
แทสเมเนียนเดวิล ออกลูกในป่าแผ่นดินใหญ่ออสเตรเลียครั้งแรกในรอบ 3,000 ปี
นักอนุรักษ์เฮ แทสเมเนียนเดวิลตกลูก 7 ตัวบนแผ่นดินใหญ่ออสเตรเลีย หลังถูกหมาป่าดิงโกล่าจนเรียบเมื่อ 3 พันปีก่อน
ออสซี อาร์ก (Aussie Ark ) แนวร่วมองค์กรอนุรักษ์ในออสเตรเลีย ประกาศข่าวน่ายินดีในสัปดาห์นี้ว่า ลูกแทสมาเนียนเดวิล ถือกำเนิดจำนวน 7 ตัว เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่ได้นำแทสเมเนียนปล่อยคืนสู่ป่าอุทยานบาร์ริงตัน พื้นที่ 2,500 ไร่ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รวม 26 ตัว ช่วงกันยายน-ตุลาคมปีที่แล้ว จากนั้นไม่กี่เดือน มันก็ให้กำเนิดลูก ทิม ฟอล์คเนอร์ ประธาน ออสซี อาร์ค กล่าวว่า โครงการนี้คล้ายกับโครงการประวัติศาสตร์ปล่อยหมาป่าคืนสู่อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนในสหรัฐอเมริกา ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 และประสบความสำเร็จ
มาร์ซูเปียลจิ๋วนี้มีขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วและอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องแม่
แทสเมเนียนเดวิล เป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง หรือมาร์ซูเปียลกินเนื้อใหญ่ที่สุดในโลก รูปร่างพอๆกับสุนัข หน้าตาคล้ายหมี หัวโต ฟันแหลม และมีขากรรไกรที่แข็งแรงมาก เชื่อว่าสัตว์ชนิดนี้สูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินใหญ่ออสเตรเลียเมื่อราว 3,000 ปีก่อน เพราะถูกหมาป่าดิงโกไล่ล่า คงเหลืออาศัยอยู่ในรัฐแทสเมเนีย ซึ่งเป็นเกาะทางใต้ของออสเตรเลีย
ตามปกติ แทสเมเนียนเดวิลเพศเมียจะตกลูกราว 20-40 ตัวในแต่ละครั้ง ลูกเล็กของสัตว์สัญลักษณ์ออสเตรเลียที่เรียกกันว่าโจอี้ จะแข่งกันเข้าไปอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องซึ่งมีเพียง 4 เท่านั้น ตัวที่ทำได้จะดำรงชีวิตอยู่ในนั้นราว 3 เดือน
ออสเตรเลียขึ้นบัญชีแทสเมเนียนเดวิล เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในปี 2552 หลังจากประชากรบนเกาะลดลงฮวบฮวบราว 90% จากโรคมะเร็งใบหน้าระบาด เชื่อว่ายังมีสัตว์ชนิดนี้หลงเหลืออยู่บนเกาะแทสเมเนียราว 2.5 หมื่นตัวเท่านั้น สถานะของมันคือผู้ล่าบนยอดห่วงโซ่อาหาร ดังนั้น การเพิ่มประชากรบนแผ่นดินใหญ่ อาจจะช่วยควบคุมการแพร่จำนวนของแมวป่าและสุนัขจิ้งจอก ที่คุกคามสัตว์พื้นถิ่นหลายชนิดจนใกล้สูญพันธุ์
ดอน เชิร์ช ประธาน Rewild อีกกลุ่มอนุรักษ์ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการนี้ กล่าวว่า นี่จึงไม่ใช่เป็นแค่ลางดีต่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดเดียว แต่ยังหมายถึงการช่วยสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดอื่นๆในออสเตรเลีย ประเทศที่มีอัตราการสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเลวร้ายสุด แทสเมเนียนเดวิล เป็นวิศวกรระบบนิเวศน์ ที่จะสามารถกอบกู้และปรับสมดุลป่า เพื่อประโยชน์กับสัตว์ป่าพื้นถิ่น และต่อประชาชนเอง



