
ครม.ยกเลิกระบบโซนนิ่งนมโรงเรียนแก้ปัญหาฮั้วประมูล
ครม.มีมติเลิกโซนนิ่งนมโรงเรียน เปิดให้ผู้ประกอบการทุกรายวิ่งขายของได้ทั่วประเทศ รมว.ศธ. ระบุ เปิดเสรีนมร.ร.ทำให้นักเรียนได้ดื่มนมมีคุณภาพ เกษตรกรขายนมดิบได้ ครม.อนุมัติกรอบวงเงินเกือบ 2 พันล้านบาท ให้ อปท.จัดซื้อนมแจกนร.ป.4-ป.5 เริ่มตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1
(10มี.ค.) เมื่อเวลา 13.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงการแก้ปัญหาเรื่องนมซึ่งได้ยืนยันไปแล้วว่าจะดำเนินการรื้อระบบในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างที่มีการผูกขาดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานของโรงผลิตนมทั้งหมด โดยได้มีการจัดงบประมาณซื้อนมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 - 6 ปีละ 260 วัน
ขณะที่นายพุทธิพงษ์ บุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมครม.มีมติยกเลิกการซื้อนมโรงเรียนในระบบโซนนิ่ง ตามที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ หลังจากได้รับฟังแนวทางแก้ไขปัญหานมโรงเรียน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ครม.ยังได้อนุมัติงบประมาณในโครงการนมโรงเรียนเพิ่มเติมจากเดิม 8.4 พันล้านบาท เพื่อขยายให้ไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 อีก 1.8 ล้านคน วงเงินงบประมาณ 1,975 ล้านบาท จากงบประมาณกลางปี 2552
โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการทั้งหมดในงบประมาณที่เพิ่มขึ้นมาใหม่เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ไปดำเนินการให้เกิดความโปร่งใส นอกจากนี้ครม.ยังได้เห็นชอบแนวทางขยายการดื่มนมฟรีจากเดิม 230 วันต่อปี เป็น 260 วันต่อปี รวมถึงช่วงปิดภาคเรียนด้วย โดยตั้งงบประมาณไว้ที่ 2,579 ล้านบาท โดยที่ประชุมครม.ได้มอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์ ในฐานะดูแลสำนักงบประมาณไปพิจารณาว่าจะหางบประมาณก่อนดังกล่าวได้จากส่วนใดบ้าง เพื่อมาดำเนินนโยบายนมโรงเรียน
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติให้ยกเลิกโซนนิ่งการจัดซื้อนมโรงเรียน เปิดให้ผู้ผลิตนมที่มีมาตรฐาน ผลิตนมคุณภาพทุกแห่ง สามารถประมูลแข่งขันขายนมโรงเรียนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศได้อย่างเสรี ทั้งนี้เพื่อให้ อปท.มีตัวเลือกซื้อนมร.ร.มากขึ้น จะได้สามารถเลือกซื้อนมร.ร.ที่มีคุณภาพแจกให้นักเรียนได้ตามวัตถุของโครงการนมร.ร.ที่ต้องการให้เด็กได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ และยังช่วยให้เกษตรกรขายน้ำนมดิบได้ตามกำลังการผลิตด้วย
“ โซนนิ่งที่รัฐบาลชุดก่อนทำไว้ ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการแข่งขัน โซนนิ่งทำให้ไม่มีผู้แข่งขันมากรายพอ บางเขตไม่มีผู้ผลิตนมที่มีคุณภาพเข้าแข่งขันเลย แต่ อปท.ก็ไม่มีทางเลือก ต้องพยายามเลือกรายที่มีคุณภาพมาสุดในบรรดาผู้ผลิตที่ไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้น การเลิกโซนนิ่งจะไปปลดล็อคตรงนี้ ทำให้ตลาดนมร.รแข่งขันโดยเสรี ผู้เข้าแข่งขันจะได้พยายามผลิตนมที่มีคุณภาพ “ นายจุรินทร์ กล่าว และว่า จะสั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำชับให้สถานศึกษาเข้มงวดกับการตรวจสอบคุณภาพของนมร.ร.ด้วย
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ครม.ยังอนุมัติกรอบวงเงิน 2,000 กว่าล้านบาท เพื่อจัดซื้อนมร.ร.มาให้นักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 ดื่มตั้งแต่เปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษา 2552 เพราะเดิมแผนที่ขยายนมร.ร.ให้นักเรียน ป.5 และ ป.6 ดื่มนั้น ต้องรอตั้งงบประมาณ 2553 ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยให้ อปท.ใช้เงินของตัวเองจัดซื้อไปก่อน แล้วค่อยมาเบิกคืนจากรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ในวงเงิน 2,000 กว่าล้านบาทนี้ ให้กั้นไว้ 550 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดซื้อนมกล่องจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย นำมาแจกจ่ายให้นักเรียนแทนเพื่อช่วยระบายนมกล่องที่ อสค.ผลิตไว้ อสค.จะได้สามารถจัดซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรมาผลิตนมกล่องได้ ซึ่งหากจัดซื้อนมกล่องจาก อสค.มาแจกตามโครงการนมร.ร.แล้ว จะสามารถเหมานมกล่องที่มีอยู่จาก อสค.ได้ทั้งหมด
สธ . เผยผลตรวจโรงงานผลิตนม รร.พบไม่ผ่านจีเอ็มพี 3 แห่ง
นาย วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัญหานมโรงเรียน กระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ให้ อย . ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ตรวจประเมินสถานที่ผลิตนมพร้อมดื่มในโครงการอาหารเสริม ( นม ) โรงเรียนตามหลักเกณฑ์จีเอ็มพี และเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐาน ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า ผลการตรวจสถานที่ผลิตนมโรงเรียนจำนวน 70 แห่ง ผ่านตามเกณฑ์จำนวน 59 แห่ง และไม่ผ่านเกณฑ์ 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานนำศรีชลเครื่องดื่ม จ . ชุมพร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) ในเบื้องต้น อย . ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ รวมถึงให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงแก้ไข และจะตรวจประเมินซ้ำต่อไป
ายวิทยา กล่าวว่า ส่วนผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานตัวอย่างนมโรงเรียนจำนวน 43 ตัวอย่าง พบว่า ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมาตรฐานผ่านตามเกณฑ์จำนวน 35 ตัวอย่าง ไม่ผ่านตามเกณฑ์จำนวน 8 ตัวอย่าง ซึ่งตัวอย่างที่ไม่ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน อย . ได้เปรียบเทียบปรับ แต่หากพบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค จะดำเนินการสั่งให้หยุดการผลิตทันที เพื่อตรวจสอบกรรมวิธีการผลิต และให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงแก้ไขแล้วจึงดำเนินการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจสอบซ้ำต่อไปด้วย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นมมีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เด็กนักเรียนจะต้องได้ดื่มนมที่มีคุณภาพมาตรฐานโดยทั่วถึง
“ ในวันนี้ ครม. ได้มีการพิจารณาปัญหานมโรงเรียนและกำชับ อย.ให้สุ่มตรวจนมโรงเรียนอย่างเข้มข้น ทั้งก่อนและหลังการผลิต ซึ่งหากโรงงานใดผลิตนมไม่ได้มาตรฐานให้สั่งปิดทันที ” รมว.สาธารณสุข กล่าว และว่า นอกจากนี้ตนได้เสนอข้อมูลต่อ ครม. ว่า นมที่ผลิตออกมาแล้ว อย. ไม่สามารถตรวจได้ว่า เป็นวัตถุดิบจากนมผงหรือน้ำนมโคแท้ ตรวจได้แค่มาตรฐานนมเท่านั้น ดังนั้นการตรวจสอบเรื่องวัตถุดิบต้องดำเนินการผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยดูว่า จำนวนน้ำนมวัตถุดิบที่โรงงานสั่งมีปริมาณเท่ากับจำนวนนมที่ผลิตออกมาจำหน่ายหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะมีการนำนมผงมาผสม ซึ่งรัฐบาลไม่ประสงค์ให้มีการผลิตนมที่ไม่มีคุณภาพให้เด็กนักเรียน อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขจะพยายามติดตามมาตรฐานและสุ่มตัวอย่างตรวจ
นายวิทยา กล่าวว่า ปัญหาการนำเข้านมผงมาผสมเป็นนมโรงเรียนนั้น เรื่องนี้ตนได้เสนอต่อที่ประชุม ครม.ว่า นมผงทั้งหมดที่นำเข้ามาทุกประเภทควรจะผสมสีที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขาภาพ เพื่อทำให้ผู้บริโภคทราบว่า นมที่ซื้อผลิตจากนมผงหรือนำโค ซึ่งตนได้หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ซึ่งรับปากจะนำไปหารือกับกรมปศุสัตว์ที่ดูแลในเรืองนี้ต่อไป
ด้าน นพ . พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการ อย . กล่าวต่อว่า โรงงานผลิตนมที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 3 แห่ง เป็นไปตามตัวชี้วัด ซึ่งในส่วนของ อสค.ภาคกลาง จ.สระบุรี แม้ว่าจะได้จีเอ็มพีการผลิตตามเกณฑ์มาตรฐาน แต่ตกเกณฑ์ในเรื่องอาคาร มีปัญหาน้ำขังไม่สะอาด ซึ่งเรื่องนี้ปรับปรุงไม่ยาก เป็นเพียงการรายงานตามสภาพปัญหาที่ตรวจเจอ ส่วนโรงงานนำศรีชลเครื่องดื่ม มีประเด็นปัญหาถังรอพักนมเปิดได้ง่าย เกรงว่าอาจเกิดการปนเปื้อนได้ ซึ่งได้มีการสั่งปิดไปเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น ตกมาตรฐานหลายประเด็น เช่น น้ำที่นำมาใช้ในการล้างระบบการผลิตไม่มีใบตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ อุปกรณ์พาสเจอไรท์บางชิ้นที่เห็นควรให้มีการปรับปรุงยังไม่มีการเปลี่ยน
“ โรงงานทั้ง 3 แห่งที่ตกเกณฑ์มาตรฐาน มีเพียงโรงงานนำศรีชนเท่านั้น ที่มีการสั่งปิดโรงงาน เพราะการปรับปรุงคงยาก ทั้งยังตรวจพบเชื้ออีโคไลน์ ขณะที่เจ้าของเองบอกว่าจะสร้างโรงงานใหม่ ส่วนที่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) ขอให้ดำเนินการปรับปรุง คาดว่าคงใช้เวลาประมาณ 10 วันเท่านั้น และจะเข้าประเมินใหม่
นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับนมที่ไม่ผ่านมาตรฐาน 8 ตัวอย่างนั้น ในจำนวนนี้ 6 ตัวอย่างเป็นการตรวจพบจุลินทรีย์ เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด อยู่ที่ 10,000 CF/U ต่อ 1 CC ซึ่งเป็นกลุ่มแบคทีเรียไม่เป็นอันตรายและยอมให้มีปนเปื้อนได้ เพราะในนมพาสเจอไรท์จะมีเชื้อเหล่านี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม อย.จะต้องทำการตรวจซ้ำอีกครั้ง ทำให้ยังไม่สามารถบอกได้ว่า เป็นตัวอย่างนมที่ผลิตจากโรงงานใด เนื่องจากรายงานผลการตรวจไม่ได้ระบุว่าเกินค่ามาตรฐานมากเพียงใด เพราะในบางครั้งจุลินทรีย์นี้อาจมีจำนวนเพิ่มได้ ขึ้นอยู่กับการขนส่งและจัดเก็บ ดังนั้นต้องรอการเก็บตัวอย่างตรวจซ้ำ ซึ่งจะทราบผลภายใน 8 วัน ส่วนอีก 2 ตัวอย่าง คือ เนื้อนม กับไขมันตกมาตรฐาน ซึ่งเป็นของโรงงานนำศรีชล



