
ตำรวจไทยจับได้แน่ เครือข่ายขนไอซ์เข้าออสเตรเลีย
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันเปิดเผยความคืบหน้ากรณีเครือข่ายยาเสพติดขนไอซ์เข้าประเทศออสเตรเลีย
กรณีตำรวจนครซิดนีย์ ยึดไอซ์ น้ำหนัก 316 กิโลกรัม มูลค่าถึงประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 2,400 ล้านบาท ซ่อนไว้ในกล่องเตาปิ้งย่างไฟฟ้า และเครื่องทำน้ำอุ่น บนเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งที่มาจากประเทศไทย และได้เข้าจอดเทียบท่าเรือโบทานีย์ ในนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง พบเบาะแสสำคัญ ขบวนการขนไอซ์ "บิ๊กล็อต" ซุกเตาหมูกระทะ เข้าแดนจิงโจ้
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในอดีตเคยจับดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องในประเทศออสเตรเลีย จึงทำให้มีบทเรียนเกี่ยวกับข้อกฏหมาย ที่สามารถจะใช้ในการดำเนินคดีกับเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติได้
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า อีกทั้งยังมีช่องทางการสืบสวนและกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของอัยการที่จะใช้ได้อีก แม้ว่าอาจจะมีปัญหาข้อขัดข้องของกฏหมายระหว่าง 2 ประเทศอยู่บ้าง แต่ยืนยันว่า ในส่วนของการสืบสวนขยายผลตำรวจไทยสามารถดำเนินการได้ตามกรอบกฎหมายไทย เท่าที่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่
ขณะที่ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขยายผลความเชื่อมโยงเนื่องจากพบว่าของกลาง(ไอซ์)ไปจากประเทศไทย
ซึ่งมีความคืบหน้าไปพอสมควร มีความเกี่ยวพันกับการกระทำความผิดที่ผ่านมา เป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติกลุ่มเดิม ๆ แต่จะเกี่ยวพันอย่างไร อยู่ระหว่างตรวจสอบ
"มั่นใจว่าจะจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้ตำรวจออสเตรเลียอยู่ระหว่างการขยายผลจากผู้รับปลายทางในประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ตำรวจไทย ประสานข้อมูลกับตำรวจออสเตรเลีย โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรภาค 6 และตำรวจส่วนกลาง เร่งสืบสวนขยายผลว่ามาจากเครือข่ายใด" พล.ต.ท.มนตรี กล่าว
พล.ต.ท.มนตรี ยังกล่าวยอมรับว่า เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดมีข้อมูลอยู่ เพราะสามารถนำยาเสพติดลักลอบผ่านศุลกากร ขนส่งทางเรือออกนอกประเทศได้ แต่ทั้งนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
"เชื่อว่าจะจับผู้ต้องหาได้ โดยตำรวจเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลบางส่วน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และยืนยัน แม้ไม่มียาเสพติดของกลางเป็นหลักฐานในประเทศไทย แต่สามารถดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน" พล.ต.ท.มนตรี กล่าว



