ข่าว

เสรีภาพอินเทอร์เน็ต (1)

เสรีภาพอินเทอร์เน็ต (1)

02 ก.พ. 2553

ภายใน 20 ปีที่มีเวิลด์ไวด์เว็บ การติดต่อไปมาหาสู่กันระหว่างผู้คนทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาไหนก็ตามพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล มันเริ่มจากการติดต่อส่งข้อความที่เป็นความลับระหว่างเจ้าหน้าที่รับผิดชอบข้อมูลขององค์กรจนกระทั่งมันถูกนำมาพัฒนาเป็นพาหะในการนำข้อควา

 จึงไม่แปลก เสรีภาพอินเทอร์เน็ตเป็นประเด็นประเทศต่างๆ ให้ความสนใจมาก รัฐบาลเหล่านี้มีความพยายามทุกรูปแบบจะเข้ามาคุมการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อให้แน่ใจว่า อินเทอร์เน็ตจะไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐบางประเทศ เช่น ประเทศจีนมีมาตรการเข้มงวดในการดูแลการใช้อินเทอร์เน็ต

 ขณะนี้จีนมีคนใช้อินเทอร์เน็ตเกือบ 300 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในโลก ยิ่งจีนมีการพัฒนาเศรษฐกิจที่รุ่งเรืองมากเท่าไร คนจีนมีฐานะการอยู่ดี การใช้อินเทอร์เน็ตก็ยิ่งมากขึ้นตามเงา และในที่สุดจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลจีนต้องมาขบคิดและเผชิญสิ่งที่ผู้นำจีนกลัวคือความคิดใหม่ๆ จากต่างประเทศที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อคนใช้อินเทอร์เน็ตจีนโดยเฉพาะกลุ่มคนใช้ที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี

 ผู้นำจีนรู้ดีว่าอินเทอร์เน็ตมีทั้งผลดีและผลร้าย ที่ผ่านมาสิบกว่าปีได้ช่วยให้เศรษฐกิจจีนเติบโตและเพิ่มอำนาจต่อรองทางการเมืองแบบไม่เคยมีมาก่อน แต่จีนไม่อยากเห็นคนใช้อินเทอร์เน็ตซึ่งสามารถรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในเวิลด์ไวด์เว็บโดยที่รัฐบาลขาดการติดตาม

 มีสองสามประเด็นที่ทางการจีนเป็นห่วง เรื่องสำคัญที่สุดคือ ความพยายามจะลบล้างระบอบคอมมิวนิสต์ ถึงแม้ว่าระบอบคอมมิวนิสต์มีการปฏิรูปมาเป็นเวลา 30 ปี จนไม่เหลือรูปแบบความคิดเดิมๆ แต่ผู้นำจีนก็ยังไม่ยอมเปิดกว้างเพื่อการเมืองแบบพหุภาคีที่กลุ่มการเมืองต่างๆ เข้ามาร่วม

 ผู้นำจีนเชื่อว่าความคิดเหล่านี้เป็นแผนการของประเทศตะวันตกต้องการสร้างความปั่นป่วนภายในจีนเพื่อชะลอความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ จีนย้ำอยู่เสมอว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยจะค่อยเป็นค่อยไปคือต้องลักษณะความเป็นจีนไม่รีบเร่งอะไรเท่าไรนัก

 ประเด็นที่สอง จีนยังไม่ยอมรับที่นำเอาค่านิยมหรือกรอบความคิดของโลกตะวันตกมาเป็นต้นแบบ เพราะจีนมีอารยธรรมที่เก่าแก่กว่า 3,000 ปี จึงมีความภาคภูมิในวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของตัวเอง (ในช่วงหลังมีภาพยนตร์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนและความยิ่งใหญ่ของปรัชญาจีนเป็นจำนวนมาก)

 รัฐบาลจีนมีสตังค์พยายามจะสร้างคอนเทนต์ในอินทตอร์เน็ตเอง แต่ไม่ง่ายเพราะเป็นภาษาจีนไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษ แต่ยังมีความพยายามอยู่

คนจีนที่เขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดีมีจำนวนมาก เรียกได้ว่ารองจากอินเดียก็ว่าได้

 ท้ายที่สุด จีนที่มีพลังเงินและเศรษฐกิจใหญ่เป็นที่สองของโลกจะไม่มีประเทศใดหรือกลุ่มชาติพันธุ์ใดหรือแม้กระทั่งองค์กรระหว่างประเทศใดมาหยุดแผนการที่ทางการจีนคิดไว้หรืออยากทำ