
พ่อมะกันฟ้องตำรวจ เข้าใจผิดอัฐิลูกสาวเป็นไอซ์ คลิปเผยนาทีตรวจค้นวิงวอนขอคืน
กลายเป็นคดีฟ้องร้อง หลังตำรวจในอิลลินอยส์ตรวจค้นรถชายคนหนึ่ง เข้าใจว่ามีไอซ์ในครอบครอง ทั้งที่บอกแล้วว่าเป็นโกศใส่อัฐิลูกสาว
เหตุการณ์อันเป็นที่มาของคดีฟ้องร้อง เกิดขึ้นเมื่อตำรวจในเมืองสปริงฟีลด์ รัฐอิลลินอยส์ เรียก ดาร์ทาเวียส บาร์นส์ หยุดรถข้างทาง เมื่อ 6 เมษายนปีที่แล้ว โดยกล่าวหาว่าขับรถเร็วเกินกำหนด บาร์นส์ถูกสวมกุญแจมือ และให้ย้ายไปนั่งเบาะหลังรถตำรวจระหว่างรอตำรวจ 6 นายเข้าตรวจค้นรถ คลิปจากกล้องประจำตัวตำรวจแสดงให้เห็นตำรวจนายหนึ่ง ถือขวดหรือภาชนะบางอย่างเป็นแท่งสีทองเล็กๆที่พบในรถ และพูดกับเพื่อนตำรวจอย่างไม่แน่ใจว่า ตอนแรก คิดว่าเป็นเฮโรอีน ดูอีกทีว่าเป็นโคเคน แต่ดูแล้ว อาจจะเป็นยาไอซ์หรือยาอี
จากนั้น ตำรวจอีกนายก็เดินไปที่รถตำรวจที่บาร์นส์ถูกคุมตัวอยู่ และบอกเขาว่า พบยาอีหรือยาไอซ์ในรถของเขา บาร์นส์มีท่าทีงุนงนกับข้อกล่าวหา และขอดูสิ่งที่ตำรวจกำลังพูดถึงอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็นำขวดสีทองมาให้ดู คราวนี้บาร์นส์ตกใจและร้องตะโกนว่า “ไม่นะ ไม่ ไม่ นั่นมันลูกสาวของผม พวกคุณกำลังทำอะไรอยู่” บาร์นส์พยายามวิงวอนว่า “ขอคืน นั่นลูกสาวของผม ลูกสาวของผมอยู่ในนั้น คืนลูกสาวของผมมา ได้โปรด” แต่ตำรวจปิดประตูใส่ และยังหัวเราะเมื่อบอกเล่าเรื่องที่ได้ฟังจากบาร์นส์ให้อีกคนฟัง ขณะตำรวจพูดคุยกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงตะโกนของบาร์นส์จากในรถยังดังแทรกออกมา แต่ต่อมา ตำรวจตัดสินใจปล่อยตัวโดยไม่ได้แจ้งข้อหาและคืนโกศให้กับบาร์นส์
แท่งเล็กๆที่ตำรวจเข้าใจว่าบรรจุยาเสพติด แท้จริงบรรจุอัฐิของ ด.ญ.ทานายา บาร์นส์ ที่เสียชีวิตเพราะถูกทอดทิ้งและอดอาหารภายในบ้านแม่ของเธอ ขณะอายุเพียง 2 ขวบ เมื่อปี 2562 ศาลตัดสินจำคุกแม่ของเด็ก 20 ปี ข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา ส่วนเพื่อนชายของเธอ ถูกตัดสินมีความข้อหาเดียวกัน ต้องโทษจำคุก 30 ปี
บาร์นส์ กำลังยื่นฟ้องทางการเมืองสปริงฟีลด์ กับตำรวจ 6 นายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วันนั้น โดยกล่าวหาว่าตำรวจเปิดโกศโดยปราศจากความยินยอม ดูหมิ่นและทำอัฐิลูกสาวหกออกมา
ตำรวจยอมรับว่า ข้อมูลที่บาร์นส์บอกเล่า ไม่ได้คลาดเคลื่อน แต่ยืนยันว่าไม่ได้ละเมิดสิทธิ เจ้าหน้าที่นายหนึ่งเขียนรายงานระบุว่า เขาเคยเห็นสิ่งของแบบเดียวกันนี้มาก่อน และนำมาใช้ใส่ยาเสพติดจริงๆ อย่างไรก็ดี บาร์นส์ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายและขอให้เปิดการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน ซึ่งผู้พิพากษากำหนดเริ่มในเดือนสิงหาคมปีหน้า



