
หวั่นแรงงานขาดแคลนกระทบเป้าส่งออก
"พาณิชย์"พบปัญหาขาดแคลน "แรงงาน" เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน หวั่นกระทบเป้าส่งออกปีนี้ เดินหน้านโยบายผลักดันส่งออกแบ่งตามกลุ่มสินค้าเต็มที่ เตรียมเปิดตัวโครงการในกลุ่มเอกลักษณ์ไทยปลายเดือนกุมภาพันธ์
นายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมกับหัวหน้ากลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญของไทย 10 กลุ่มที่ผ่านมานั้น หัวหน้ากลุ่มสินค้าได้รายงานถึงปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในขณะนี้คือ การขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร กลุ่มสิ่งทอ กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมามีการเลิกจ้างไป และแรงงานก็ไม่กลับเข้ามาในระบบ โดยเบื้องต้นคาดว่ามีการขาดแคลนแรงงานถึง 5 แสนคน
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานที่ต้องทำให้ทันภายในเดือนมีนาคม ซึ่งหากทำได้ไม่ทันก็น่าจะมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานเพิ่มขึ้นอีก ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกยังกังวลเรื่องการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งขณะนี้ขยับมาอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทางผู้ส่งออกเกรงว่าค่าเงินบาทแข็งค่ามาที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้สินค้าไทยแข่งขันกับคู่แข่งในภูมิภาคนี้ลำบาก
นายอนุรัตน์กล่าวว่า จากการที่หัวหน้ากลุ่มสินค้าแต่ละกลุ่มได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการส่งออก เพื่อผลักดันการส่งออกของไทยในปีนี้ให้ได้ตามเป้าหมายที่ 14% นั้น พบว่า กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารต้องการให้รัฐบาลเพิ่มการส่งเสริมการตลาดในสินค้าจำพวกเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ ทั้งดิบและปรุงสุก รวมทั้งเครื่องปรุง เครื่องเทศ ผักและผลไม้ไทยให้มากขึ้น กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เสนอให้เร่งดำเนินการยกเลิกภาษีสรรพสามิต สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้ประกอบในกล้องถ่ายรูป
กลุ่มสิ่งทอ เสื้อผ้า อัญมณี เครื่องประดับ และเครื่องหนัง พบว่าขณะนี้มีโรงงานผลิตรองเท้ากีฬาที่มีชื่อเสียง ได้ย้ายฐานการผลิตจากไทยไปเวียดนาม ซึ่งหากเกิดปัญหาลักษณะนี้ ทางกรมส่งเสริมการส่งออก จะไปช่วยในการทำให้โรงงานสามารถดำเนินงานต่อได้ โดยให้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเน้นสร้างแบรนด์ไทยขึ้นมาแทนที่ ส่วนที่เหลือ กลุ่มสินค้าเหล็กและวัสดุก่อสร้าง จะเน้นการรวมตัวกันแบบคลัสเตอร์ เพื่อไปบุกตลาดส่งออก
ส่วนสินค้ากลุ่มเอกลักษณ์ไทย ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ อาหารไทย ผ้าไหม กล้วยไม้ สปาไทย นั้นกระทรวงพาณิชย์จะมีการเปิดตัวโครงการประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 50 องค์กร เข้ามาร่วมหารือ และทำความเข้าใจในการทำการตลาด



