ข่าว

พบแล้วช้างดาราล้มตายอนาถริมห้วยกลางป่าลึก

พบแล้วช้างดาราล้มตายอนาถริมห้วยกลางป่าลึก

01 ก.พ. 2553

พบแล้วช้างดาราล้มตายริมลำห้วยผะเหยาะ เชิงเขาช้างเผือก หมู่ที่ 7 บ้านใหม่พัฒนา ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายดำรัส กังน้อย นายอำเภอสังขละบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เจ้าหน้าที่ป้องกันรักษาป่าที่ กจ.5 กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ กำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร นายสัตวแพทย์จากมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย และนายตะเหลาะ ปันใจ อายุ 44 ปี เจ้าของช้างเชือกดังกล่าว อยู่บ้านเลขที่ 65/2 หมู่ที่ 7 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี รวมกำลังกว่า 50 คน ได้เดินทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุด้วยเท้า ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นป่าขึ้นเขาลงห้วย การเดินทางเป็นไปด้วยความยาอลำบาก ต้องใช้เวลาในการเดินทางร่วม 4 ชั่วโมง จึงถึงที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบซากช้างพลายชื่อผ้าพูเคว อายุ 43 ปี สภาพศพเน่าเปื่อยอยู่บริเวณริมห้วย ส่งกลิ่นเน่าเหม็นคลุ่งไปทั่ว มีฝูงปลากำลังตอดกินเนื้อ ล้มตายมาแล้วประมาณ 1 เดือน

 ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันขนย้ายซากช้างขึ้นมาบนบก ทำพิธีจุดธูปเทียนเพื่อส่งวิญญาณ และยืนไว้อาลัยพร้อมทั้งยิงปืนสะหลุด 3 นัด ท่ามกลางความโทรกเศร้าของผู้พบเห็น ด้านนายตะเหลาะ เจ้าของช้างถึงกับน้ำตาล่วง ต่อจากนั้นก็ได้ทำการเผาซากช้างก่อนที่จะเดินทางกลับ

 ด้านนายผะเหลาะ เจ้าของช้าง กล่าวด้วยสีหน้าซืมเศร้า ว่า ตนเลี้ยงช้างเชือกนี้มานานแล้ว ซึ่งเป็นช้างที่ตนรักมาก ใช้ออกงานประเพณีต่างๆ เป็นช้างเดินทัวร์ เป็นช้างที่สวย ช่วงที่พระอาจารย์ยันตระยังอยู่ที่นี่ ได้ใช้บริการนั่งเข้าป่าลึก รวมถึงเป็นช้างที่ส่งเข้าประกวดที่มีลักษณะสวยงามติดอันดับต้นๆ นอกจากนี้ช้างพลายผ้าพูเคว ยังเป็นช้างที่เคยร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องสาปเสือที่ลำน้ำกษัตริย์ ที่สร้างโดยนายบัณฑิตย์ ฤทธิ์ถกล ผู้กำกับชื่อดังที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งก่อนหน้าที่พลายผ้าพูเควจะล้มลงได้เกิดอาการป่วย กินอะไรไม่ได้ ตนจึงไม่ได้ออกเดินทัวร์ และปล่อยให้กินอาหารตามธรรมชาติในป่า 3-4 วัน ล่าสุดเมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ตนก็พบพลายผ้าพุเควล้มตายลง แต่ก็ไม่กล้าที่จะบอกกับใคร จนล่าสุดข่าวได้แพร่สะพลัดไปทั่ว ว่า ชาวบ้านไม่กล้าใช้น้ำในลำห้วย และมีกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว ตนจึงได้ออกมาแสดงตัวและนำพาเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

 ส่วน นายเอกสิทธิ์ ติยานันต์ นายสัตวแพทย์มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งมาประมาณ เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ว่า ช้างเชือกดังกล่าว มีอาการผอมแห้งแรงน้อย กินอะไรไม่ค่อยได้ โดยได้รักษาอาการมาโดยตลอดแต่ก็ไม่ดีขึ้น สันนิษฐานว่า อาจจะติดเชื้อวัณโรค ล่าสุดได้เจาะเลือดส่งตัวอย่างไปเพาะเชื้อพิสูจน์ยังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ 2 เดือนแล้ว อีกประมาณ 1 เดือนจึงจะทราบผล อย่างไรก็ตามคงจะต้องรอผลพิสูจน์ หากเป็นวัณโรคจริงก็จะขอความร่วมมือไปยังเจ้าของช้าง ให้มีการตรวจพิสูจน์เลือดช้างว่าเชื้อบวกหรือไม่ หากพบว่ามีเลือดบวกก็ให้สงสัยก่อนว่าอาจจะมีเชื้อวัณโรค ก็ให้ทำการรักษา และกันให้ออกห่างจากช้างเชือกอื่นๆ จนกว่าจะแน่ใจว่าเข้าสู่สภาวะปกติ จึงสามารถปล่อยเข้าร่วมโขลงได้ แต่โรคนี้ก็ไม่ได้ติดกันง่ายๆ ถ้าช้างเชือกที่แข็งแรงก็มีภูมิต้านทาน ไม่ติดง่ายๆ อย่าได้กังวลมากนัก.