
ผบช.น.สั่งชุดสืบสวนไล่ล่า"ไอ้เด"สมาชิกแก๊ง"ออฟซ่า"
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งระดมชุดสืบสวนไล่ล่า"ไอ้เด"สมาชิกแก๊ง"ออฟซ่า" หลังได้รับข่าวหนีซุกปีกผู้ใหญ่ฝั่งปอยเปต
(10มี.ค.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าติดตามจับกุมแก๊ง“อ๊อฟซ่า”ของนายหทัย ไชยวัณณ์ อดีตนักแข่งรถชื่อดัง ผู้ต้องหาร่วมตระเวนลักทรัพย์ตามหมู่บ้านหรู รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ว่า ตำรวจสามารถออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการแล้วทั้งสิ้น 6 ราย และ จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย ยังหลบหนีอีก 1 รายคือนายกีรติ หรือเด กุมพล อายุ 30 ปี
ส่วนผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 1 รายคือ น.ส.วลัยลักษณ์ ศรีประพันธ์ นั้นถูกจับครั้งแรกในข้อหามีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอณุญาต แต่จากการสอบสวนเพิ่มเติมทราบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งนายหทัย จึงได้อายัดตัวไว้และแจ้งข้อเพิ่มเติมเพราะตรวจสอบพบว่าเป็นคนนำเอาทรัพย์สินที่ขโมยมาได้ไปจำนำตามที่ต่างๆ ส่วนที่ว่าจะมีผู้ต้องหารายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่นั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ แต่ก็จะดำเนินการขยายผลอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีผู้ผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนจากนายกีรติ หรือนายเด นั้นจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อขอมอบตัวแต่อย่างใด ซึ่งได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์สืบสวนนครบาลเพิ่มกำลังเข้าไปช่วย ชุดสืบสวน บก.น.4อีก 50นายเพื่อกดดันทุกวิถีทางให้ไปสู่การจับกุมตัวผู้ต้องหา เชื่อว่าในไม่ช้าต้องได้ตัวอย่างแน่นอน
พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเข้าตรวจสอบทรัพย์สินของผู้เสียหายที่เกิดปัญหานั้น จากการตรวจสอบด้วยตนเองพบว่ามีการวางระบบมาตราการที่ดี และยังได้เสริมระบบรักษาความปลอดภัยในอีกหลายส่วน แต่เนื่องจากรายละเอียดมีจำนวนมาก จึงได้ดำเนินการสอบสวนในรูปของคณะทำงาน ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล มี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ส่วนเรื่องทรัพย์สินที่ตรวจยึดมาได้ ก็มีการเชิญผู้ชำนาญเฉพาะทางในการตรวจพิสูจน์ทราบทรัพย์ เช่น พระเครื่อง นาฬิกา เครื่องเพชร เป็นต้น ส่วนที่ว่าจะต้องมีการฟ้องร้องเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือไม่นั้น คงต้องดูรายละเอียดหากไม่มีหลักฐานมาแสดงได้อย่างชัดเจนและมีผู้กล่าวอ้างมากกว่า 1 รายคงต้องดำเนินการกระบวนการ
นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินที่ตรวจสอบได้จากตั๋วจำนำบางส่วนพบว่ามีการปล่อยให้ขาดอายุจะประ สานโรงรับจำนำขอตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง ว่าเป็นบุคคลใดที่เอามาจำนำไว้ เพื่อติดตามตัวบุคคลนั้น และได้สั่งการไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อหาแนวทางที่จะสามารถติดตามนำทรัพย์สินมาคืนแก่ผู้เสียหาย รวมถึงการจัดระบบการส่งมอบทรัพย์สินคืนแก่ผู้เสียหาย ให้มีความโปร่งใสมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม
ผบช.น.ยังกล่าวถึงการระดมกวาดล้างอาชญากรรมหลังจากที่มอบนโยบายไปตั้งแต่ วันที่ 5 มีนาคม มีผลการปฏิบัติรายงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และที่ชัดเจนคือ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้รายงานว่ามีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในเขตพื้นที่ บก.น.1เมื่อคืนนี้ สามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ 16 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก ส่วนของ บก.น. อื่น ๆ จะได้จัดทำแผนระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 25 มีนาคม และจะประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมก่อน เพื่อจัดกำลังรับมือการชุมนุม หากไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง ก็จะระดมกวาดล้างอาชญากรรมอย่งต่อเนื่อง" พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวในที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการติดตามจับกุมตัวนายกีรติ หรือนายเด ผู้ต้องหาที่เหลือนั้น ผบช.น.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบช.น.จัดชุดสืบสวนหาข่าวและเร่งติดตามโดยด่วนพร้อมสั่งการให้ ศูนย์สืบสวนฯ บช.น.ประสานด่าน ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้วให้ช่วยตรวจสอบความเคลื่อนไหวอีกทางหนึ่ง เนื่องจากที่ผ่านมา ทราบว่าผู้ต้องหาน่าจะหลบไปอยู่ในบ่อนพนันที่เคยไปเล่นในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านจึงประสานพื้นที่ให้ช่วยตรวจสอบ
ผู้เสียหายทยอยดูของกลาง"แก๊งอ๊อฟซ่า"ตลอดทั้งวัน
ผู้เสียหายยังคงทยอยขอดูของกลางที่ " แก๊งอ๊อฟซ่า " โจรกรรมมา เหยื่อบางรายขวัญผวากลัวถูกย้อนรอยกลับเข้าไปโจรกรรมซ้ำ แต่พอรู้ข่าวตำรวจจับหัวหน้าแก๊งได้ จึงรู้สึกสบายใจ
วันที่ 10 มีนาคม บรรยากาศที่ห้องประชุม ชั้น 2 สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง ซึ่งเป็นเป็นห้องดูของกลางจากคดีแก๊งออฟซ่า ที่มีทรัพย์มากมายที่ถูกยึดคืนมาได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเปิดให้ผู้เสียหายที่เดินทางมาดูทรัพย์สิน ทำการแจ้งกับเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ เพื่อที่จะส่งให้กับคณะกรรมการที่ทำการตั้งขึ้นมาเพื่อจะรียกเชิญมาสอบถามอีกครั้งเพื่อยืนยันให้แน่ใจกับทรัพย์สินที่หายไปว่าเป็นของผู้เสียหายหรือไม่ เพื่อป้องกันการแอบอ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ทั้งวัน ได้มีผู้เสียหายเดินทางมาขอดูของกลางทั้งสิน ร่วม 100 คน แล้ว จากการสอบถามผู้เสียหาย นายกิตติเดช ชาตรีวัฒนกุล อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114/6 ม. 2 แขวงและเขตสายไหม กทม. เล่าให้ฟังว่า ถูกคนร้ายลักทรัพย์ไปเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 50 เวลากลางคืนและทรัพย์สินที่หายไปก็มี ปืนพกสั้น เงินสด นาฬิกา สร้อยทอง รวมๆแล้วก็ประมาณ แสนกว่าบาท และที่มาดูก็เผื่อใจไว้ว่าจะเจอทรัพย์สินของตัวเองบ้าง
ส่วนอีกราย นางเบญญาภา อมรพิชิต อายุ 44 ปี บ้านอยู่ย่านพุทธมณฑลสาย 4 กล่าวว่า บ้านถูกลักทรัพย์ไปเมื่อ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยเมื่อเวลา 09.00 น. ตนได้เดินจากออกจากบ้านไปทำธุระกับลูก และกลับมาถึงบ้าน เวลาประมาณ 13.00 น. ของวันเดียวกัน เมื่อเดินเข้ามาในห้องก็พบว่า ตู้เซฟถูกลากออกมาบริเวณกลางห้องนอนและทรัพย์สินภายในตู้ หายไปหมด โดยยังคงมีกลิ่นไหม้คละคลุ้งอยู่ภายในห้อง โดยทรัย์สินส่วนใหญ่เป็นพวกเครื่องเพชร สร้อยทอง พระเลี่ยมทอง รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท
นางเบญญาภา กล่าวเพิ่มเติม ว่าจากการสอบถามเพื่อนข้างบ้านพบเห็นรถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วี สีบอร์น ป้ายแดง มาจอดอยู่บริเวณหน้าบ้านในวันเกิดเหตุ พร้อมกับเห็นชายสองคน ซึ่งคนนึงตัวเล็ก น่าจะเป็นคนที่ถูกจับได้ในวันแรก ซึ่งตนกับลูกรู้สึกหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะเป็นเวลากลางวันแสกๆ คิดว่า ถ้าตนกลับมาถึงบ้านเร็วกว่าที่คนร้ายจะหนีออกไป ตนกับลูกคงต้องเกิดอันตรายแน่ๆ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุตนนอนไม่หลับเพราะกลัวว่าคนร้ายจะย้อนกลับมาอีกหรือเปล่า แต่หลังจากทราบข่าวว่าสามารถจับคนร้ายได้จึงเดินทางมาดูของกลางซึ่งก็พบว่ามีทรัพย์สินของตนเองอยู่ จึงรู้สึกสบายใจขึ้นว่าจะไม่โดนคนร้ายกลุ่มนี้กลับมาอีก ซึ่งขณะนี้ก็พบทรัพย์สินอยู่หลายชิ้นแล้วเพราะว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่จะสั่งทำเป็นรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะไม่เหมือนใคร ซึ่งคงหาได้ไม่ยากถ้านำแบบที่สั่งทำมายืนยันกับทางเจ้าหน้าที่



