ข่าว

ชูสินค้า"ฮาลาล"บุกตลาดอาเซียนคาดส่งออกอาหารสดใส-มูลค่าทะลุ 8 แสนล้าน

ชูสินค้า"ฮาลาล"บุกตลาดอาเซียนคาดส่งออกอาหารสดใส-มูลค่าทะลุ 8 แสนล้าน

02 ก.พ. 2553

สถาบันอาหารชี้แนวโน้มส่งออกสินค้าอาหารของไทยสดใส คาดปี 53 ส่งออกเป็นมูลค่า 7.9-8.26 แสนล้าน แนะเอกชนไทยต้องพัฒนาหนีคู่แข่ง ชูสินค้าอาหาร "ฮาลาล" บุกตลาดอาเซียน หวังใช้ประโยชน์จากอาฟตาให้เต็มที่

นายอมร งามมงคลรัตน์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ภาพรวมของการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 2552 ที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกในภาพรวมได้ 7.51 แสนล้านบาท ยอดส่งออกเติบโตไม่มากเพียง 3% ส่วนปี 2553 นี้ คาดการณ์ว่าจะส่งออกสินค้าอาหารได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะได้รับผลดีจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มดีขึ้น และการเกิดภัยธรรมชาติในประเทศคู่แข่งส่งออกสินค้าอาหาร

 ดังนั้น ในปีนี้สถาบันอาหารประมาณการว่าไทยจะส่งสินค้าอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 7.9-8.26 แสนล้านบาท แต่ปัจจัยที่ต้องระมัดระวังคือ เรื่องคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร โดยไทยจะต้องรักษาระดับและพัฒนาต่อเนื่องไปข้างหน้า เพื่อไม่ให้คู่แข่งตามได้ทัน ไม่ว่าจะเป็น จีน และเวียดนาม ที่ไทยเคยได้เปรียบมาก แต่ปัจจุบันข้อได้เปรียบลดลง จึงจำเป็นต้องวิจัยและพัฒนาเพื่อเสริมมูลค่าสินค้าอาหารส่งออกของประเทศให้สูงขึ้น และต้องติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไป

 สำหรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) แม้หลายฝ่ายจะกังวล แต่สถาบันอาหารเห็นว่า การลดภาษีนำเข้ามีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับอยู่แล้ว ดังนั้น ข้อจำกัดที่จะทำให้การส่งออกลดลงอาจมีไม่มากนัก แต่ไทยจะต้องมองลู่ทางว่าจะขยายการส่งออกไปสู่ตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้เพิ่มขึ้นได้อย่างไรบ้าง ในราคาที่แข่งขันได้ ส่วนปัญหาการสวมสิทธิ์จากสินค้าประเทศเพื่อนบ้านคงจะมีบ้าง แต่ภาครัฐได้ให้ความสำคัญและติดตามอยู่หลายหน่วยงานจึงจะช่วยกันบรรเทาผลกระทบลงได้

 โดยในปีที่ผ่านมาภาพรวมการส่งออกไปตลาดอาเซียนลดลง เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นส่งผลให้กำลังซื้อลดลง แต่จากนี้ไปไทยจะได้ประโยชน์จากตลาดอาเซียน คือ จะทำให้มีตลาดใหญ่ขึ้นเป็น 583 ล้านคน จากเดิมจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย 66 ล้านคน โดยประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก เช่น อินโดนีเซีย 280 ล้านคน เป็นมุสลิม หากไทยจะใช้ประโยชน์จากอาฟตา ก็จะต้องพิจารณาว่า จะส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลออกไปในตลาดดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด จากปัจจุบันที่เก็บตัวเลขได้ค่อนข้างลำบาก แต่ประมาณว่า จะมียอดส่งออกไปในตลาดนี้ 30% ของอุตสาหกรรมอาหารในภาพรวมหรือประมาณ 8.4 หมื่นล้านบาท ในปี 2552

 "อาฟตา จะทำให้สินค้าอาหารแปรรูปข้าวมีแนวโน้มดีขึ้น จากเดิมถูกกีดกัน โดยจะทำให้สินค้าข้าวเป็นสินค้าฮาลาลเข้าตลาดได้มากขึ้น และสินค้าไทยสู้กับอินเดียและจีนได้ โดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง เนื้อสัตว์ แต่สัตว์สี่เท้า และกุ้งเสียเปรียบ" นายอมรกล่าว