ข่าว

 ในสวนโมกข์

ในสวนโมกข์

03 ก.พ. 2553

ผมได้รับหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งมีชื่อค่อนข้างยาวว่า “เทวดา คน พระ หมู หมา กา ไก่ ในสวนโมกข์” เป็นธรรมบรรณาการจากพี่พจน์ ยังพลขันธ์ ซึ่งเป็นผู้เรียบเรียงเรื่องนี้ เรื่องทั้งหลายในหนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องที่พระเดชพระคุณท่านพุทธทาสภิกขุได้เล่าไว้

ในลักษณะของบทพระธรรมคำกลอน ซึ่งมีทั้ง บันทึกประจำวัน ข้อเขียน จดหมาย ปาฐกถาธรรม ธรรมบรรยายแก่ภิกษุสามเณร และศาสนิกชนในสวนโมกข์ ตลอดจนเป็นการเล่าจากปากของท่านเอง

 พี่พจน์กล่าวไว้ในคำนำว่า เรื่องราวที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้มิใช่อื่นใด แต่คือความงามที่เกิดจากความจริง ความง่ายของพุทธศาสนา จากธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัวเรา โดยเฉพาะในสวนโมกข์ ที่ท่านพุทธทาสชี้ชวนให้เราฟัง ยอดไม้ ใบหญ้า ก้อนหิน ลำธาร พูดคุยกัน เราไม่เคยหยุดฟังมันพูดสักขณะจิต ท่านพุทธทาสก็เก็บมาบอกกับเรา แม้ท่านจะละสังขารไปนานปีแล้ว แต่เราจะรู้สึกเหมือนได้กราบใกล้ฟังเรื่องเล่าจากปากของท่านเอง เกิดความรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้นโดยมิพักต้องสงสัย จากนั้นก็มีฉันทะ และกล้าที่จะหยิบหนังสือเล่มอื่นของท่านขึ้นมาอ่าน มาศึกษา

 พี่พจน์อธิบายคำว่า “เทวดา” อันเป็นชื่อของหนังสือนี้ว่าเป็นสมมตินามตามหลักการของพุทธศาสนา คือ มนุษย์ผู้ครองเทวธรรม ปฏิบัติเทวธรรมอยู่ก็ดี ทำหน้าที่ของความเป็นมนุษย์ก็ดี ย่อมได้ชื่อว่าเป็นเทวดา เป็นพรหม ตามนัยดังกล่าวแล้ว...ส่วนนามรูปสมมติที่เรียกว่า คน พระ หมู หมา กา ไก่ นั้น ล้วนแสดงตัวตนตามสมมติของความหมายอย่างชัดเจนตามหลักการของพุทธศาสนา ตามที่พระคุณเจ้าเล่าไว้ หรือในบทกวีธรรมที่ท่านรจนาขึ้นจากแรงบันดาลใจที่เกี่ยวข้องกับสมมตินั้นๆ ด้วยการสังเกต วิเคราะห์ และเมตตาธรรม ที่สมมตินั้นเป็นธรรมชาติ และปฏิบัติต่อมันตามความเหมาะสมและยกย่องเป็นครู เป็นเพื่อน

 ผมขอยกตัวอย่างบทกลอนธรรมของท่านพุทธทาสจากหนังสือเล่มนี้สักบทหนึ่งมาให้อ่านกัน

                       สาบ-แมว-หมา-คน
                       แมวไม่เคย อาบน้ำ ตามธรรมชาติ
            ทั้งขี้ขลาด กลัวน้ำ ตามประสา
           มันก็ไม่ เหม็นสาบ ทราบกันมา
          ข้างฝ่ายหมา กลิ่นซ่าสาบ ล้วนทราบกัน

       จะอาบน้ำ หรือไม่อาบ หมาสาบเหม็น
         เปรียบกับแมว แล้วจะเห็น  เป็นของขัน
         ข้างคนเรา นี้เล่า เค้าสำคัญ
        มันสาบครัน ยิ่งกว่าหมา หรือว่าไร
              จึงหมดเปลือง ด้วยเครื่อง ประเทืองกลิ่น
        เสียทรัพย์สิน เหลือขนาด ไม่หวาดไหว
       ไยมิลอง อาบพระธรรม หลากล้ำนัย
       สาบหายไป ตลอดชาติ สะอาดจริงฯ

 ครับ บรรยากาศทางการเมืองที่ร้อนรุ่มอย่างนี้ มาสัมผัสความฉ่ำเย็นของธรรมคติกันบ้างก็คงจะช่วยให้จิตใจของเราผ่อนคลายและเยือกเย็นลง

 ขอบคุณครับพี่พจน์