
ผู้นำอียูชนไบเดน หนุนเลิกสิทธิบัตรวัคซีนแต่ยังกั๊กส่งออก จะช่วยอะไรได้ในยามนี้
การหนุนยกเลิกสิทธิบัตรวัคซีนของโจ ไบเดน ถูกผู้นำอียูมองว่าไม่ได้ช่วยคลี่คลายวิกฤติโควิดในเวลานี้ แต่ควรเลิกคุมส่งออก-วัตถุดิบผลิตช่วยชาวโลก
หลังจากรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา ออกมาแสดงท่าทีสนับสนุนให้องค์การการค้าโลก ยกเลิกสิทธิบัตรวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อเปิดทางให้บริษัทยาต่างๆผลิตวัคซีนโดยไม่ต้องเกรงการฟ้องร้องจากไฟเซอร์ หรือแอสตราเซเนกา แก้ปัญหาวัคซีนขาดแคลน แต่บรรดาผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งประชุมสุดยอดที่โปรตุเกส เมื่อสุดสัปดาห์ มองว่าแนวคิดของไบเดน ไม่ใช่ทางออกสำหรับปัญหาเร่งด่วน ทั้งยังแสดงความไม่พอใจที่ประธานาธิบดีสหรัฐ พยายามอ้างคุณธรรมสูงส่งในการตัดสินใจเช่นนี้ ทั้งที่สิ่งควรทำคือการยกเลิกส่งออกวัคซีนและวัตถุดิบใช้ในการผลิต
มารีโอ ดรากี นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวว่า สำคัญยิ่งกว่าคือการที่รัฐบาลสหรัฐและอังกฤษจะต้องยกเลิกห้ามส่งออก “ก่อนเปิดเสรีวัคซีน ยังมีเรื่องที่ง่ายกว่าและควรทำ เช่น ยกเลิกขวางส่งออกที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษยังยืนยันที่จะทำ” และว่าการเปิดเสรีสิทธิบัตรแม้ชั่วคราว ไม่ได้รับประกันว่าจะเพิ่มการผลิตได้
สหรัฐและอังกฤษ ไม่ได้ออกมาตรการห้ามส่งออกอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลวอชิงตัน งัดกฎหมายการผลิตเพื่อป้องกันประเทศ ( Defense Production Act ) มาใช้บังคับผู้ผลิตต้องเติมเต็มความต้องการภายในประเทศก่อนรับออเดอร์อื่นๆ ขณะที่สัญญาที่รัฐบาลอังกฤษทำกับ แอสตร้าเซเนกา ก็กำหนดให้ความสำคัญกับอังกฤษลำดับแรก
นายกรัฐมนตรีอังเคลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ไม่รับข้อเสนอนี้เช่นกัน โดยระบุว่า การยกเลิกสิทธิบัตร กระทบนวัตกรรมของภาคบริษัทอย่าง BioNTech บริษัทเยอรมนี เจ้าของสิทธิบัตรวัคซีนที่พัฒนาร่วมกับไฟเซอร์ บริษัทสหรัฐ เธอคิดว่าการยกเลิกสิทธิบัตร ไม่ใช่ทางออกที่จะช่วยเพิ่มปริมาณวัคซีนให้กับผู้คน แต่ยามนี้ ต้องการความคิดสร้างสรรค์และพลังการคิดค้นของบริษัททั้งหลายซึ่งรวมถึงการคุ้มครองสิทธิบัตร การคิดค้นนวัตกรรมไม่ควรถูกทำให้อ่อนแอลง ไม่เช่นนั้นอาจปรับตัวรับการผันแปรของไวรัสไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่เพราะมีคนนั่งทับสิทธิบัตร และไม่ทำอะไร แต่เวลานี้ ประชากรอเมริกันจำนวนมากได้รับวัคซีนแล้ว เธอหวังว่าถึงเวลาที่ควรแลกเปลี่ยนส่วนประกอบได้อย่างเสรีและเปิดตลาดวัคซีนเสียที
ขณะที่ชารลส์ มิเชล ประธานสภายุโรป ประธานการประชุม กล่าวว่า อียูพร้อมหารือข้อเสนอสิทธิบัตรวัคซีนในกรอบองค์การการค้าโลก แต่กังขาว่า นี่ไม่ใช่ลูกแก้ววิเศษในระยะสั้น และขอเรียกร้องให้พันธมิตรอำนวยการความสะดวกเรื่องการส่งออก เช่นเดียวกับประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ที่ประกาศว่า สิทธิบัตรไม่ใช่เรื่องสำคัญเร่งด่วนอันดับแรก “ผมขอเรียกร้องอย่างชัดเจนไปยังสหรัฐอมริกา เลิกห้ามส่งออก ไม่ใช่แค่วัคซีน แต่ส่วนประกอบของวัคซีนที่ทำให้การผลิตไม่อาจทำได้ กุญแจสำคัญในการผลิตวัคซีนให้ประเทศยากจน และกำลังพัฒนาได้เร็วกว่าเดิม ก็คือต้องเพิ่มการผลิต และยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออก”
ในที่ประชุมเดียวกันนี้ อัวร์ซูลา ฟอน เดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ยังได้แถลงเรื่องการทำสัญญาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 1,800 ล้านโดส
ที่มา Guardian



