาจบลงแล้ว สสว. จึงได้จัดให้มีการลงนามความร่วมมือกับ 2 บริษัท คือ ซีพี ออลล์ กับ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านอิ่มสะดวก เซเว่น อีเลฟเว่น รับที่จะสนับสนุนช่องทางการตลาดแก่ SME ผ่านทาง เซเว่น แค็ตตาล็อก รวมถึงการให้บริการความรู้ด้านเทคนิคการค้าปลีก ทั้งในรูปแบบการอบรมและบทความ ในขณะที่ ทรู คอร์ปอเรชั่น ก็จะสนับสนุนช่องทางการตลาดผ่าน E-Commerce และการส่งเสริมความรู้ด้านการนำเทคโนโลยีการสื่อสารสนับสนุนการทำธุรกิจ
SME เปรียบเสมือนเส้นเลือดฝอย ที่ส่งเม็ดโลหิตแผ่กระจายไปหล่อเลี้ยงทั่วทั้งร่างกาย มีผลอย่างมากต่อการทำหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ การเจริญเติบโต และอยู่รอดของมนุษย์ ลำพังเส้นเลือดใหญ่ หรือ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ธุรกิจขนาดใหญ่อย่างเดียว ย่อมไม่อาจทำให้ร่างกายคงอยู่ได้ อย่างแข็งแรง สมบูรณ์ ยิ่ง SME แข็งแกร่งเพียงใด ร่างกายของเรา ประเทศของเราก็แข็งแกร่งเพียงนั้น จึงเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐบาลควรให้การสนับสนุน ส่งเสริมอย่างจริงจัง ชัดเจน เป็นรูปธรรม ทั้งทางตรงและทางอ้อม Thailand SME Expo 2010 จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ต้องการการสานต่ออย่างต่อเนื่องในอนาคต



