ข่าว

อภิสิทธิ์พร้อมนัดถกพรรคร่วมตอบรับบรรหารแนะ

อภิสิทธิ์พร้อมนัดถกพรรคร่วมตอบรับบรรหารแนะ

01 ก.พ. 2553

"อภิสิทธิ์" พร้อมคุยกับพรรคร่วม ตอบรับคำชี้เเนะของ "บรรหาร" ต้องใจกว้างกว่านี้จะได้เป็นนายกฯ 8 ปี ขณะที่ "บรรหาร" ปูดถกบ้าน"นิพนธ์" ปชป.ให้แก้ ม.237 ย้ำเขตเดียวเข้าถึงประชาชนมากกว่า เหน็บ "ปชป." ขอออกมติไปถกในสภาก่อนรักษาน้ำใจพรรคร่วม ยันไม่พลิกขั้วแน่ ช่

(1ก.พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคกิจสังคมจะนัดแกนนำพรรคร่วมรับประทานอาหารว่า พรุ่งนี้( 2 ก.พ.)จะพบกับนายสุวิทย์ มีเรื่องจะต้องคุยกันหลายเรื่อง

 เมื่อถามว่านายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ฝากมาบอกว่าอยากให้นายกฯใจกว้างจะได้เป็นนายกฯได้นาน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ครับ ก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ” เมื่อถามว่านายบรรหารบอกว่าไม่พร้อมจะคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ นายกฯ กล่าวสั้นๆเพียงว่า “ครับ” และเดินออกจากวงไปขึ้นรถทันที

"บรรหาร"แนะ"อภิสิทธิ์"ใจกว้างกว่านี้จะได้เป็นนายกฯ 8 ปี

 ด้านนายบรรหาร  ให้สัมภาษณ์รายการ "เช้าข่าวข้น" ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ที่จ.สุพรรณบุรี เมื่อเวลา 06.30 น. โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า หากไม่เล่นการเมือง เล่นจะเป็นคนนำเที่ยวในเมืองสุพรรณบุรี

 ผู้ดำเนินรายการถามถึงบทบาทขณะนี้ได้กลับมาเป็นผู้นำการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า เรื่องนี้มันทุกข์ใจอย่างหนึ่งที่จริงอยู่เฉยๆเลยเพราะเว้นวรรค 5 ปีไม่ได้ทำอะไร เรื่องเดิมพรรคร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) และพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) ทั้ง 3 พรรค มาหาตน แต่ละคนหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค เคยทำงานกับตนสมัยเป็นนายกฯ เพราะเห็นว่าตน เป็น ส.ว.(สูงวัย) ขอคำแนะนำ ตอนร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาเล่นคำว่าให้แก้ แต่ไม่รู้แก้ตรงไหน เพราะเดิมรับปากว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อครั้งไปบ้านนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการนายกฯ เห็นด้วยให้ว่าจะแก้และจะให้แก้มาตรา 237 (รัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการยุบพรรค) ด้วย

 เมื่อถามย้ำว่า เห็นว่าให้แก้มาตรา 237 ด้วยหรือ นายบรรหาร กล่าวว่า "ใช่เห็นด้วยจะแก้ด้วย แต่ผมไม่บอกนะว่าใครพูดให้แก้ ผมได้ยินกับหูเลยนี่แล้วให้ตั้งกรรมการสมานฉันท์ฯได้ผลมา 6 ประเด็นแต่เงียบหายไป มีข้อแม้ว่าพรรคฝ่ายค้านต้องร่วมด้วยก็จบแล้วพรรคร่วมรัฐบาลจะทำอย่างไร ผมก็เอางี้ไหม แก้ 6 ข้อ ไม่สำเร็จหรอก ยิ่งแก้มาตรา 237 เดี๋ยวเสื้อต่างๆก็มาคัดค้านอีก ก็เลยบอกว่าแก้แค่เขตเลือกตั้งได้ไหม ผมชี้แจงว่า การเลือกตั้งมีวันแมนวันโหวตเขตเล็ก กับเขตใหญ่ 3 คน พวกเรามองเห็นว่าการให้ดูแลราษฎรได้ทั่วถึงคือเขตเล็ก จะดูได้ครบทุกหมู่บ้าน แต่ถ้าเขตใหญ่จะดูแลไม่ทั่วถึง มี 3 คนก็เกี่ยงกันหาราษฎร แล้วเขตใหญ่ใช้เงินมาก เขตเล็กใช้เงินน้อย ถ้าบอกว่าเขตเล็กซื้อเสียง ผมบอกไม่จริง เพราะผมลงเลือกตั้งมาหลายสมัยไม่จริง ผมเถียงแน่นอน ก็แนะว่าเมื่อเป็นแบบนี้ก็แก้แค่มาตรา 190 กับเขตเลือกตั้ง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์น่าจะโอเคไม่มีปัญหา เพราะเล็กนิดเดียวไม่เอา มาตรา 237 นะ และผมได้แนะไปไม่ใช่หัวโจกนะ ทีนี้เวลาพูดกับใครต้องมีน้ำหนัก ผมบอกว่าอย่าเอาตัวผมเกี่ยวเลยน่าให้คำแนะนำเท่านั้นคิดว่าน่าจะออกทางที่ดี"

 นายบรรหาร กล่าวว่า เมื่อมติของพรรคประชาธิปัตย์ออกมาไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางคนผู้ใหญ่ในพรรคไม่เอ่ยชื่อนะ บอกเป็นการเสียผลประโยชน์ของนายบรรหาร และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค ภท. ถ้าหากว่าแก้เขตเลือกตั้งแล้ว ตนบอกไม่ใช่ หากแก้เขตเล็กตนได้ผลประโยชน์ ตนถามกลับว่าถ้าอยู่อย่างนี้พรรคไหนได้ประโยชน์ ก็ล่อมาเป็นพวงเลยพรรคเล็กก็แย่

 เมื่อถามว่า ถ้าแก้เป็นเขตเล็กหมายความว่ากำลังบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ประโยชน์เอง นายบรรหาร กล่าวว่า ก็ถูกต้องนี่แต่ดันมาว่าพวกตนว่าแก้แล้วตนได้ประโยชน์

 เมื่อถามว่า เป็นข้อตกลงหนึ่งในการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มีๆ คือ เราพูดแค่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้นเองแต่ไม่ได้พูดว่าจะแก้ข้อไหนแต่เห็นว่าข้อนี้เบาที่สุด ทั้งนี้ตอนร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้พูดถึงขนาดชัดเจนจะให้แก้อะไรบ้าง แต่มาตรา 237 ก็มีพูดกันที่บ้านนายนิพนธ์ ว่าต้องการให้แก้ด้วย

 เมื่อถามว่า ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์ประชุมด้วยหลายคนหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่าไม่ตอบ ให้ไปถามคนพรรคประชาธิปัตย์เอง เป็นใครตนไม่บอก

 เมื่อถามว่า นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ชทพ. เขียนจดหมายถึงนายกฯอย่างหัวเสียเหมือนกันมีการรับปากจริงหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า นายสมศักดิ์อยู่ในเหตุการณ์ ตนคุยกันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรค ปชป. หลายรอบแล้ว ตนเห็นใจนายสุเทพ

 "หากผมเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรักษาน้ำใจพรรคร่วมรัฐบาลผมจะออก 2 มติ คือ 1.มติไม่เห็นด้วยที่จะให้สมาชิกพรรคไปเซ็นต์ (ร่วมญัตติ)อันนี้รับได้รักษาน้ำใจพรรคร่วมแล้ว 2. ฟังการอภิปรายในสภาก่อนว่ามีเหตุผลอย่างไร ตรงนี้อาจไม่เอาก็ได้ ก็ถือเป็นรักษาน้ำใจพรรคร่วมรัฐบาล มันก็ดี" นายบรรหาร กล่าวและว่า พรรค ชทพ.ไม่กลัวเขตเลือกตั้งไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก พรรคชทพ.ไม่กลัว แต่ที่ทำไปเพราะเห็นประโยชน์แก่ราษฎรมากกว่า ราษฎรจะดูแลได้ทั่วถึง ไม่ได้ใช้จ่ายเงินมากน้อยหรอก

 เมื่อถามว่าพรรคร่วมหารือทำไมไม่เชิญพรรคประชาธิปัตย์มาหารือกรณีนี้ด้วย นายบรรหาร กล่าวว่า ก็มีนายสุเทพมา แต่นายสุเทพเป็นผู้ประสานงาน และนายสุเทพก็เหมือน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชทพ.เป็นคนใจดีใจกว้าง รับฟังเหตุและผล พรรคประชาธิปัตย์เห็นใจอย่างพรรคเขาทำเป็นระบบและมติ แต่มติอะไรก็โน้มน้าวได้แต่ผู้ใหญ่ในพรรคมาแสดงว่าไม่เห็นด้วยเรื่องก็จบ

 "ผมอยู่การเมืองมานาน สมัย 10มกรา ผมล็อบบี้ให้ ปชป.เอง สมัยโหวตในสภา ผมช่วย ปชป.สมัย วีระ (มุสิกพงศ์) มีกี่เสียงผมต้องไปล็อบบี้ให้ ปชป.อีก" นายบรรหาร กล่าว

 เมื่อถามว่า แสดงว่าอาจล็อบบี้พรรคประชาธิปัตย์ต่อได้ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ขอตอบ แต่ พูดให้เห็นใจได้ แต่อย่าไปตอบว่า จุดยืนเขาเป็นอย่างนี้ต้องการพวงใหญ่ ตนไม่คุยเอง ตอนนี้ กกต.จ้องดูตนอยู่ ตนอยู่เฉยๆแบบนี้ดีกว่า ส่วนตนจะอยู่ในฐานะใดตอนนี้ก็แค่สังเกตการณ์เท่านั้น ตนอยู่ข้างหลังเท่านั้น

 เมื่อถามย้ำว่า อยู่ข้างหลังแต่เสียงดังกว่าคนข้างหน้า นายบรรหาร กล่าวว่า คิดกันเอาเอง คล้ายกับว่าเป็นหลักของพรรค ถ้าพรรคไม่มีหลัก ตอนนี้มีนอนิมีหมด เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนเป็นหลักแต่ยุ่งไม่ได้ เวลาไปร่วมหารือก็เชิญไป ไปกินข้าวด้วย

 เมื่อถามว่า ส่วนตัวคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ได้ทุกคนหรือไม่นอกจากนายสุเทพ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนไม่คุยพรรคประชาธิปัตย์ ไม่อยากคุย ไม่จำเป็น เพราะรัฐธรรมนูญไม่ซีเรียส เพราะไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ตนจะช่วยให้อยู่ต่อไปอาจครบเทอมก็ได้ ตนจะช่วยให้อยู่ แต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญนายกฯบอกว่าเรื่องของสภา พรรค ชทพ.ไม่ทิ้ง พรรคประชาธิปัตย์

 เมื่อถามว่า พรรค ชทพ.ไม่ทิ้ง พรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ก็ต่างคนต่างไม่ทิ้งกัน ณ ตอนนี้ยังไม่มีใครทิ้ง ถ้าทิ้งไปต้องบอกกัน

 เมื่อถามว่า หากยื่นญัตติเข้าไปจะผ่านสภาหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ขณะนี้ ไม่แน่ใจว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะต้องอาศัยเสียงวุฒิสภา และฝ่ายค้านด้วย แต่เราไม่มีกฎเกณฑ์ว่าไม่ผ่านต้องมีปัญหา ไม่ใช่ เมื่อไม่ผ่านก็ไม่ผ่าน

 เมื่อถามว่า พรรคร่วมจะหารือกับฝ่ายค้านหรือไม่เพื่อเปลี่ยนขั้ว นายบรรหาร กล่าวว่า "ไม่มีๆ เปลี่ยนขั้ว คนอย่างนายบรรหาร รักษาสัจจะไม่มีเปลี่ยนแปลง นึกถึงอดีตที่ผ่านมา สมัย ปชป.เล่นงานผมปู่ ย่าตายาย ผมเจ็บใจไม่หาย ตอนนั้นท่านสนั่นเป็นเลขา ปชป. ให้พรรคชาติไทยหนุนนายชวน หลีกภัยเป็นนายกฯ ผมคิดสามวันสามคืน ไอ้แล้วก็แล้วไปผมรับปากท่านสนั่นไปตอนนั้นกับ ปชป.คืนคำไม่ได้ นี่คือ บรรหาร"

 เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์มีสัจจะ ต่อนายบรรหารหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า คงมีมั้ง และตนบอกว่าเมื่อช่วยให้เป็นรัฐบาลต้องอยู่ให้ตลอด อย่าล้มตัวเอง

 นายบรรหาร กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยในเดือนกุมภาพันธ์นี้ว่า การเมืองต้องพูดจากันถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แต่ตอนนี้ไม่ถ้อยทีกัน มันจะชนลูกเดียว หมารยถึงว่าเข่นฆ่าท่าเดียว ตอนนี้พรรคร่วมคุยได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็คุยได้ แต่รัฐธรรมนูญไม่เกี่ยว หากไม่ผ่านสภาก็จบ ทั้งนี้เมื่อครั้งเลือกตั้งเราไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะตนรักษาชาติไทยมาก็ถูกยุบแบบไม่ทำความผิด แต่เราเห็นว่าน่าจะรับร่างไปก่อนแล้วค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญมันแก้ได้ อันไหนไม่ดีก็ต้องแก้

 เมื่อถามว่า เป็นนายกฯมาก่อนช่วยประเมินวิสัยทัศน์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯขณะนี้ในฐานะรุ่นน้องอย่างไร นายบรรหาร กล่าวว่า แหม...ไม่อยากประเมินแบบนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ถือว่าเป็นรุ่นหลาน เพราะพ่อนายอภิสิทธิ์เป็นเพื่อนตน นายอภิสิทธิ์ก็เป็นคนเก่งทำงานเร็ววิสัยทัศน์ดีศึกษางานเยอะ แต่บางอย่างด้อยไปหน่อย หนึ่งความอดทนไม่มี อยากให้ใจกว้างกว่านี้อย่าแคบต้องใจกว้าง และสอง ต้องรู้เขารู้เราสำคัญ รู้ว่าคนนี้เป็นอย่างไรมาตัดสินวินิจฉัยเอา อย่างอื่นดีหมด แต่ต้องเพิ่มแบบนี้จะเป็นนายกได้ 8 ปี

 เมื่อถามว่า หลานบอกไม่แก้รัฐธรรมนูญรับได้หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า เป็นเรื่องของท่านไม่เกี่ยวกัน เมื่อ พรรคเห็นอย่างนี้เราไม่ว่า เราก็เดินไปในสภา ไม่โกรธกัน แต่ตนไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค ชทพ.นะ แค่ให้คำปรึกษาเท่านั้น ทั้งนี้หวังว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่โกรธตนนะที่ตนพูดแบบนี้ไป

ชทพ.คาดยื่นสภาฯแก้ รธน.3ก.พ.

 นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า วันนี้จะได้รายชื่อของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรคที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน โดยพรรคแรกที่จะส่งมานั้นคือพรรคภูมิใจไทย และเสียงที่ได้จากพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด น่าจะเป็นเสียงสนับสนุนของ ส.ส.อย่างเป็นเอกฉันท์ เพราะที่ผ่านมาการพูดคุยกันของพรรคร่วม ยกเว้น พรรคประชาธิปัตย์ โดยทั้ง 5 พรรคมีเสียงสอดคล้องกัน สำหรับการจะขอยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันใดนั้น นายชุมพล กล่าวว่า ตนขอเวลาหารือกับสมาชิกพรรคก่อน ซึ่งหากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน คาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 3 ก.พ.นี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ (1 ก.พ.) ทางพรรคชาติไทยพัฒนา คาดว่าจะได้รับรายชื่อจากทั้ง 5 พรรค ที่ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 43 ชื่อ พรรคเพื่อแผ่นดิน 29 ชื่อ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9 ชื่อ และพรรคกิจสังคม 5 ชื่อ ซึ่งเมื่อรวมกับพรรคชาติไทยพัฒนาที่มีอยู่ 25 ชื่อ จะทำให้มีรายชื่อรวม 111 ชื่อ ซึ่งเพียงพอต่อการยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 3 ก.พ.นี้

เผย5พรรคแถลงร่วมแก้รธน.ที่"สยามซิตี้"พรุ่งนี้ 

 นายชุมพล  เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เวลา 14.00 น แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรคจะนัดแถลงข่าวพร้อมออกแถลงการณ์ร่วมกันที่โรงแรมสยาม ซิตี้ กรณีที่ร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็น ก่อนจะยื่นญัตติต่อสภาในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้

ประธานวิปรัฐบาลเตรียมใจหากพรรคร่วมฯไม่เข้าประชุมวิปฯ

 นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ( วิปรัฐบาล ) แถลงผลการประชุมวิปรัฐบาลว่า สัปดาห์นี้จะมีการเปลี่ยนเวลาการประชุมสภาจากเดิม 13.30 น. เป็น 9.00 น. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยทางวิปรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมกับสมาชิกทั้งหมดแล้ว เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่ององค์ประชุม แต่อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องไปยังพรรคฝ่ายค้านให้เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกันด้วย สำหรับปัญหาเรื่องพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย พรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่ร่วมลงชื่อด้วยนั้นจะไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุม เพราะทุกพรรคต่างก็ไปเตรียมความพร้อมกัน ซึ่งบรรยากาศในการประชุมวิปรัฐบาลก็เป็นไปด้วยดี

 เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะใช้วิธีไม่เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ไม่ครบองค์ประชุมแก้เผ็ด พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงเป็นสัญญาณที่ไม่ดีและเป็นสัญญาณที่ทุกคนต้องเตรียม ใจ”

 นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขหรือไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องปกติ ทุกอย่างเป็นไปตามความเห็นของแต่ละพรรค อย่างไรก็ตามถึงแม้ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเข้าสู่สภาฯ ก็คงจะไม่น่าจะมีความอ่อนไหวทางการเมืองใดๆ เพราะกระแสต่างๆ เริ่มอ่อนลง เนื่องจากผู้ใหญ่แต่ละพรรคก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และทางผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เข้าใจได้ว่าการแก้ไขรัฐ ธรรมนูญคงสำเร็จได้ยาก และการรวบรวมรายชื่อเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ใช่การ กดดันรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของ ส.ส. ที่ต้องการจะเสนอ