
แม่ทัพภาคที่4สั่งคุมเข้มแรงงานต่างด้าว-โรฮิงญาทะลัก
ระนอง - แม่ทัพภาคที่ 4 ไฟเขียวทหารงัดมาตรการคุมเข้มแรงงานต่างด้าว-โรฮิงญาทะลัก ด้าน จ.ระนองเดินหน้าผนึก 7 หน่วยงานงัดมาตรการคุมเข้ม
พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวในระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อตรวจเยี่ยมหน่วยกองกำลัง ที่อยู่ในความรับผิดชอบประกอบด้วย กอรม.ภาค 4 ส่วนแยก1,หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 และกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 จ.ระนอง ว่า การลงพื้นที่จ.ระนองในครั้งนี้มีประเด็นสำคัญคือเพื่อต้องการรับทราบข้อมูล ปัญหาในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการทหาร
โดยเฉพาะปัญหาด้านความมั่นคง ที่สำคัญประกอบด้วย ปัญหายาเสพติด และปัญหาแรงงานต่างด้าว รวมถึงชาวโรฮิงญา
“ผมได้กำชับทหารทุกหน่วยที่อยู่พื้นที่ จ.ระนอง ให้พร้อมที่จะสนับสนุนหน่วยงานภายในจังหวัดระนองเพื่อดำเนินการจัดระเบียบ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว รวมถึงปัญหาชาวโรฮิงญา ที่ถือเป็นปัญหาสำคัญของ จ.ระนอง "พลโท พิเชษฐ์ กล่าวและว่า
ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องยาเสพติดก็จะเป็นอีกปัญหาที่ทหารจะเข้ามาช่วยดูแล นอกจากนี้ยังได้สั่งกำชับให้ทหารมีความเข้มงวดกับอาวุธยุทธโธปกรณ์ที่อยู่ในความรับผิดชอบไม่ให้เล็ดลอดออกมาภายนอกได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะวัตถุระเบิด ที่อาจจะไปอยู่ในมือผู้ไม่ประสงค์ดีที่อาจจะนำไปก่อความเสียหายได้
นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.)กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดระนอง ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ประกอบด้วยด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ระนอง,ตำรวจน้ำ,ตำรวจภูธร,กอ.รมน.,กองทัพเรือภาคที่ 3 ,ป้องกันจังหวัดระนอง,และสำนักงานจังหวัดระนอง จัดประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าว และชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญา ซึ่งคาดว่าทางจังหวัดจะมีมาตรการต่างๆทยอยประกาศออกมาเป็นระยะเพื่อดำเนินการจัดระเบียบ และแก้ไขวิกฤติปัญหาที่เกิดขึ้น
“ การทะลักเข้ามาของแรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาการอพยพเข้ามาของชาวโรฮิงญา ยังเป็นปัญหาสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลาง และในพื้นที่ต้องเร่งหาทางแก้ไข ซึ่งในส่วนของ จ.ระนอง กำลังเร่งปรับแนวทางการทำงานของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกัน และร่วมดำเนินการอย่างเป็นระบบ หากต่างคนต่างทำเช่นที่ผ่านมา ยากที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ได้”
พ.อ.มนัส คงแป้น ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนแยก 1 กล่าวว่า จากการที่ทางทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางมาตรการคุมเข้ม โดยเฉพาะการทะลักเข้ามาของชาวโรฮิงญา ปรากฏว่า ขณะนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น การทะลักเข้ามาเริ่มลดน้อยลง
โดยทราบว่า ขณะนี้ชาวโรฮิงญา เริ่มเบี่ยงเบนเป้าหมายจากไทยไปยังประเทศบังกลาเทศหรืออินเดียแทน โดยเฉพาะบังกลาเทศ เป็นจุดที่มีค่ายกักกันผู้อพยพชาวโรฮิงญา ซึ่งจะได้รับความสะดวกกว่าที่จะเดินทางมายังประเทศไทย หรือประเทศในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ประมาท ยังคงใช้มาตรการเข้มข้นเช่นเดิม เนื่องจากทราบว่า การอพยพเข้ามาของชาวโรฮิงญา มายังจ.ระนอง ส่วนหนึ่งมีกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องคอยให้การช่วยเหลือ ซึ่งคาดว่า หากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการหละหลวม หรือ ย่อนยาน ทางกลุ่มนี้จะเริ่มเคลื่อนไหวทันที



