ข่าว

พบแล้ว2พระธุดงค์พลัดหลงป่าที่เขาใหญ่

พบแล้ว2พระธุดงค์พลัดหลงป่าที่เขาใหญ่

10 มี.ค. 2552

พบแล้ว 2 พระธุดงค์พลัดหลงป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่บริเวณจุดทุ่งงูเหลือม เจ้าหน้าที่นำขึ้น ฮ.มาพักฟื้นที่บ้านพักอุทยานฯ พระสมชาย ยืนยันไม่ได้พลัดหลงป่า แต่หาแหล่งน้ำไม่เจอ ประกอบกับพระอีกรูปอาพาธจนต้องประสานขอความช่วยเหลือ โยมแม่ร่ำไห้เมื่อพบเห็นพระลูกช

ความคืบหน้ากรณีพระสมชาย พันธ์แสง หรือพระดำ อายุ 36 ปี และพระลูกวัดอีก 1 รูป คือ พระกิตติ ฐานุตโร อายุ 42 ปี พระลูกวัดใหม่นพรัตน์ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เดินธุดงค์เข้าไปทางน้ำตกผากระดาษ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา คาดว่าจะมุ่งหน้าไปบริเวณด้านเขาแหลม จ.ปราจีนบุรี ระยะทาง 80 กม. เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา และเกิดพลัดหลงอยู่ในป่า จนเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์บินค้นหา พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าค้นหาตามจุดที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่พระภิกษุขาดการติดต่อ ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่อุทยานได้พบตัวพระธุดงค์ทั้งสองรูปแล้ว

 นายมาโนช การพนักงาน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ตลอดทั้งวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการออกค้นหาสองพระธุดงค์ทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 10.40 น.วันนี้ (10 มี.ค.) ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์เพื่อส่งเสบียงให้กับเจ้าหน้าที่ที่ออกค้นหาพระธุดงค์ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.โดยขณะบินส่งเสบียง เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นจีวรของพระธุดงค์ที่กางไว้ทุ่งหญ้าซึ่งเป็นที่โล่ง บริเวณทุ่งงูเหลือม ตีนเขาร่ม ซึ่งอยู่ห่างจากฐานบินที่ 7 ประมาณ 10 กม.
 ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ลงไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ก็พบพระภิกษุทั้งสองรูปอยู่ในสภาพอิดโรย แต่ยังพูดจาถามตอบได้ จึงได้นำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาลงที่บริเวณฐานบินที่ 7 บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และได้พาไปพักบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

 พระสมชาย ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ว่า วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้ออกธุดงค์เข้าไปทางน้ำตกผากระดาษ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ผ่านน้ำตกมะนาวยักษ์ เพื่อมุ่งหน้าไปบริเวณด้านเขาแหลม จ.ปราจีนบุรี กระทั่งในช่วงเวลา 15.00 น.วันที่ 7 มีนาคม หาแหล่งน้ำไม่ได้ ประกอบกับพระกิตติ เกิดอาพาธ จึงได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปยัง พระบุญชู เจ้าอาวาสวัดใหม่นพรัตน์ ซึ่งก็ได้ประสานไปยังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่างที่รอการช่วยเหลืออยู่นั้น ร่างกายขาดน้ำเป็นเวลา 3 วัน จนต้องฉันน้ำปัสสาวะเพื่อประทังชีวิต

ขณะเดียวกันก็ได้ออกเดินธุดงค์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงบริเวณทุ่งงูเหลือม และในช่วงเช้าวันนี้ ก็ได้นำจีวรออกกางบริเวณทุ่งหญ้าโล่ง เพื่อเป็นสัญญาณให้กับเจ้าหน้าที่ที่ออกค้นหา ซึ่งประจวบเหมาะกับที่เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ส่งเสบียง เห็นจีวรอยู่บริเวณด้านล่าง จึงได้นำเฮลิปคอปเตอร์บินลงจอด กระทั่งพบและได้รับการช่วยเหลือในที่สุด ซึ่งขณะนี้มีอาการปลอดภัยแล้ว
 พระสมชาย กล่าวต่อว่า แม้จะเพิ่งเดินป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นครั้งแรก แต่ยืนยันว่าไม่ได้พลัดหลงป่า มีเพียงหาแหล่งน้ำไม่ได้ ทำให้ขาดน้ำและพระกิตติ เกิดอาพาธ จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือ 

 เมื่อถามว่า หลังจากเหตุการณ์เช่นนี้แล้วจะออกธุดงค์ป่าอีกหรือไม่ พระสมชาย ตอบว่า ช่วงนี้ใกล้ช่วงเข้าพรรษา จึงขอหยุดก่อน และจะกลับไปจำวัดที่เดิม และหลังจากออกพรรษาค่อยคิดกันใหม่
 ด้านนายมาโนช กล่วว่า จากการสอบถามทราบว่า พระทั้งสองรูปตั้งใจจะมาธุดงค์ แต่ไม่เคยเข้ามาในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทั้งนี้ การออกธุดงค์ป่าถือเป็นอุทธาหรณ์ให้กับนักเดินป่า นักท่องเที่ยว และโดยเฉพาะพระสงฆ์ ที่หากจะออกธุดงค์ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ให้รับทราบ เพราะการเข้ามาในเขตอุทยานฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่าผิดกฏหมาย อีกทั้งการออกธุดงค์ป่าใหญ่เช่นนี้ควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อที่เราจะจัดพื้นที่ไว้ให้ เพราะอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นป่าขนาดใหญ่ หากไม่แจ้งไว้ล่วงหน้าการติดตามตัวจะค่อนข้างลำบาก

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางบุญเลี้ยง พันธ์แสง มารดาของพระสมชาย ที่เดินทางจากบ้านที่ จ.สุพรรณบุรี มาที่เขาใหญ่เพื่อติดตามความคืบหน้าในการค้นหาพระบุตรชายอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อหวังจะเจอพระลูกชาย และเมื่อทราบข่าวว่าพบตัวแล้ว นางบุญเลี้ยง พร้อมญาติพี่น้องได้มารอที่บริเวณฐานบินที่ 7 ก็มีอาการดีใจโล่งใจอย่างมาก และทันทีที่เห็นพระลูกชาย ก็ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ส่วนอาการของพระกิตติ ที่อิดโรย ภายหลังจากที่จำวัดพักฟื้นก็มีสภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่อาจจะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลปากช่องนานา