ข่าว

ยึดอำนาจรัฐ...ทางออกที่มุ่งไปสู่ความตัน

ยึดอำนาจรัฐ...ทางออกที่มุ่งไปสู่ความตัน

01 ก.พ. 2553

เค้าลางของความวุ่นวายหนักขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ข่าวคราวว่าจะเกิดปฏิวัติกระจายกระฉ่อน ทุกคนทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในการเมืองไทยล้วนจิตใจตุ๊มต่อม ลำพังเรื่องอ่อนไหวเช่นนี้ถึงจะเป็นเพียงข่าวลือก็สร้างความปั่นป่วนแก่สังคมพอแรงอยู

 จริงๆ แล้ว การทำรัฐประหารโดยใช้กำลังทหารในเวลานี้แทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้น เมื่อพิเคราะห์จากสภาวะแวดล้อมทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ตลอดจนเทียบเคียงกับประวัติศาสตร์แล้ว เนื่องจากกองทัพยังเป็นมิตรกับรัฐบาล ต้องยกเครดิตให้แก่การพยายามอย่างหนักในการประสานผลประโยชน์และบริหารความขัดแย้งระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่ายของรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ขณะที่ก็ไม่มีสัญญาณว่าทหารจะฉีกหลักการอย่างไม่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ยึดถือกันมาตั้งแต่ปี 2528 ว่าจะไม่รบกันเอง งบประมาณที่เป็นเงื่อนไขสนับสนุนสำคัญก็ใช่ว่าจะเหลือเฟือ การจับจ้องในระดับประชาคมโลกยิ่งทำให้ต้องทบทวนความคิดกันหลายตลบ อีกทั้งอดีตที่ผ่านมาก็ชี้ให้เห็นเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่ทราบว่าสภาพบ้านเมืองและกองทัพหลังปฏิวัตินั้นไม่เป็นผลดีเลย

 แต่การยึดอำนาจรัฐนั้นเป็นสิ่งที่ทำนายในเชิงวิทยาศาสตร์ไม่ได้ เพราะอาจเกิดขึ้นด้วยเงื่อนไขใดก็ได้แล้วแต่ผู้ทำการกล่าวอ้าง ภาพสถานการณ์ที่น่าห่วงใยในเวลานี้คือหากความไม่สงบในใจกลางจุดศูนย์ดุลของชาติขยายตัวไปสู่ความรุนแรงมากกว่าเมษายนปีกลาย จนพ้นความควบคุมของรัฐบาล กองทัพในฐานะเสาหลักต้นสุดท้ายผู้ปกป้องชาติอาจเข้ามาดำเนินการเสียเองโดยการสถาปนาความสงบให้ได้อย่างทันท่วงทีในเบื้องแรก ในรอบกึ่งศตวรรษมานี้ มีกรณีเดียวคือหลังเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 คณะปฏิรูปการปกครองแห่งชาตินำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ก่อนส่งมอบอำนาจให้รัฐบาลพลเรือนต่อไป (แต่อีกเพียงปีเดียวก็ยึดอำนาจอีก)

 การยึดอำนาจรัฐแบบที่กล่าวมาแล้วและการรัฐประหารไม่ว่าจะมีจุดมุ่งมั่นเปิดเผยหรือปิดบัง ดีหรือร้ายก็แล้วแต่ มักจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ เป็นเพียงแต่สยบให้ฝ่ายตรงข้ามเก็บงำความไม่พอใจไว้ในใจ ผลที่ตามมาคือต้องมีผู้ตามไปแก้ไขปัญหาระยะยาวอีกนาน เช่น ในยุคกระโน้นก็มีปัญหาคอมมิวนิสต์ ในยุคถัดๆ มาก็มีปัญหาดิ้นรนต่อสู้อำนาจจากกระบอกปืนด้วยทั้งบู๊และบุ๋นหลายวิธี จนทำให้กำลังอำนาจของชาติอ่อนด้อยลงไปทุกด้าน ผู้นำการแก้ปัญหาด้วยกำลังจะได้ประโยชน์โภคผลอันใดหรือไม่นั้นไม่ทราบ แต่ทหารโดยรวมมักเสียรังวัดไปพร้อมกับเหงื่อโดยเปล่าประโยชน์ ขณะที่เมฆฝันเรื่องสมานฉันท์ของชาติยิ่งลอยไกลออกไปอีก