
ที่แท้ก็สู้เพื่อเงิน
ย่างเข้าเดือนกุมภาพันธ์ อันเป็นเวลาแห่งการตัดสินว่าบ้านเมืองจะคงอยู่ในสภาวะปกติ ประชาชนมีความหวัง ไม่ต้องระวังภัยจากกลุ่มมวลชนถูกปลุกระดมให้ออกมาชุมนุม ถึงขั้นใช้กำลัง ความรุนแรง เผาบ้านเผาเมืองอีกครั้ง
โดยเป็นความพยายามมีเป้าหมายหลักอย่างเดียว คือ “สู้เพื่อเงิน” จำนวนมหาศาล ของคนหนีคุก ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ หามาได้ โดยผิดข้อห้ามและกฎหมาย มีหลักฐานถูกนำไปเสนอในศาล
ผู้ถูกกล่าวหา อยู่ในสภาพ “คนหนีคุก” ไม่ยอมมาชี้แจง ให้เหตุผล ต่อสู้ตามกระบวนการ อ้างเพียงแต่ว่าสิ่งที่ตัวเองได้รับนั้นไม่ยุติธรรม
เวลาผ่านไป แทนที่จะยอมรับสภาพการไร้แผ่นดินให้เหยียบ กลับพลุ่งพล่านเพ้อเจ้ออยู่กับทวิตเตอร์ เหมือนคนสติแตก ดิ้นรนขอต่อสู้แม้กระทั่งในนรกและสวรรค์ ต่อรองกับยมบาลว่ายังไม่ขอตาย จนกว่าจะได้ความยุติธรรม
ล่าสุด จะกระเสือกกระสนไปฟ้องศาลโลก คงเป็นคำแนะนำจากฮุน เซน ทั้งๆ ที่ประสบการณ์ และการศึกษาน่าจะทำให้รู้ว่าเป็นคนละเรื่อง ปล่อยให้ทนายไทยธรรมดา ไม่ติดระดับอินเตอร์ อย่างเสี่ยเทพไท เสนพงศ์ มาชี้แนะ
ทนายอินเตอร์ นพดล ปัทมะ คงวุ่นอยู่กับการวิ่งเต้นขอทวงสมบัติคืนจากแขกอาหรับ ซึ่งเป็นนักกฎหมายมีบทบาทสูงในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และดูไบ ก่อนหน้านั้นคนหนีคุกได้ไว้ใจจัดการเงินลงทุน หวังต่อยอดความร่ำรวย
แต่มีปัญหา เหมือนเอาน้ำไปฝากในท้องอูฐ เอาคืนยาก ทำให้เงินก้อนใหญ่ไปจมอยู่กับแขกอาหรับ ทำให้มีภารกิจหลักต้องทวงคืน ตื๊ออยู่ในดูไบ
จะไปทำเก่งก็ไม่ได้ แขกที่ว่านี้มีอิทธิพลในภาครัฐ ร่างกฎหมายสำคัญด้านการเงิน การลงทุน และกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน ดังนั้น จะไปออกแนวส่งสมุนไปข่มขู่เหมือนกลุ่มมวลชน หรือ เสธ.แดงเตือนแกมขู่ศาลคงไม่ได้
ถ้าทำซ่า เดี๋ยวแขกอาหรับจะใช้อิทธิพล ให้ทางการดูไบเฉดหัวออกพ้นจากทะเลทราย เงินก็ทวงไม่ได้ แม้แต่ทรายก็ไม่ได้เหยียบ ชะตากรรมจะเลวร้ายกว่าเดิม ดังนั้น ต้องกล้ำกลืนฝืนทน พูดจาภาษาดอกไม้กับแขกอาหรับ
ไม่รู้ว่าเงินที่ไปฝากแขกอาหรับลงทุนนั้นมากน้อยเพียงใด แต่คงไม่น้อย ตามมาตรฐานหน้าใหญ่แบบคนหนีคุก ไม่อย่างนั้น คงเข้าไม่ถึงแขกอาหรับคนนี้ ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาของกระทรวงกลาโหมยูเออีนาน 25 ปี เป็นขาใหญ่จริงๆ
คงเห็นว่าการรีดเอาน้ำจากปากอูฐอาหรับไม่ได้ คนหนีคุกจึงเพิ่มการดิ้นรนเอาเงินคืนจากการอายัดของทางการไทย สมุนลิ่วล้อใช้วิธีสกปรกสารพัด
ปล่อยข่าวเรื่องเงินสินบน 1.9 หมื่นล้านบาท การอุ้ม ลอบสังหารตุลาการ กุเรื่องเงินสินบนก้อนใหญ่ เพื่อให้ชนะคดี เข้าทำนองยอมเสียบางส่วนดีกว่าถูกยึดทั้งหมด ทำให้ตุลาการถูกกดดันด้านความปลอดภัยและชื่อเสียง
การ “สู้เพื่อเงิน” จึงดึงเสือหิวจากหลายกลุ่ม ทั้งทหารแก่ขายชาติแก้จน นักวิชาการกำมะลอ นักการเมืองสมุนกังฉิน หวังได้ส่วนแบ่งนะดิ ! อิอิอิ !!!



