ข่าว

นครปฐม สุดสลดตาวัย 70 ขี่จยย.เกี่ยวสายสัญญาณคอหวิดขาด ดับคาที่ (มีคลิป)

นครปฐม สุดสลดตาวัย 70 ขี่จยย.เกี่ยวสายสัญญาณคอหวิดขาด ดับคาที่ (มีคลิป)

10 พ.ค. 2564

นครปฐม สุดสลดตาวัย 70 ขี่จยย.เกี่ยวสายสัญญาณคอหวิดขาด ดับคาที่ (มีคลิป)

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2564 เวลาประมาณ 07.20 น. ที่อำเภอนครชัยศรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมได้รับแจ้งเหตุผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ล้มเสียชีวิต ที่บริเวณคอมีแผลขนาดใหญ่เห็นกระดูกคอหวิดขาด หน้าวัดประชานาถ เขตนครชัยศรีพื้นที่ หมู่1ขุนแก้ว จึงแจ้งลูกข่ายในพื้นที่พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

นครปฐม สุดสลดตาวัย 70 ขี่จยย.เกี่ยวสายสัญญาณคอหวิดขาด ดับคาที่ (มีคลิป)
ที่เกิดเหตุพื้นที่ม. 1 ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ถนนชนบท บริเวณหน้าวัดประชานาถ  พบร่างชายล้มลงใสภาพขาคร่อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน วคบ. 190 กทม.และพบร่างชายสวมเสื้อคลุมสีดำและสะพายกระเป๋าสีดำ มีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบตามร่างกายที่บริเวณคอมัร่องรอยเป็นแผลฉีกขาดจนเห็นกระดูกด้านในหวิดขาย และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อต่อมานายวัลลีวงศ์สุทธิเวช อายุ. 70 ปี  105/1  ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม  ใกล้ที่เกิดเหตุพบสายสัญญาณสีดำจำนวนหนึ่ง

นครปฐม สุดสลดตาวัย 70 ขี่จยย.เกี่ยวสายสัญญาณคอหวิดขาด ดับคาที่ (มีคลิป)

จากการสอบถามทราบว่าเห็นรถผู้เสียชีวิตขับออกไปทำธุรระโดยใช้เส้นทางผ่านหน้าวัดประชานาถและได้ขับรถกลับมาในถนนเส้นดังกล่าวเหมือนจะถูกอะไรเกี่ยวทำให้รถจักรยานยนต์ชะลอตัวและรถจักยานยนต์ก็ล้มลงชาวบ้านที่พอเห็นเหตุการณ์ได้วิ่งมาดูเห็นเลือดใหลออกจำนวนมากจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

นครปฐม สุดสลดตาวัย 70 ขี่จยย.เกี่ยวสายสัญญาณคอหวิดขาด ดับคาที่ (มีคลิป)
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมนำร่างผู้เสียชีวิตนำมาที่โรงพยาบาลนครชัยศรีเพื่อตรวจสอบสาเหตุการตายพร้อมทั้งแจ้งญาติให้มาดำเนินการิดต่อขอรับร่างผู้เสียชีวิตนำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป ในส่วนของคดีทางเจ้าหน้าที่จะสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์มาสอบถามเพิ่มและสอบถามไปยังเจ้าของสายสัญญาณสีดำที่คาดว่าเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเป็นแผลขนาดใหญ่จนเห็นกระดูกในครั้งนี้

นครปฐม สุดสลดตาวัย 70 ขี่จยย.เกี่ยวสายสัญญาณคอหวิดขาด ดับคาที่ (มีคลิป)

ข่าวโดย..ปนิทัศน์ มามีสุข   นส.ปณิดา มามีสุข จ.นครปฐม