
คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ม.มหิดล ชี้ไวรัสโควิดมีโอกาส กลายพันธุ์อีก แต่ไม่รุนแรง
คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ม.มหิดล ชี้ โอกาสที่ไวรัสโควิด กลายพันธุ์อีกเกิดขึ้นได้ แต่ไม่มีผลต่อความรุนแรงของโรค และไม่มีผลต่อการหลบหลีกภูมิต้านทานทั้งจากร่างกายสร้างเองและจากวัคซีนกระตุ้น ย้ำ ประชาชนต้องป้องกันตัวเอง การ์ดไม่ตก'
ศ.ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ ม.มหิดล อธิบายให้ฟังถึงผลการเก็บตัวอย่างเชื้อโควิด-19 จากแคมป์คนงานก่อสร้างหลักสี่ แจ้งวัฒนะ ในวันนี้ หลังจากพบเชื้อสายพันธุ์อินเดีย ว่า ที่จะต้องเข้ามาตรวจซ้ำ และขยายขอบเขตการตรวจออกไป เพราะสายพันธุ์อินเดีย คนทั่วโลกกังวลว่าอัตราการกระจายและการแพร่ระบาดกระจายเร็ว เป็นเพราะการปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงของการกลายพันธุ์ ทำให้ประสิทธิภาพยึดเกาะของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ง่ายขึ้น และเกิดการแบ่งเซลล์ได้เยอะขึ้น
ตามขั้นตอน ปกติในการเก็บตัวอย่างเชื้อหลังโพรงจมูก และนำส่งไปทำการตรวจวิเคราะห์ และหากพบคนใดที่ผลเป็นบวก ก็จะรายงานเข้ากรมควบคุมโรค และจะส่งตัวอย่างเชื้อที่เป็นผลบวกให้กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
เมื่อกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับตัวอย่างเชื้อมาแล้ว ก็จะนำมาสกัดเพื่อดึงสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสออกมา และนำไปถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อหาลำดับพันธุกรรมทั้งหมดของเชื้อไวรัส ทางเทคนิคเรียกว่า Whole genome sequencing การตรวจลำดับทางพันธุกรรม
จากนั้นก็จะนำไปวิเคราะห์กับฐานข้อมูล ของสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิดทั้งหมด เทียบกับสายพันธุ์ตั้งต้น ตั้งแต่อู่ฮั่น และสายพันธุ์ B สายพันธุ์ G ที่ระบาดไปทั่วโลก รวมถึงสายพันธุ์อังกฤษ และที่แคมป์หลักสี่ ก็มีรายงานผลว่า มีสายพันธุ์อินเดียด้วย จึงจะต้องตรวจคัดกรองและเฝ้าระวัง แคมป์คนงานที่ตอนนี้มีทั้ง2สายพันธุ์ในการแพร่ระบาดคือ สายพันธุ์อังกฤษ และอินเดีย
ทั้งนี้กระบวนการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิดนั้น หากไวรัสจะเพิ่มจำนวนแบ่งตัว จะเข้าไปเพิ่มจำนวนและแบ่งตัวในเซลล์ที่อยู่ในระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ เพราะฉะนั้นการกลายพันธุ์มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอด ขึ้นอยู่กับว่าจะเกิดขึ้นในรหัสพันธุกรรมใด ซึ่งผลบางส่วนอาจจะทำให้เชื้อไวรัสอ่อนแอลง หรือไวรัสกลายพันธุ์บางอย่างอาจจะทำให้เชื้อแข็งแกร่งขึ้น ที่จะสามารถยึดเกาะกับการเข้าเซลล์ในร่างกายและกระจายตัวไปยังเซลล์ต่างๆได้
ซึ่งสายพันธุ์ของอินเดีย พบว่า จากข้อมูลการเข้าสู่เซลล์ การแพร่กระจาย การเพิ่มจำนวนของเซลล์อาจจะสูงอยู่บ้าง แต่หากมีการป้องกันตนเองในการสวมใส่หน้ากากอนามัยถึง2ชั้น หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และการล้างมือ และรีบฉีดวัคซีนก็ยังสามารถควบคุมได้
ส่วนโอกาสที่จะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ไทยตามที่กระทรวงสาธารณสุขกังวลก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ ม.มหิดล อธิบายเพิ่มเติมว่า ด้วยตัวเชื้อไวรัสเอง เมื่อเข้าไปในร่างกายมนุษย์ จะมีการแบ่งเซลล์เพิ่มจำนวน โดยกระบวนการแบ่งเซลล์เพิ่มจำนวน ตัวไวรัสจะไม่มีระบบป้องกันการกลายพันธุ์ ดังนั้นเมื่อแบ่งตัวแต่ละครั้งก็มีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ แต่การกลายพันธุ์ ไม่ได้มีผลมากต่อการเพิ่มจำนวน ไม่มีผลมากต่อการเข้าเซลล์หรือบุกรุกเซลล์ได้เร็วขึ้น ไม่มีผลมากต่อความรุนแรงของโรค ไม่ได้มีผลมากต่อการหลบหลีกภูมิต้านทานทั้งมาจากการสร้างในร่างกายและการถูกกระตุ้นด้วยวัคซีน ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดในประเทศไหนก็มีโอกาศกลายพันธุ์ได้อยู่แล้ว แต่ในประเทศไทยยังไม่เจอในรายงานที่เกิดการกลายพันธุ์จนเป็นนัยยะสำคัญของประเทศไทย ซึ่งหลายสายพันธุ์ที่เกิดในประเทศไทย เป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ



