ข่าว

ยอดผู้เสียชีวิตไม่แผ่ว 2 หลัก-เรือนจำยังอ่วม ผู้ติดเชื้อโควิด -19 พุ่ง 2,702 ราย

ยอดผู้เสียชีวิตไม่แผ่ว 2 หลัก-เรือนจำยังอ่วม ผู้ติดเชื้อโควิด -19 พุ่ง 2,702 ราย

29 พ.ค. 2564

เรือนจำยังอ่วม ผู้ติดเชื้อโควิด -19 พุ่ง 2,702 ราย  ขณะที่ผู้เสียชีวิตไม่แผ่ว 2 หลัก ด้านกทม. ยังพบคลัสเตอร์ใหม่กลุ่มแคมป์คนงาน ขณะที่คลัสเตอร์บางกะปิน่าห่วง ติดเชื้อสะสม 896 ราย ดับแล้ว 12 คน

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดประจำวันเสาร์ที่  29 พฤษภาคม 2564 ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 84 ของโลก พบยอดผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ 4,803 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังและบริการสาธารณสุข 1,421 ราย ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในพื้นที่ 629 ราย ในเรือนจำหรือสถานที่ต้องขัง 2,702 ราย และเดินทางกลับจากต่างประเทศ 51 ราย รักษาตัวอยู่ 46,480 รายแบ่งเป็นอยู่ในโรงพยาบาล 18,720 รายโรงพยาบาลสนาม 27,760 ราย อาการหนัก 1,221 รายและใส่เครื่องช่วยหายใจ 406 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 34 คน รวมเสียชีวิตสะสม 988 คน

ทั้งนี้มีการฉีดวัคซีนแล้ว 3,504,125 โดส โดยแบ่งเป็นเข็มที่ 1 สะสม 2,415,903 ราย เข็มที่ 2 สะสม 1,088,222 ราย นอกจากนี้มีข่าวดีราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แถลงข่าวร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเรื่องวัคซีนทางเลือก โดยจะมีการนำเข้าวัคซีน 1 ล้านโดส ให้กับภาคเอกชน สำหรับผู้ที่มีกำลังซื้อ ซึ่งเป็นคนละยี่ห้อกับทางที่ภาครัฐจัดให้ 

ส่วนรายละเอียดของผู้เสียชีวิตทั้ง 34 คน แบ่งเป็นเพศชาย 18 คนเพศหญิง 16 คนอายุระหว่าง 35-87 ปี อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 21 คน ปทุมธานี เชียงราย สมุทรปราการจังหวัดละ 2 คน เพชรบุรี เพชรบูรณ์ นนทบุรี อยุธยา ราชบุรี สงขลา สระบุรี จังหวัดละ 1 คน โดยปัจจัยเสี่ยงโรคประจำตัวมีโรคความดันโลหิตสูง 20 คน เบาหวาน 16 คน ไขมันในเลือดสูง 10 คน ไตเรื้อรัง 4 คน โรคปอด โรคหัวใจ 2 คนโรคอ้วน โรคตับ หลอดเลือดสมอง 1 คน และพบว่าผู้เสียชีวิตไม่มีโรคประจำตัวจำนวน 5 คน

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการติดเชื้อแบ่งเป็นติดเชื้อจากคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงานประกอบอาชีพเสี่ยง เช่นค้าขาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ นอกจากนี้ยังมีการเดินทางหรืออาศัย ในพื้นที่การแพร่ระบาด ไปในพื้นที่คนหนาแน่นเช่นตลาด

ส่วนผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 51 รายประกอบด้วยซาอุดิอาระเบีย 3 ราย เซอร์เบีย 1 ราย กัมพูชา 47 ราย พร้อมกับยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากผู้ที่เดินทางกลับมาจากทางกัมพูชาส่วนหนึ่งเดินทางกลับมาทางช่องทางธรรมชาติ โดยด่านผ่านแดนทางบกสามารถผ่านได้ทั้ง 5 วันทำการ โดยจัดพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้ในพื้นที่จังหวัด
สระแก้วอำเภออรัญประเทศ จะดูแลเป็นอย่างดี ขออย่าลักลอบมาในช่องทางธรรมชาติ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กองกำลังด้านฝ่ายความมั่นคงจะต้องทำงานอย่างหนัก ซึ่งจะเห็นได้ว่าในวันนี้มีการลักลอบเข้าเมืองจำนวน 245 ราย แบ่งเป็นฝั่งลาว 28 ราย กัมพูชา 32 ราย เมียนมา 139 รายและไม่พบการลักลอบผิดกฎหมายเข้าเมืองมาจากมาเลเซีย

ด้านผู้ติดเชื้อ 10 ลำดับสูงสุดประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร 1054 ราย สมุทรปราการ 215 ราย นนทบุรี 186 ราย ชลบุรี 80 ราย ปทุมธานี 65 ราย เพชรบุรี 64 ราย สมุทรสาคร 43 ราย ตรัง 37 ราย สงขลา 31 ราย และนครปฐม 26 ราย

ส่วนการติดเชื้อในเรือนจำ วันนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 2,702 ราย  โดยแบ่งเป็น เรือนจำในพื้นที่กรุงเทพฯติดเชื้อ 130 ราย เรือนจำในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี 2450 ราย เรือนจำในพื้นที่
จังหวัดฉะเชิงเทรา 122 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อในเรือนจำสะสม 22,398 ราย ซึ่งขณะนี้มีการจัดพื้นที่ภายในเรือนจำเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยหนักภายในเรือนจำด้วย และมีสัญญาณใน
เชิงบวกว่ายังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ เนื่องจากยังคงมีการค้นหาเชิงรุกในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง

โดยจังหวัดที่ไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อมีจำนวน 28 จังหวัดประกอบด้วย สระแก้ว อุบลราชธานีพิษณุโลก ลำพูน ลำปาง ลพบุรี อ่างทอง สุรินทร์นครพนม ยโสธร ตราด น่าน สุโขทัย ชุมพร สิงห์บุรี พะเยา เลย แพร่ อุตรดิตถ์ ชัยนาทหนองคาย พังงา อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอนหนองบัวลำภู มุกดาหาร อุทัยธานี และสตูล ส่วนจังหวัดที่พบการรายงานผู้ติดเชื้อ 100 คนขึ้นไปมีทั้งสิ้น 3 จังหวัดประกอบด้วย กรุงเทพฯสมุทรปราการ และนนทบุรี

ส่วนการติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลรวมกัน 1,589 ราย คิดเป็นร้อยละ 78 ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด และการติดเชื้อของจังหวัดอื่นๆรวมกัน 461 รายคิดเป็นร้อยละ 22 ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด

โดยรายงานการติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 1,054 รายแบ่งเป็นจากระบบเฝ้าระวังและจากโรงพยาบาล เป็นสัญชาติไทย 665 ราย แรงงานต่างด้าว 116 ราย การค้นหาเชิงรุกในพื้นที่ชุมชนเป็นสัญชาติไทย 158 ราย แรงงานต่างด้าว 115 ราย 
ด้านรายงานการแพร่ระบาดในพื้นที่ โดยกรุงเทพมหานครพบว่า มีการแพร่ระบาดในพื้นที่เขตบางกะปิ ประกอบด้วยตลาดบางกะปิชุมชนโดยรอบเป็นชาวไทย เมียนมา กัมพูชา และลาว ซึ่งพบผู้ป่วยใหม่จำนวน 7 ราย ยอดสะสมในคลัสเตอร์ตลาดบางกะปิ 453 ราย และแคมป์ก่อสร้าง 19 ราย  /ส่วนพื้นที่เขตคลองเตย พบการแพร่ระบาดในชุมชนและตลาดคลองเตย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 ราย
ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมในคลัสเตอร์นี้ 1,603 ราย/ เขตบางพลัด เกิดการแพร่ระบาดพื้นที่สวนหลวงพระราม 8 มีผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมในคลัสเตอร์นี้ 54 ราย /เขตพระนคร เกิดการแพร่ระบาดที่ปากคลองตลาดโดยเป็นชาวไทย และชาวเมียนมา พบผู้ป่วยรายใหม่ 9 รายรวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมในคลัสเตอร์นี้ 15 ราย

ซึ่งหากเจาะในกลุ่มคลัสเตอร์เขตบางกะปิ จะพบว่า มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จำนวน 896 ราย และติดเชื้อเพิ่มในวันนี้จากระบบเฝ้าระวังบริการจำนวน 10 ราย
พบผู้เสียชีวิตยืนยันสะสม 12 ราย และหากดูจากภาพถ่ายทางอากาศในพื้นที่เขตบางกะปิมีทั้ง แฟลต หมู่บ้าน ตลาด คอนโด และอื่นๆ อยู่ในที่แออัดจึงไม่แปลกที่มี ผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ด้วยขณะนี้มีการ Active Case finding จำนวน 6 คลัสเตอร์กระจายไปยังจุดต่างๆ เช่นตลาดในเขตบางกะปิ มี 5 ตลาด แผงค้า 1,135 แผง มีคคนไทย 699 คน ต่างด้าว 947 คน รวม 1646 คนที่ทำงานในตลาด 

โดยกรุงเทพฯมีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังจำนวน 43 แห่ง และพบเป็นคลัสเตอร์ใหม่ เขตดินแดงในพื้นที่แคมป์ก่อสร้าง เขตวัฒนา แคมป์ก่อสร้าง เขตปทุมวันแคมป์ก่อสร้าง และเขตคลองสามวา เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โดย แคมป์คนงานก่อสร้างยังคงเป็นประเด็นมีการพูดคุยสูงสุดเนื่องจากมีแคมป์ทั้งหมด 409 แคมป์ เนื่องจากแม้ว่าจะพักอาศัยเขตหนึ่ง แต่ก็ยังมีการส่งแรงงานไปก่อสร้างยังอีกเขตหนึ่ง ซึ่งการเคลื่อนย้ายตรงนี้เป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการแพร่ระบาดของเชื้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง

โดยการหารือผ่านศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 ของแต่ละเขต ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมากเกือบ 10 ล้านคน โดยมีการแบ่งออกเป็นกลุ่มเขต กรุงเทพฯกลาง กรุงเทพฯ ตะวันออก กรุงเทพฯใต้ กรุงเทพฯเหนือ กรุงธนใต้ และกรุงธนเหนือ ซึ่งจะเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของผู้อำนวยการเขต ในการติดตามโรคป้องกันควบคุมโรคได้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งหากเจาะรายละเอียดพบผู้ป่วยภายใน 14 วัน จะพบว่า กรุงเทพฯกลาง พบผู้ติดเชื้อในเขตดินแดง ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่ายพระนคร ราชเทวี สัมพันธวงศ์ และห้วยขวาง

ส่วนเขตกรุงเทพตะวันออก พบผู้ติดเชื้อคลองสามวา มีนบุรี บางกะปิ และหนองจอก กรุงเทพใต้มีผู้ติดเชื้อในเขตคลองเตย บางคอแหลมบางรัก ปทุมวัน ยานนาวา วัฒนา และสวนหลวง
ส่วนกรุงเทพฯเหนือมีการติดเชื้อที่เขตบางซื่อ กรุงธนใต้ติดเชื้อที่เขตทุ่งครุและบางแค กรุงธนเหนือที่เขตบางกอกน้อย

นอกจากนี้ข้อมูลของทางกรุงเทพฯ พบว่า ข้อมูลตลาดในพื้นที่เขตต่างๆ พบว่ากรุงเทพฯกลางจำนวน 10 เขตมีตลาดสดทั้งสิ้น 48 แห่งกรุงเทพฯเหนือ 7 เขต มีจำนวนตลาดสดทั้งสิ้น 74 แห่ง กรุงเทพฯใต้เขตมีจำนวนตลาดสดทั้งสิ้น 62 แห่ง กรุงเทพตะวันออกจำนวน 8 เขตมีตลาดสดทั้งสิ้น 106 แห่ง กรุงธนเหนือ 8 เขตมีจำนวนตลาดสดทั้งสิ้น 104 แห่ง

กรุงเทพใต้ 7 เขตมีจำนวนตลาดสดทั้งสิ้น 92 แห่งรวมยอดตลาดสดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขต มีจำนวนตลาดสด 486 แห่ง จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนมาตรฐานตลาดสด ให้มีคุณภาพปราศจากความเหมาะสมหรือการถ่ายเทอากาศไม่ดี หากจะต้องปิดจะต้องใช้โอกาสนี้ทำตลาดให้สะอาด โดยสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ใช้ Thai Stop Service เป็นเกณฑ์ประเมินตนเองของตลาด

ส่วนข้อมูลชุมชนพื้นที่กรุงเทพฯกลาง 10 เขตมีจำนวนชุมชน 300 ชุมชน กรุงเทพฯเหนือ 7 เขตมีชุมชน 460 ชุมชนกรุงเทพใต้ 10 เขตมีจำนวน 287 ชุมชนกรุงเทพตะวันออก 8 เขต 407 ชุมชนกรุงเหนือ 8 เขต 317 ชุมชน กรุงธนใต้ 7 เขต 298 ชุมชนรวมทั้งสิ้น 2069 ชุมชน

ด้านข้อมูลแคมป์คนงานก่อสร้างพื้นที่กรุงเทพฯกลาง 70 แคมป์ พบแคมป์ที่มีความเสี่ยงสูง 6 แคมป์ กรุงเทพฯเหนือ 90 แคมป์ พบกันที่มีความเสี่ยงสูง 6 แคมป์ กรุงเทพใต้ 73 แคมป์ เพราะมีความเสี่ยงสูง 8 แคมป์ กรุงเทพฯตะวันออก 87 แคมป์ เสี่ยงสูง 9 แคมป์กรุงธนเหนือ 46 แคมป์ มีความเสี่ยงสูง 1 แชมป์ กรุงธนใต้ 43 แคมป์ รวม 490 แคมป์รอบกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงกลุ่มผู้ติดเชื้อจำนวนมาก โดยการตรวจผ่านตัวอย่างน้ำลาย ซึ่งกรมควบคุมโรคยอมรับว่าการตรวจด้วยน้ำลายจะช่วยให้ เกิดการตรวจที่เป็นกลุ่มก้อนที่ใหญ่ขึ้นและทำให้ประหยัดขึ้น โดยให้มีการขึ้นทะเบียนรองรับมาตรฐานของศูนย์ตรวจ จึงสนับสนุนในที่ประชุมโดยให้กรมควบคุมโรคกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้สามารถตรวจและตัวอย่างได้ โดยตั้งเป้า 15,700 ตัวอย่าง

ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดพบคลัสเตอร์การแพร่ระบาดใหม่ในจังหวัดมหาสารคามอำเภอกันทรวิชัยเกิดการแพร่ระบาดที่มหาวิทยาลัยของรัฐพบผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย พื้นที่จังหวัดเพชรบุรีอำเภอเขาย้อยเป็นโรงงานผลิตรองเท้าเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 21 ราย จังหวัดชลบุรีพบการแพร่ระบาดที่อำเภอเมืองในชุมชนบางทรายซึ่งเป็นแรงงานชาวไทย เมียนมา และกัมพูชา พบติดเชื้อ 32 ราย พื้นที่จังหวัดตรัง ที่อำเภอกันตัง เป็นโรงงานผลิตถุงมือยางทางการแพทย์มีผู้ติดเชื้อ 36 ราย 

ด้านสถานการณ์การติดเชื้อทั่วโลกนั้นมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงพุ่งไปในบางประเทศ โดยเฉพาะในทางอินเดียที่มีการติดเชื้อสูง ส่วนแนวโน้มผู้ติดเชื้อคงตัวยังคงอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑลและต่างจังหวัด ซึ่งกลุ่มก้อนที่มีการติดเชื้อกันจำนวนมากประกอบด้วย โรงงาน แคมป์ก่อสร้าง ชุมชนแออัด ชุมชนรอบโรงงาน ตลาด และเรือนจำ

ผู้ป่วยหนักขณะนี้ก็ยังมีจำนวนที่คงที่ และจำนวนผู้เสียชีวิตเองก็ยังอยู่ในตัวเลข 2 หลัก โดยเฉพาะ กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง โดยวันที่ 7 มิถุนายนนี้ นายกรัฐมนตรีต้องการเป็นวันที่ผู้สูงอายุ และผู้มี 7 กลุ่มโรคเรื้อรังจะต้องได้รับวัคซีน พร้อมกับระบุว่ายังคงสิทธิ์ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้มีจิตโรคเรื้อรังได้รับวัคซีนก่อนแน่นอน หลายคนมีความกังวลใจว่าจะมีการชะลอการฉีดวัคซีน ขออย่ากังวลเนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข มีการประชุมร่วม นายแพทย์สสจ  77 จังหวัด ในเรื่องของการกระจายวัคซีนไปแต่ละจังหวัด ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายการควบคุมโรคตามการแพร่ระบาดของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะมีความอ่อนตัวเพื่อให้ปรับเข้ากับสถานการณ์ ส่วนการติดเชื้อผ่านทางชายแดนได้มีการรายงานมาจากฝ่ายความมั่นคงกำชับการดูแลผู้ที่จะเดินทางผ่านทางชายแดน การจัดตั้งกองกำลังต่างๆเพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายของแรงงานเข้ามายังประเทศไทยโดยเฉพาะกัมพูชา

โดยนายแพทย์ทวีศิลป์ ยังระบุอีกว่า ขณะนี้มีการใช้มาตรการทางสังคมมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.ต้องการให้ภาคส่วนต่างๆ ถึงต้องไปดูความเดือดร้อนของประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลซึ่งถูกกำหนดให้เป็นสีแดงเข้มว่าได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง และจะต้องผ่านความลำบากนี้ไปด้วยกัน