ข่าว

อุตุฯเตือนช่วง"มีนา-เมษา"อาจเกิดพายุงวงช้างซัดเรือล่ม

อุตุฯเตือนช่วง"มีนา-เมษา"อาจเกิดพายุงวงช้างซัดเรือล่ม

10 มี.ค. 2552

ผอ.ส่วนพยากรณ์อากาศกลาง เตือนชาวเรือช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน มีโอกาสเกิดพายุงวงช้างซัดเรือล่ม ด้านผู้การฯตำรวจน้ำ ระบุเรือที่จมไม่กีดขวางเส้นทางเดินเรือ เหตุจมในระดับน้ำลึกมาก

(10มี.ค.) นายประวิทย์ แจ่มปัญญา ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึง กรณีเรือนักท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต ว่าจากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า จุดที่เรือล่มนั้นได้เกิดพายุที่รุนแรงประมาณ 1 ชม.หากเรือผ่านไปจุดศูนย์กลางของพายุ จะเกิดการอับปางได้ และในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนนั้น ของทุกๆปีจะเกิดพายุที่เรียกว่า พายุงวงช้าง หรือนาคเล่นน้ำได้ตลอดเวลา ส่วนเรือที่ล่มนั้น ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากพายุดังกล่าวหรือไม่ เพราะว่าเป็นเวลากลางคืนจึงมองไม่เห็น
 ส่วนการเกิดพายุงวงช้างนั้น จะทำให้เรืออับปางได้หรือไม่นั้น นายประวิทย์กล่าวว่า มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ขึ้นอยู่กับผู้ที่เห็นเหตุการณ์โดยการเกิดพายุงวงช้างนั้นจะมีอยู่ 2 ช่วง คือช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน จะเกิดแทบทะเลทางภาคใต้ และอีกช่วงคือประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนจะเกิดแทบ จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และชลบุรี  รวมไปถึงกรุงเทพ ก็เคยเกิดมาแล้วเช่นกัน
 นายประวิทย์ ยังกล่าวถึงความรุนแรงของพายุว่า หากเกิดขึ้นบนบกประชาชนจะเรียกว่างวงช้าง หาดเกิดในทะเลจะเรียกว่านาคเล่นน้ำ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นบริเวณใดก็ตาม หากความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีมากแม้แต่โรงงานขนาดใหญ่ยังถูกพายุนี้พัดกระจุยไปแล้ว และหากเป็นเรือก็มีโอกาสอับปางกลางทะเลได้เช่นกัน
 สำหรับระยะเวลาในการเกิดนั้น นายประวิทย์อธิบายว่า เริ่มจากการก่อตัวจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. หากเรดาห์ ตรวจพบก็สามารถแจ้งเตือนไปยัง ประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นได้ทัน สำหรับเรือล่มที่ภูเก็ตนั้นได้มีการแจ้งเตือน แต่ว่าเป็นการแจ้งเตือนโดยรวมๆ ว่ามีพายุลมแรง แต่ไม่ได้เตือนว่านาคเล่นน้ำ ซึ่งพายุดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นวงกลม หมุนเป็นเกลียว ซึ่งในช่วงที่หมุนนั้นจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นก็จะอ่อนกำลังลง และสลายตัวไปเอง
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีเรือโชคสมบูรณ์ 19 ของบริษัท ไดว์ เอเชีย ซึ่งนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำเกาะสิมิลันอับปางระหว่างเดินทางกลับมาขึ้นฝั่งที่บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ล่าสุดพ.ต.อ.อนันต์ ห่วงสายทอง ผู้กำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจน้ำ กล่าวว่า ตำรวจน้ำได้ส่งเรือ ต.814 หรือเรือคุณพุ่ม ออกไปทำการค้นหาผู้ที่สูญหาย และประสานกับทัพเรือภาคที่ 3 ในการนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจจุดเกิดเหตุเพื่อให้ชัดเจนขึ้น แม้ว่าจะทราบพิกัดในส่วนของเรือที่จมแล้ว แต่ก็เป็นเพียงการประมาณการณ์ ซึ่งเมื่อเรือจมลงไปในทะเลแล้วอาจจะมีการเลื่อนไหลไปได้ เพราะบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นร่องน้ำที่มีระดับความลึกถึง 70 เมตร โดยขณะนี้ได้พบเห็นคราบน้ำมันบางแล้ว
 พ.ต.อ.อนันต์ กล่าวว่า นอกจากเรือของตำรวจน้ำแล้วยังมีเรือของทัพเรือภาค 3 ที่สามารถระดมออกไปทำการค้นหาร่วมด้วย รวมทั้งยังได้มีการประสานงานกับทางชมรมดำน้ำในกรณีที่จะต้องลงไปดำสำรวจหาจุดที่ชัดเจนร่วมกับนักประดาน้ำของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง แต่คงต้องรอความชัดเจนของการค้นหาหรือดำเนินการอื่นๆ จากการประชุมอีกครั้ง
 พ.ต.อ.อนันต์ กล่าวยืนยันว่า เรือที่จมนั้นไม่ได้ขวางเส้นทางการเดินเรืออื่นๆ เนื่องจากจมในระดับน้ำลึก ในขณะที่เรือประมงปกติก็กินน้ำลึกประมาณ 1-2 เมตร ส่วนกรณีเรือสินค้าจะกินน้ำลึกประมาณ 10 เมตร จึงไม่มีผลแต่อย่างใด
 ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เรือนักท่องเที่ยวเกิดอุบัติเหตุล่มที่ภูเก็ต ซึ่งมีนักท่องเที่ยวสูญหายและเสียชีวิตว่า รัฐบาลไม่ได้สั่งการกำชับอะไรในการนำเรือออกในช่วงค่ำ เพราะถือว่าเป็นการปฎิบัติตามปกติอยู่แล้ว คิดว่าโดยปกติจะมีการแจ้งดินฟ้าอากาศอยู่ตลอด แต่เรื่องที่เกิดขึ้นต้องขอเรียนว่าเสียใจจริงๆ   เพราะไม่ทราบว่าเขาไม่ได้ฟังสภาพอากาศหรือยังไง
 " เรื่องของความประมาทก็เป็นเรื่องที่กังวลใจ คือบางทีพวกเราชินกับรายงานสภาพอากาศจึงไม่รู้สึกตื่นเต้น เพราะนึกว่าไม่เป็นอะไร ก็จะติดตามดู ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติก็มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่ว่าไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นก็จะย้ำไป"นายสุเทพ ระบุและว่า หากคิดจะเอาแต่เงินแต่ไม่คำนึงถึงเรื่องอุบัติภัยก็แย่เหมือนกัน 
 เมื่อถามว่า จะลงไปดูเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีก นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ต้องลงไปดู เพราะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบก็ต้องดำเนินการอยู่แล้ว และก็ต้องย้ำตักเตือนผู้ประกอบการว่า ต้องรับฟังสิ่งที่ทางราชการรายงาน เขาเตือนทุกวันแต่ทำไมหลุดไปยังนั้นก็ไม่ทราบ