
ไม้ตาย
ปรากฏการณ์ตบเท้าของผู้บังคับกองพัน ซึ่งคุมกำลังรบเพื่อปกป้อง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นสัญญาณเตือนถึงฝ่ายการเมืองชัดเจน
นอกเหนือจากความไม่พอใจต่อท่าทีของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ที่ใช้เครื่องแบบทหารเข้าไปเกี่ยวเนื่องกับการเมือง
สัญญาณเตือนครั้งนี้หากมองว่าธรรมดาก็แค่ลูกน้องออกมาปกป้องนาย แต่หากมองลึกลงไปล้วนเกี่ยวข้องกับเกมการเมืองจากนี้ทั้งสิ้น
เสื้อแดงได้ตีกลองรบ ลั่นกลองศึกแล้ว
อีกไม่ถึง 1 เดือนจะถึงเวลาตัดสินชะตากรรมบ้านเมืองจากคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังโหมไฟจัดทัพ โดยมีนายทหารฝ่ายบู๊และบุ๋น ศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หลากหลายรุ่นที่เกณฑ์เข้าร่วมศึกครั้งนี้ ผ่านพรรคเพื่อไทย
กลุ่มเสธ. เหล่านี้นั่งบัญชาการอยู่เบื้องหลัง เป็นมันสมองวางหมากเดินเกม เพื่อภารกิจนำอดีตนายกฯ กลับมาครองอำนาจอีกครั้ง
ถือเป็นงานสร้างรายได้ในวัยหลังเกษียณ แต่จะสำเร็จหรือไม่ยังมีอีกหลายส่วน โดยเฉพาะกลุ่มทัพหน้าที่มีแก๊ง 3 เกลอ และลิ่วล้ออีกโขยงใหญ่เป็นหัวหอก
หากดูจากอาการของขุนทหาร ที่ออกมาชนกับเสธ.แดง ย่อมแสดงว่า ศึกในครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เสื้อแดงจะโหมเข้ามาเป็นระลอกจากทุกทิศทุกทาง
มวลชนที่มีอยู่ในมือทั้งหมดจะเปิดตัวในศึกครั้งนี้ เม็ดเงินจำนวนมหาศาลจะถูกระดมหล่อเลี้ยงเมื่อต้องกรำศึกยืดเยื้อยาวนาน
กลุ่มทะลุทะลวงของฝ่ายเสื้อแดงจะเกหมดหน้าตัก เดิมพันด้วยชีวิต เพราะไม่ว่าเหตุการณ์จากนี้ไปจะเริ่มรุนแรงขึ้นเท่าใด ทหารเลวพวกนี้จะถอยไม่ได้อีกแล้ว ประเด็นหนึ่งเพราะคดีความต่างๆ ของ 3 เกลอและแกนนำส่วนต่างๆ กำลังจะงวดเข้าทุกขณะเมื่อคดีขึ้นสู่ศาล
หากบ้านเมืองเกิดความวุ่นวายจริง หัวขบวนพวกนี้ย่อมหนีความรับผิดชอบไม่ได้ เงื่อนไขหนึ่งที่ศาลให้ประกันตัวจากเหตุการณ์ "สงกรานต์เลือด" เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว คือ ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง
การที่แกนนำเสื้อแดงยังดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ส่วนหนึ่ง เพราะอ้างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ให้สิทธิประชาชนในการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย
แต่หลังจากนี้หากมีสัญญาณบ่งชี้ว่า จะมีการยุยงปลุกปั่น เพื่อสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง นั่นย่อมใช้สิทธิเกินขอบเขต
เพื่อสกัดความวุ่นวายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาจต้องใช้ไม้ตายสุดท้าย คือ การถอนประกันตัว จับหัวโจกเข้าคุกทั้งหมด แต่นั่นหมายความว่าประชาชนยังยืนอยู่ข้างเดียวกับรัฐด้วย !!



