ข่าว

จิตวิญญาณความเป็นตำรวจ

จิตวิญญาณความเป็นตำรวจ

03 ก.พ. 2553

“ตายถี่ขนาดนี้ถือว่าอยู่ในระดับเข้มเลยนะ” นายตำรวจใหญ่ประเมินสถานการณ์ตามเรื่องที่ดิฉันยกขึ้นมาเล่าเพื่อชวนถกเถียงถึงวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมจากข้อมูลของคดีอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง

 ข้อสมมติฐานถูกตั้งขึ้นว่า “ผิดหรือไม่ถ้าจะบอกว่างาน ป.อ่อนแอ” งาน ป.หมายถึงงานป้องกันและปราบปราม ภาพการทำงานที่ชาวบ้านเห็นคือสายตรวจรถยนต์และสายตรวจรถจักรยานยนต์ถูกขับตะเวนออกตรวจตามพื้นที่ต่างๆ

 ดิฉันให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่นายตำรวจใหญ่ประกอบการตั้งสมมติฐานว่า พื้นที่ที่เกิดเหตุขึ้นบ่อยๆ นั้นเป็นพื้นที่ที่มีเศรษฐกิจดี มีร้านค้า สถานบันเทิงต่างๆ มากมาย หรือหากใช้เกณฑ์การจัดระดับโรงพักตามที่เหล่าบรรดาตำรวจนิยมกันนั้นจัดได้ว่าเป็นโรงพักเกรดเอ เมื่อฟังข้อมูลเสร็จนายตำรวจใหญ่ตอบทันทีว่า ”ใช่”

 การที่จะตัดสินว่าเมื่อเกิดคดีแล้วไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้นั้นเป็นผลมาจากการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพของงานสืบสวนนั้น อาจเป็นการด่วนสรุปเกินไป งานสืบสวนถือได้ว่าเป็นงานปลายทางในโลกของตำรวจ เป็นงานที่ต้องใช้สติปัญญา ทักษะและความสามารถไม่น้อยในการรวบรวม หาข่าวและวิเคราะห์ หากพื้นที่ในความรับผิดชอบใดมีคดีเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นั่นหมายความว่า ตำรวจสายสืบจะต้องทำงานอย่างหนัก ตื่นตัวในการเตรียมการ วางระบบ วางเครือข่ายเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนผู้อยู่ในโลกอาชญากรรมให้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อทำการจับกุม

 “ทำไมงาน ป.ถึงอ่อนแอ” คำถามว่า ทำไม ถูกตั้งขึ้นเพื่อเปิดประเด็นชวนคู่สนทนาคิด วิเคราะห์ นายตำรวจใหญ่หัวเราะและตอบด้วยเสียงเนิบช้า ”มันไม่มีจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจ” เสริมด้วยคำอธิบายแบบคนที่เข้าใจโลกของตำรวจว่า การทำงานที่มีส่วนของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น หากตำรวจผู้ปฏิบัติมุ่งแต่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จนขาดความตระหนักถึงความสำคัญในการใส่ใจต่อบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบ สิ่งที่ปรากฏเป็นรูปธรรมตามมาคือการเกิดคดีอุกฉกรรจ์และคดีต่างๆ มากมายในพื้นที่ 

 “เธอให้ข้อมูลไม่หมด มันซับซ้อนกว่านั้น” นายตำรวจใหญ่แสดงภูมิรู้จากประสบการณ์ที่สะสมมายาวนานและอธิบายต่อว่า “โรงพักเกรดเอแต่คนที่มาทำงานไม่ใช่คนเกรดเอ คนที่ทำงานอำนวยการ ทำงานธุรการ อยู่ใกล้ชิดนาย คอยดูแลนาย กลับกลายเป็นได้ดิบได้ดีก้าวหน้ามาอยู่ในตำแหน่งสำคัญ แต่ก่อนนี้ตำรวจที่อยู่ใกล้ชิดนายก็ยังได้ประสบการณ์สืบสวนปราบปรามมาจากนายที่เป็นตำรวจบ้าง แต่เดี๋ยวนี้นายเป็นนักธุรกิจ นายเป็นนักการเมือง เจอกันแทนที่จะถามว่า ก้าวหน้าเพราะทำคดีไหนกลับถามว่าจ่ายไปเท่าไหร่ วิธีจ่ายก็ไม่ธรรมดานะ รูปแบบประมูลเลย สู้ได้รึเปล่า สู้ได้ ก็สู้ เมื่อระบบมันเป็นอย่างนี้ ใครจะทำงานทุกคนก็คิดแต่ตัวเอง คิดถึงแต่ผลประโยชน์จนขาดจิตสำนึกของความเป็นตำรวจ”

 นายตำรวจยกตัวอย่างของภาวะไร้สำนึกและจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจแต่มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานของตำรวจนายหนึ่งที่ปฏิเสธการทำคดีโดยอ้างว่า “ผมจะย้ายอยู่แล้ว” นายตำรวจใหญ่อธิบายเพิ่มเติมว่า งานที่ตำรวจนายนั้นระบุว่า จะไม่ทำ คือ การติดตามจับกุมคนร้ายคดีอุกฉกรรจ์ที่ฆ่าผู้หญิงคนหนึ่งตายอย่างเหี้ยมโหด และเมื่อตรวจสอบพบว่า หญิงสาวมาแจ้งความที่โรงพักถึง 3 ครั้ง

 สุดท้ายนายตำรวจใหญ่ตั้ง คำถามแทนชาวบ้าน ว่า ”เมื่อเขามาแจ้งความด้วยความกลัวว่าจะถูกทำร้าย ตำรวจได้ทำอะไรให้เขาบ้าง และนี่เขาถูกฆ่าตาย ยังไม่มีสำนึก”

ปนัดดา ชำนาญสุข