ข่าว

"อภิสิทธิ์"ยันหลับสบายดีหลังถูกปาอึเข้าบ้าน

"อภิสิทธิ์"ยันหลับสบายดีหลังถูกปาอึเข้าบ้าน

02 ก.พ. 2553

นายก"อภิสิทธิ์" เผย เมื่อคืนนอนหลับสบายดี หลังมือดีปาอึเข้าบ้าน เชื่อคนร้ายสร้างสถานการณ์ ตำรวจอุบเงียบถึงรายละเอียด แต่สั่งให้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบแล้ว

 (2ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(ตึกแดง) พร้อมเดินให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม สดชื่น ดูไม่เครียดกับเหตุการณ์ที่ถูกมือมืดปาอุจาระเข้าบ้าน ว่า ตนไม่ทราบว่าวัตถุที่ปาเข้าบ้านนั้นคืออะไร เพราะไม่ได้เป็นคนพิสูจน์  และได้ย้อนถามกลับไปกับผู้สื่อข่าวว่า “หรือคุณจะไปพิสูจน์หละ”

 นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนไม่ทราบว่าเมื่อคืนนี้มีการตั้งด่านตรวจรอบบ้านหรือไม่ เพราะตนนอนหลับสบายดี แต่ไม่ได้ฝันอะไร เพราะเป็นคนนอนไม่ฝัน ผู้สื่อข่าวถามว่าผิดสังเกตหรือไม่ว่าตอนเกิดเหตุตำรวจไม่อยู่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ แต่ทั้งนี้ตนชินแล้ว และตำรวจก็ไม่ได้แนะนำให้ย้ายบ้านแต่อย่างใด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่นายกฯจะเดินขึ้นไปบนตึกแดง ปรากฏว่า น.ส.อนุกูล วงษ์บัวทอง อายุ73 ปี หรือ “ป้าแจ๋ว” นักข่าวอาวุโสจากน.ส.พ.สายกลาง ประจำสายทหาร ได้เข้ามาขอบคุณนายกฯว่าตนได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแล้ว และได้สอบถามไปยังนายกฯว่าในต่างจังหวัดได้รับแล้วหรือยัง ซึ่งนายกฯ กล่าวตอบว่า ต่างจังหวัดน่าจะได้แล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า น.ส.อนุกูล วงษ์ทอง หรือ ป้าแจ๋ว ได้เคยเข้าร้องเรียนกับนายกฯว่าไม่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มานานกว่า 4 เดือนแล้ว

ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 14.40 น.วันที่ 1 ก.พ.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ไม่กังวลต่อเหตุการณ์ที่คนร้ายขว้างถุงใส่อุจจาระเข้าไปในบ้านพักของเขาที่ซอยสุขุมวิท 31 แต่กระนั้นตำรวจจะเพิ่มความเข้มงวดในการจตรวจสถานการณ์มากขึ้น เพราะช่วงตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ จะมีการสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 "เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ แต่ไม่ต้องกังวล ไม่มีอะไร ผมเคยพูดแล้วว่าในช่วงเดือนมกราคม และเดือนกุมภาพันธ์ จะมีการสร้างสถานการณ์ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าจะต้องเข้มงวดมากขึ้น เพราะจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้  เพราะรัฐบาลจะยอมให้มีการข่มขู่ไม่ได้ สังคมไทยต้องช่วยกันและอย่างหวั่นไหว ไม่ควรตกเป็นเหยื่อ รัฐบาลจะทำตามกฎหมายเหตุวุ่นวายในบ้านเมืองไม่มีใครได้ประโยชน์ แม้แต่คนทำ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ทั้งนี้เมื่อเวลา 13.00 น.  พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผกก.สน.ทองหล่อ รับแจ้งมีวัตถุหลายชิ้นถูกปาเข้าไปภายในบริเวณบ้านของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เลขที่ 32/1-3 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตทวีวัฒนา กทม. ซึ่งเป็นบ้านปลูกติดกัน 4 หลัง ล้อมรอบด้วยรั้วไม้ หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.5

 จากการตรวจสอบพบถุงพลาสติกที่มีอุจจาระอยู่ภ่ายในจำนวนหลายถุงตกอยู่ภายในรั้วข้างบ้าน เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ยังไม่เปิดเผย ระหว่างนั้น พล.ต.ท.อัศวิน ได้เดินตรวจสอบบริเวณรอบบ้านพัก และขึ้นไปบนเกรสเฮาส์ที่เป็นตึกสูง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านเพื่อตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ โดยยืนยันว่า วัตถุที่ถูกปาเข้าไปในบ้านไม่ใช่ระเบิด

 ทั้งนี้ หลังการตรวจสอบ พล.ต.ท.อัศวิน พร้อมนายตำรวจระดับสูงได้เดินทางไปประชุมร่วมกันที่ สน.ทองหล่อ โดยไม่มีใครออกมาเปิดเผยรายละเอียด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณข้างบ้านนายกรัฐมนตรีมีป้อมตำรวจอยู่ 2 ป้อม โดยป้อมแรกอยู่ข้างรั้วบ้าน คนละฝั่งกับที่คนร้ายปาถุงอุจจาระใส่ อีกป้อมอยู่หน้าบ้าน และขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กมากั้นไว้บริเวรรอบรั้วบ้าน

ปทีปตั้ง"อัศวิน"หามือปาอึบ้านอภิสิทธิ์

  เมื่อเวลา 18.00 น. ที่สน.ทองหล่อ พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวภายหลังการเข้าร่วมประชุมกับชุดสืบสวนบก.น.5 และชุดสืบสวนสน.ทองหล่อ หลังเกิดเหตุคนร้ายปาถุงอุจจาระเข้าไปในบ้านนายอภิสิทธิ์เมื่อช่วงเที่ยงวันเดียวกันว่าตนได้รับคำสั่งจากพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ให้เข้ามาดูแล หลังจากที่ได้รับรายงานเหตุการณ์ว่ามีคนร้ายปาถุงอุจจาระเข้าไปในบ้านนายกฯ ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดประมาณเที่ยงเศษ มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิง สวมหมวกกันน็อก ปาถุงอุจจาระเข้าใส่บ้านนายกรัฐมนตรีรวม 4 ถุง โดยถุงอุจจาระดังกล่าวไปตกอยู่ในสนามหญ้า 3 ถุง ตกไปค้างบนหลังคา 1 ถุง แต่รายละเอียดและรูปพรรณสันฐานของคนร้ายและรายละเอียดรถจักรยานยนต์ของคนร้าย กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดเนื่องจากภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดไม่สามารถมองเห็นได้ชัด โดยจะนำภาพจากกล้องวงจรปิดไปให้ช่างเทคนิคดำเนินการ เพื่อขยายภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวต่อว่า เบื้องต้นจากแนวทางการสืบสวนพบว่า คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาจากซอยสุขุมวิท 33 ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความปลอดภัยประจำป้อมยามหน้าบ้านนายกรัฐมนตรีไปเข้าห้องน้ำ ปาถุงอุจจาระเข้าไป ก่อนที่จะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางซอยสุขุมวิท 31 โดยตนยอมรับว่าการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นความหละหลวมของตำรวจที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งขณะเกิดเหตุ ตำรวจไปเข้าห้องน้ำ

 ทั้งนี้ ได้สั่งให้ตำรวจคนดังกล่าวทำรายงานชี้แจง และตรวจสอบว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทำไมถึงไปเข้าห้องน้ำนาน

 "เบื้องต้น เชื่อว่าการก่อเหตุในครั้งนี้ คนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์และความปั่นป่วนเพื่อให้เป็นข่าวมากกว่า แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดว่า มาจากสาเหตุใด และเป็นฝีมือของคนกลุ่มใด อย่างไรก็ตามหลังจากที่เกิดเหตุ ได้มีการปรับเปลี่ยนมาตราการการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น โดยได้จัดกำลังตำรวจ 191 กับกำลังของสน.ทองหล่อ มาดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และวันพรุ่งนี้ จะเรียกประชุมชุดสืบสวนในเวลา 10.00 น. พร้อมทั้งนำกล้องวงจรปิดมาพิจารณาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อเป็นแนวทางในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป โดยหลังเกิดเหตุ นายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่งกำชับอะไรมาเป็นพิเศษ มีแต่รรท.ผบ.ตร.เท่านั้น "พล.ต.ท.อัศวิน กล่าว 

 "นครบาล"คุมเข้มบ้านพักบุคคลสำคัญ

 พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ ( นปช.) และกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กำชับตำรวจนครบาลภายหลัง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ออกมาเปิดเผยว่า มีคนวางแผนลอบฆ่า 3 องค์กรอิสระ พร้อมตั้งข้อสังเกตความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เชื่อมโยงไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า เป็นสิทธิของเขาที่จะพูดอะไรก็ได้ ตำรวจเราก็มีหน้าที่ทำตามกฎหมายดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน ส่วนการชุมนุมนั้นก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้เช่นกันแต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ใครจะจัดชุมนุมอย่างไรก็ได้แต่อย่าทำผิดกฎหมายบ้านเมือง หากพบทำผิดตำรวจจะจับกุมดำเนินคดีทันที

 ผบช.น.ยังกล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีแผนปฏิบัติรักษาความปลอดภัยอยู่แล้วโดยมีกองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นหน่วยงานหลักในการทำหน้าที่สืบสวนหาข่าวติดตามความเคลื่อนไหวและดูแลความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นตัวนายกฯ รองนายกฯ บุคคลสำคัญ บ้านพัก รวมถึงหน่วยราชการทำเนียบ รัฐสภา กระทรวงต่างๆ มีตำรวจนครบาลเป็นกำลังเสริม

 พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจนครบาลมีการจัดกำลังตำรวจท้องที่ไปดูแลความปลอดภัยตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อมีการกำชับสั่งการมาก็จะเพิ่มความเข้มในการดูแลให้มากขึ้น ประกอบกับที่ผ่านมาตำรวจมีการฝึกทบทวนยุทธวิธีการปฏิบัติดูแลอยุ่แล้วทั้งในส่วนของผู้ชุมนุม กำลังตำรวจปราบจลาจล ตอนนี้ตำรวจนครบาลเรามีภาระหน้าที่หลายอย่างที่ต้องทำทั้งเรื่องการดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินพี่น้องประชาชน การปราบปรามอาชญากรรม และอื่นๆ ไม่ใช้จะมาให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมเพียงอย่างเดียว

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวภายหลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ออกมากำชับให้ตำรวจนครบาล ดูแลบุคคลสำคัญ สถานที่สำคัญ ที่เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ทางการเมือง ตามที่มีกระแสข่าวลอบทำร้ายบุคคลสำคัญว่า บช.น. มีแผนรองรับ เรื่องเหล่านี้เอาไว้นานแล้ว โดยมีทั้ตำรวจในพื้นที่ และหน่วยตำรวจพิเศษ ดูแลอย่างดี และเข้มข้นประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง และยืนยันว่า ทาง บช.น. จะไม่เต้นตามประแสข่าวที่ใครออกมาให้ข่าวแต่อย่างใด เพราะตำรวจจะทำงานตามระบบที่วางเอาไว้ ไม่มีการทำตามกระแสข่าวแน่นอน ส่วน การเตรียมพร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยในช่วงนี้นั้น ตำรวจนครบาลได้ดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาทำในช่วงนี้

ทอ.จัดชุด“อากาศโยธิน-สห” รับ“เสื้อแดง ”

 พล.อ.ต. อานนท์ จารยะพันธุ์ ผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง (ผบ.ดม) กล่าวถึงมาตรการเตรียมพร้อมรับมือคนเสื้อแดงที่จะมาชุมนุมหน้ากองทัพอากาศว่า กองทัพอากาศได้จัดทำแผนป้องกันที่ตั้งไว้เรียบร้อย โดยเตรียมกำลังจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อย.) และสารวัตรทหารอากาศ (สห.ทอ.) จะดูแลความเรียบร้อยภายในกองทัพอากาศ ส่วนพื้นที่รอบนอกจะเป็นหน้าที่ของตำรวจเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อย ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนสถานที่ในพื้นที่กองทัพอากาศ คงให้กลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมในพื้นที่ภายในที่เป็นสถานที่ราชการไม่ได้

 “กลุ่มคนเสื้อแดงคงทราบพื้นที่กองทัพอากาศเป็นเขตราชการ จะเข้ามาชุมนุมไม่ได้เด็ดขาด แต่หากจะมาชุมนุม เท่าที่ประเมินไว้น่าจะเป็นในส่วนของหน้าฐานทัพอากาศ ถนนวิภาวดีรังสิต และช่องทางเข้ากองบัญชาการกองทัพอากาศฝั่งถนนพหลโยธิน แต่หากกลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมกัน อาจส่งผลให้การจราจรในบริเวณดังกล่าวที่แออัดอยู่แล้ว และเป็นเส้นทางสัญจรหลักที่ประชาชนต้องใช้ อาจทำให้ติดขัดหนักขึ้นได้ อาจส่งผลกระทบต่อมวลชนของคนเสื้อแดงเอง ” ผบ.ดม.กล่าว

 พล.อ.ต.อานนท์ กล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ เราไม่ได้ห้าม แต่เกรงว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อการจราจร ดังนั้น จึงประสานกับทางตำรวจ คือ บกน.2 ในการดูแลความเรียบร้อยภายนอก แต่ขณะนี้ทราบว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่มาที่กองทัพอากาศแล้วจะไปที่กระทรวงกลาโหมแทน อีกทั้งกองทัพอากาศก็ไม่มีเงื่อนไขที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะมาชุมนุมเรียกร้อง หากมาเราต้องปิดช่องทางในพื้นที่บางส่วน และต้องกวดขันการจราจรที่กองทัพอากาศ

 พล.อ.วิชญ์ยันไม่มีอำนาจสั่ง“ปฏิวัติ”

 พล.อ. วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ตกเป็นข่าว “ พล.อ.ว ” เตรียมทำการรัฐประหารว่า เขาพยายามโยงไปที่ 5 เสือ ทบ. ซึ่งทั้ง พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก โดนไปแล้ว ต่อมาก็เป็นตน อีกหน่อยลามไปที่ พล.อ. ธีระวัฒน์ บุญยะประดับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ. พิรุณ แพ้วพลสง เสนาธิการทหารบก ซึ่งการทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่เลอะเทอะ พยายามสร้างภาพให้ปะติดปะต่อกัน โดยเอาคนนั้นคนนี้มาเกี่ยวข้อง ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ. จะไปสั่งการอะไรได้ การที่มากล่าวอ้างว่าตนจะเป็นหัวหน้าปฏิวัติ ไม่มีประโยชน์อะไร

 เมื่อถามว่า เหตุใดช่วงนี้ทหารในกองทัพถูกโจมตีหลายเรื่อง พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า เขาพยายามสร้างสถานการณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสร้างเรื่องปฏิวัติและพยายามดึงองค์กรต่างๆ เพื่อสร้างให้เป็นภาพเกิดความวุ่นวาย ความจริงทุกคนรู้อยู่ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงพยายามโจมตี 5 เสือ ทบ. นั้น เขาพยายามมองว่าทหารจะทำการปฏิวัติ ซึ่งเป็นการสร้างภาพรวมขึ้นมา เขาจึงพยายามตีทหารอยู่ทุกวันนี้ ทั้งนี้เห็นว่าการที่ทหารแต่ละกองทัพภาคเคลื่อนไหวตบเท้าปกป้องกองทัพ และ ผบ.ทบ. นั้น อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่เขาผูกโยงว่าทหารจะทำการปฏิวัติ แต่ความจริงเป็นการแสดงออก เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะสถาบันทหาร

 “เขาพยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดความแตกแยก โดยเฉพาะการพุ่งเป้ามาที่ 5 เสือ ทบ. ซึ่งการปฏิวัติ ผบ.ทบ. ได้บอกแล้วชัดเจนว่าไม่มีแน่นอน แต่เขาไม่หยุดความพยายาม เริ่มจากพุ่งไปที่ พล.อ. อนุพงษ์ มาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จากนั้นมาที่ผม ต่อไปลามไปที่คนอื่น ทั้งนี้ ยอมรับว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงมีการเตรียมความพร้อม เพื่อดูแลสถานการณ์ความเรียบร้อยของประเทศตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งกลาย ซึ่งทหารจะทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน หากมีอะไรเกิดขึ้นก็พร้อมปฏิบัติห้ามปราม ” พล.อ.วิชญ์ กล่าว

 เมื่อถามถึงกองทัพประเมินสถานการณ์วันที่ 26 ก.พ.นี้อย่างไร พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า คงจะไม่รุนแรงถึงขนาดที่หลายฝ่ายวิตกกังวล ซึ่งการชุมนุมสามารถทำได้ แต่หากเคลื่อนไหวให้เกิดความวุ่นวายก็มีกฎหมายดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว ทั้งนี้ ตนเห็นว่าสถานการณ์ต่อจากนี้จะมีการสร้างความวุ่นวาย โดยเฉพาะการปล่อยข่าวว่าทหารจะออกมาปฏิวัติ โดยลากยาวไปถึงช่วงตัดสินคดียึดทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้เรื่องและไม่มีอำนาจที่จะไปปฏิวัติรัฐประหารตามที่ถูกพาดพิง